เพราะการ์ตูน ผมถึงมีวันนี้

คุณแว้บ
มิซากิก็ตัดสินใจ และบอกพ่อของเขาว่าจะลงเล่นให้กับทีมญี่ปุ่น พร้อมเอ่ยวลีเด็ดที่ผมจำไปตลอดชีวิต...

บันทึกนี้ผมเขียนไว้ใน bloggang นานแล้วครับ เห็นว่าเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ผมกำลังสนใจ เนื้อหาไปกันได้กับบันทึกใน gotoknow นี่ก็เลยนำมาวางไว้ เป็นการตีพิมพ์ครั้งที่สอง (จำนวนหนึ่งหน้าเว็บ) ให้อ่านกันนะครับ

----------------------------------------

การ์ตูนก็นับเป็นเพื่อนแท้ที่เติบโตมาด้วยกัน ถึงวันนี้ยังมีการ์ตูนในใจหลายเรื่องที่ผมเชื่อว่าทำให้ผมเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้ ผมขอยกตัวอย่างสามเรื่องประทับใจจากการ์ตูนมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

เรื่องแรกเป็นการ์ตูนสั้นสไตล์ผู้หญิง (ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้จริงๆ) พระเอกเป็นวัยรุ่นที่กำลังจะไปเทิร์นโปรเป็นพิชเชอร์ให้กับทีมเบสบอลอาชีพ แต่ปรากฏว่าได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ซ้อมขว้างลูกแทน ในเรื่องอธิบายว่าถ้าได้รับตำแหน่งนี้ก็เหมือนเป็นเทรนเนอร์ ไม่มีสิทธิจะเป็นพิชเชอร์ตัวจริงได้เลย พระเอกแกก็เศร้าใจมาก แต่สุดท้ายก็ทำใจได้ และบอกกับแฟนของเขาว่า ถึงแม้ผมจะไม่ได้เป็นพิชเชอร์เหมือนที่ฝันไว้ แต่ผมก็จะเป็นคนที่สร้างฝันให้รุ่นน้องต่อไป (ไม่ยึดติดกับความผิดหวัง แต่เขียนเรื่องราวให้ชีวิตตัวเองได้เดินต่อไปได้)

เรื่องที่สองคือกัปตันซึบาสะครับ สมัยนั้น การ์ตูนเล่มละ 25 บาทหนาปึ๊ก อ่านกับเป็นชั่วโมง (เรียกว่ายุค ก่อนเนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ดีไหมเนี่ย) ตอนนั้นซึบาสะยังไม่ได้ไปบาเซโลนา ไม่ได้แข่งฟุตบอลโลก 2002 เตะบอลกับเพื่อนๆ อยู่ในญี่ปุ่นนั่นล่ะ จะดีหน่อยก็ตรงได้ไปแข่งฟุตบอลเยาวชนโลกที่ฝรั่งเศส ถึงตรงนี้จะมีตัวละครสำคัญคือ มิซากิ ซึ่งเป็นคู่ขา (เล่นฟุตบอล) กับซึบาสะมาตั้งแต่สมัยประถม คุณพ่อมิซากิเป็นศิลปิน เลยต้องพาลูกร่อนเร่พเนจรไปต่างแดน จนได้ลงหลักปักฐานที่ฝรั่งเศสนั่นเอง เมื่อทีมญี่ปุ่นเดินทางมาถึงฝรั่งเศส ตัวผู้เล่นยังไม่ครบเพราะผู้จัดการทีมเก็บเสื้อเบอร์สิบเอ็ดไว้ให้มิซากิโดยเฉพาะ แต่ปิดเป็นความลับไม่ให้ใครรู้ พอมิซากิทราบข่าวจากผู้จัดการทีมก็เกิดความกังวล เพราะตัวเองไม่ได้เล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง และไม่รู้ว่าจะเล่นเข้าขากับคู่ขาเก่าได้ไหม (ฉากที่มิซากิเจอกับซึบาสะอีกครั้งตรงหอไอเฟลประทับใจมากครับ นึกถึงแล้วน้ำตาซึม) สุดท้ายมิซากิก็ตัดสินใจ และบอกพ่อของเขาว่าจะลงเล่นให้กับทีมญี่ปุ่น พร้อมเอ่ยวลีเด็ดที่ผมจำไปตลอดชีวิต “ทำแล้วเสียใจ ดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ”

สุดท้ายญี่ปุ่นก็มีมิซากิเข้าเป็นนักเตะคนสุดท้ายประเดิมสนามเยาวชนโลกครั้งนั้น

สองเรื่องนี้เป็นเพียงเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการอ่านการ์ตูนครับด้วยตัวเองโดยไม่มีผู้ใหญ่มาแนะแนว ผมมีอีกเรื่องที่ได้รับจากการพูดคุยกับคุณพ่อเกี่ยวกับการอ่านการ์ตูนครับ คือท่านเห็นผมอ่านการ์ตูนเยอะเหลือเกิน ก็เลยถามว่าการ์ตูนที่อ่านพวกนี้บรรยายว่าตัวละครแต่ละตัวเก่งอย่างโน้นอย่างนี้ เขามีเล่าไหมว่ากว่าจะเก่งกันได้แบบนั้นต้องฝึกฝนขนาดไหน? ผมย้อนคิดและเริ่มสังเกตเนื้อเรื่องและตัวละครจากคำพูดของคุณพ่อก็พบว่าหลายเรื่องเน้นที่การฝึกฝนด้วยซ้ำ ท่าพิสดารต่างๆ ที่ซุ่มซ้อมแล้วนำมาใช้ในการต่อสู้กับศัตรูจนแพ้ชนะกันเด็ดขาดก็ล้วนมีที่มาแบบนั้น

ผมอาจจะอ่านผ่านเลยไปถ้าคุณพ่อไม่ถามให้คิด พ่อผมไม่ได้อ่านการ์ตูน (แต่เคยดูการ์ตูนทีวีบ้าง) แต่ท่านก็ยังมีมุมมองของผู้มีประสบการณ์ สามารถดึงเอาส่วนดีจากสิ่งที่ดูมาแนะนำให้ลูกได้คิดตาม และคิดต่อ

วันนี้วงการศึกษากำลังหันมาให้ความสนใจ เกมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน หรือเพื่อศึกษาผลกระทบด้านจิตวิทยา มานุษยวิทยา หนังสือดีๆ หลายเล่มออกมาเพื่อให้ข้อมูลทั้งด้านบวกและลบของเกม สองเล่มที่ผมติดใจมากคือ Paul Gee. (2003). What Video Games Have to Teach Us About Learning and Literacy. กับ  Marc Pensky. (2006) Don’t bother me mom-I’m learning ผู้ปกครองหลายท่านที่ปวดหัวกับเรื่องลูกหลานติดเกม และไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กๆ (หรือผู้ใหญ่) ถึงได้เล่นกันไม่เลิก สองเล่มนี้นำเสนอแง่มุมดีๆ (และเตือนเรื่องร้ายๆ) เล่มแรกออกจะวิชาการสักหน่อย ส่วนเล่มหลังนี่เขาเขียนเพื่อให้พ่อแม่อ่านโดยเฉพาะ

เกมเข้ามามีบทบาทกับเด็กมากขึ้น ถ้าผู้ใหญ่มัวแต่ยืนงง ตั้งแง่หาว่าไร้สาระ ไม่ทำความเข้าใจ ก็มีแต่จะทำให้ช่องว่างห่างขึ้นทุกทีครับ ผมว่าถ้าผู้ใหญ่คอยประคับประคอง ให้ข้อแนะนำ เกมอะไรก็มีประโยชน์ทั้งนั้น ไม่ต่างจากการ์ตูนที่ผมเคยอ่านเมื่อสิบกว่าปีก่อน

----------------------------------------

เกือบหนึ่งปีที่ผ่านไปกับบันทึกนี้ แต่แนวคิดของผมยังไม่เปลี่ยนแปลงครับ นั้นคือผมไม่เห็นว่าการเล่นเกมนั้นเป็นประโยชน์ด้วยตัวของมันเอง ไม่ต่างกับการ์ตูน ผู้ใหญ่ในบ้านมีส่วนสำคัญมาก ไม่ว่าเด็กจะชอบเล่นกีฬา ร้องเพลงแร็บ เล่นสเก็ตบอร์ด หรือเรียนตัดเย็บเสื้อผ้า ถ้ามีผู้ใหญ่คอยสนับสนุน คอยกระตุ้น ย่อมจะเกิดผลดีัทั้งนั้นละครับ


เช่นเดียวกับที่ผมไม่เห็นด้วยเวลาที่นักจิตวิทยา หรือนักวิชาการ (โดยเฉพาะที่สหรัฐฯ) ออกมาประนามเกมคอมพิวเตอร์ประเภทฟันแทงเลือดสาด สงครามโลก หรือสงครามนอกโลก ว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรงในสังคม ทำให้มีเด็กโรคจิต ออกมายิงกราดเพื่อนร่วมชั้น (ไม่ต่างจากที่สมัยก่อน ดนตรีร็อคถูกประนามว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรง) เพราะแค่เล่นเกมหรือฟังดนตรี ไม่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นคนบ้าอยากฆ่าคนได้หรอกครับ

คิดเห็นอย่างไร มาคุยกันหน่อยดีไหมครับ? 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แว้บคิด

คำสำคัญ (Tags)#การ์ตูน#ฟุตบอล#เกมคอมพิวเตอร์#พ่อ#เกมออนไลน์#มุมมองชีวิต#กัปตันซึบาสะ#มิซากิ#เบสบอล

หมายเลขบันทึก: 119895, เขียน: 16 Aug 2007 @ 06:04 (), แก้ไข: 10 Jun 2012 @ 11:49 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก


ความเห็น (9)

SASINANDA
IP: xxx.121.180.92
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P

เห็นด้วยค่ะ

แค่เล่นเกมหรือฟังดนตรี ไม่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นคนบ้าอยากฆ่าคนได้หรอกครับ

มันจะต้องมีเบื้องหลัง เบื้องลึกอะไรมากกว่านั้นมากค่ะ

แต่การเล่นเกมส์ในคอม ก็ทำให้เด็กตาเสียเร็วขึ้น และไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว จะแยกตัวไปหน่อยนะคะ

ดิฉันมีประสบการณ์ เรื่องซื้อคอมเครื่องแรกให้ลูกตอนอายุ 11ขวบ ขลุกอยู่กับคอม ไม่ค่อยออกมาเล่นข้างนอก ต้องบังคับกันค่ะ อยากให้เล่นกีฬามากกว่า แต่ที่ซื้อให้เพราะเห็นอยากได้มาก และจะเป็นประโยชน์กับเขาเอง

ของทุกอย่าง เดินสายกลางดีที่สุดค่ะ

เกมส์มากมายช่วยในการพัฒนาเซลสมองค่ะ แต่ดิฉันคิดว่า ไม่ว่าอะไรที่มากเกินไปไม่มีการควบคุมดูแลก็จะเป็นอันตรายได้ค่ะ

เด็กติดเกมส์เป็นปัญหาใหญ่ค่ะ เพราะทางพ่อแม่ผู้ใหญ่ของเด็กไม่ได้เข้ามาดูแลตักเตือนความเกินพอดีของการเล่นเกมส์ค่ะ 

เป็นครั้งแรกที่แวะมาเยี่ยมบ้านคุณแว้บนะครับ และคงจะแว้บมาตามโอกาสจะอำนวย

  • เนื้อหาลีลาเขียนไม่เยิ่นเย้อ ไม่รุงรัง เข้มข้น โดนใจคนไม่ชอบหวานดีครับ ผมเป็น "โรคเบาหวานทางบล็อก" ก็นึกชื่นชมอยู่
  • ผมก็ชอบอ่านการ์ตูนนะครับ (อ่านด้วยตัวเองไม่ใช่ดูจากทีวีนะครับ) ก็มาวิเคราะห์ว่าตัวเอง ทำไมชอบอ่านมากกว่าชอบดูจากทีวี เอ้อ อาจจะเป็นไปได้ว่า เราไม่ชอบถูกยัดเยียด คือ ทีวีมันยัดเยียดจินตนาการมากไปไปหน่อย
  • การอ่านการ์ตูนช่วยสร้างจินตนาการได้ดีครับ และก็น่าจะจริงอย่างที่ไอน์สไตน์ว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" (ครูจึงควรสนับสนุนให้เด็กอ่านการ์ตูน "ดีๆ" ให้มากๆ ผู้ใหญ่ที่บ้าอำนาจ บ้าระเบียบ บ้าเหตุผล แต่ตายด้านทางจินตนาการก็น่าจะหันกลับมาอ่านการ์ตูนกันด้วย!!!)
  • แต่ปัจจุบันผมไม่ค่อยได้อ่านการ์ตูนแล้วครับ แต่หันมาสนับสนุนให้เด็กๆสร้างการ์ตูนจากจินตนาการของพวกเขาขึ้นมาแทน
  • น่าเสียดายที่นักพัฒนาก็ดี และครูไทยจำนวนมากก็ดีมีแต่ก่นด่าการ์ตูน ไม่ได้มองเลยว่าเด็กเองไม่ได้ passive มีเด็กบางส่วนที่เติบโตจากการ์ตูนอย่างคุณแว้บนี้
  • อาจจะต้องมองดูการ์ตูนให้เห็นรูปแบบที่หลากหลายแทนที่จะเหมารวม อาจต้องคิดไปไกลถึงว่าใครเป็นคนสร้างการ์ตูนขึ้นมา การ์ตูนแต่ละชนิดแต่ละรูปแบบมีผลกระทบอย่างไร โดยเอาสหวิชาชีพเข้ามาร่วมศึกษาด้วย แน่นอนว่าต้องมีน้ำหนักของเสียงเด็กให้มาก อย่าให้ผู้ใหญ่ผูกขาดความรู้เรื่องการ์ตูนแต่เพียงฝ่ายเดียว
  • ปัญหาการ์ตูนและเกม เด็กๆสามารถมีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยแบบ PAR ได้นะครับ ผมคิดว่า สกว. เอง ยังไม่มีงานวิจัยแบบนี้เท่าที่ควร คุณแว้บอาจจะเริ่มประเดิมก็ได้
  • ยังไงก็ตาม ผมเชื่อว่า Cartoon is never die ครับ
  • มีความสุขกับการอ่านการ์ตูนนะครับ

 

สวัสดีครับคุณพี่ sasinanda

พูดเรื่องเสียสายตานี่แทงใจดำผมเลย ผมใส่แว่นตั้งแต่มัธยมปลาย สาเหตุสำคัญก็เรื่องเล่นเกมกับอ่านการ์ตูนนี่ละครับ

เรื่องเล่นเกมแล้วไม่มีปฏิสัมพันธ์นี่ ผมกำลังเขียนถึงอยู่พอดี ต้องขอเวลาอีกสักพักจะมาแลกเปลี่ยนกัน ว่าเด็กสมัยนี้เขาเล่นเกมกันแล้วมีเพื่อนมาก ได้ทักษะการบริหาร การทำงานเป็นทีม และอะไรมากมายเลยครับ

จริงครับ ทุกอย่างต้องเดินสายกลาง ผมมันเดินหล่นไปหล่นมาตลอด  

สวัสดีครับ ดร.จันทวรรณ
เรื่องเกมพัฒนาสมองนี่ ตอนนี้นักวิชาการกำลังเห่อใหญ่ ส่วนบริษัทเกมก็กำลังแข่งกันผลิตเกมที่เขาว่าพัฒนาสมอง
การวิจัยด้านสมองนี่กำลังได้รับความสนใจมากทีเดียว
ผมเห็นด้วยมากๆ เลยครับ ว่าผู้ใหญ่อย่างน้อยต้องรู้ว่าเด็กเล่นอะไร มีนักวิชาการบางท่านถึงกับประกาศว่าเด็กเล่นเกมอะไรก็มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเกมโหดร้าย ฆ่าฟันกัน ก็มีประโยชน์ ถ้ามีผู้ใหญ่อยู่ คอยพูดคุย ถามความเห็น ว่าเด็กได้แง่คิดอะไรจากเกม ส่วนตัวผมเอง ไม่ค่อยจะเห็นด้วยนะครับ ไม่งั้นเกมเขาจะมี Rate ไปทำไม ไม่รู้ว่าเรื่องจัด Rate เกม บ้านเราไปถึงไหน ถ้าจะจัดกันจริงๆ ก็ไม่ควรจะจัดเฉพาะเกมออนไลน์ ควรจัดให้ครบทุกประเภทไปเลยจะดีกว่า 

พี่วิสุทธิ์ครับ

พูดถึงทีวีแล้วนึกถึงฟรีทีวีบ้านเรานะครับ คิดว่าอันนั้นก็ยัดเยียดกันพอสมควร มันไม่รู้จะโทษใคร คนผลิตบอกว่าคนดูชอบแบบนี้ คนดูบอกว่าก็มีแต่แบบนี้ให้ดู รายการดีๆ ก็อยู่ได้ไม่นาน ส่วนเคเบิลทีวีมีสาระ แต่ค่าสมาชิกแพงเหมือนจะปล้นกัน

การ์ตูนเองก็มีทั้งดีและไม่ดี แต่คนที่ไม่ชอบก็ยกเอาของไม่ดีมาโชว์ แล้วก็ด่าว่ากันไป เหมือนคนบอกเกมไม่ดี ก็เอาเกมโหดๆ มาโชว์ เรื่องแบบนี้ผู้รับสารเองก็ต้องพิจารณาด้วย 

ผมก็เชื่อเหมือนพี่ครับว่าการ์ตูนไม่หายไปหรอก มันปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ของดีๆ ก็มีมาให้เราชื่นชมตลอด  

ส่วนเรื่องเขียนใส่น้ำตาลนี่ ผมเก็บไว้เขียนหาหวานใจคนเดียวเท่านั้นครับ

สวัสดีครับ   คุณแว้บ

ชีวิตและการงานในพักนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ...

การไปสัมมนาเชียงใหม่   ผมก็เปรยถึงคุณแว้บกับท่าน อ.พินิจเหมือนกันว่ามีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องชีวิตและการงาน ...

...

ผมไม่เคยอ่านหนังสือการ์ตูน (ญี่ปุ่น)  แม้แต่เรื่องเดียว   นั่นอาจจะเป็นเพราะเป็นเด็กบ้านนอก  วัฒนธรรมนี้ไปเยือนไม่ถึง  ครั้นพอมาเรียนในตัวเมืองก็ไม่มีเวลาไปสัมผัส  แต่นั่นก็มิได้หมายถึงว่า ผมจะมีทัศนคติที่ไม่ดีกับการ์ตูนทั้งในรูปหนังสือ หรือแม้แต่สื่อต่าง ๆ รวมทั้งเกมส์ด้วย

ผมค่อนข้างเชื่อว่า  การ์ตูนหลายเรื่องมีสาระที่น่าสนใจ บ่มเฉพาะความรู้และจินตนาการได้ไม่แพ้การอ่านตำรา ... เพียงแต่ต้องมีทักษะและภูมิต้านทานในการสังเคราะห์ที่จะเลือกอ่าน,  และเลือกเสพ .. 

ตอนนี้ผมยังฝันที่จะพานิสิตลงหมู่บ้านทำการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับชุมชนมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวหนังสือการ์ตูน  และมอบให้ชุมชนได้เก็บรักษาและใช้เป็นหนังสือสอนในโรงเรียนตามหมู่บ้านนั้น ๆ ....ซึ่งจะเป็นทำนอง "หนังสือท้องถิ่นของเรา..."   กลุ่มผู้อ่านก็เน้นที่เด็กนักเรียน  เพื่อปลูกสร้างจิตสำนึกในทางชุมชนให้กับพวกเขา.

ผมยังฝัน,  แต่ตอนนี้เวลายังไม่ลงตัว  คงต้องพักใหญ่ ๆ  ถึงจะทำตามความฝันนี้ได้

sasinanda
IP: xxx.121.191.249
เขียนเมื่อ 
P
คุณพนัสคะ
ตามความเห็นของดิฉัน
การถ่ายทอดลงเป็นหนังสือการ์ตูน จะเข้าถึงเด็กๆได้มาก ดูแต่เรื่องพระมหาชนก แม้กระทั่งธนาคารชาต ยังทำการ์ตูนออกมาสอนเรื่องการออมเงินเลย
เด้กๆชอบการ์ตูน รับรองค่ะ มันเป็นวิธีล่อให้เขามาอ่านหนังสือค่ะ

สวัสดีครับคุณแผ่นดิน ไม่ได้คุยกันเสียนานเลย ติดตามข่าวบล็อกเกอร์คนดังอยู่ตลอดนะครับ ได้ทราบข่าวงานที่เชียงใหม่ก็ดีใจนะครับที่หลายคนสนุกสนาน ได้สาระ ความรู้ ความบันเทิง ไว้มีโอกาสก็คงจะไปบ้างนะครับ

ผมเพิ่งกลับจากไปเยี่ยมญาติต่างเมือง ที่ไม่ได้เจอกันมาประมาณเกือบสามสิบปี (บ่งบอกอายุตัวเอง) ก็ได้ไปอยู่แบบอเมริกันจริงๆ เปลี่ยนบรรยากาศดีครับ ตอนนี้ก็เปิดเทอมแล้ว คงต้องปรับตัวสักพักถึงจะกลับมาเพลิดเพลินกับ G2K ไ้ด้ใหม่

เรื่องการ์ตูนนี่ หลายๆ ท่านก็เห็นว่าเป็นสื่อที่ดีในการเข้าถึงเด็กๆ นะครับ ผมก็เห็นด้วยมากๆ ครับ ยังไงถ้าทำฝันให้เป็นจริงได้ รบกวนคุณแผ่นดินปันฝันให้เพื่อนๆ ฟังบ้างนะครับ