สวัสดีครับกลับมาจากสัมมนา KM เชียงใหม่ ก็ต้องบอกกันตรงๆ เลยนะครับว่า ได้รับความรู้ใหม่ๆ มาเพียบเลย ต้องขอบคุณ Blogger รุ่นพี่ที่มาเป็นวิทยากรให้นะครับ
เมื่อคราวที่แล้วผมได้เล่าค้างไว้เกี่ยวกับการพานักศึกษาออกทัศนศึกษาในเส้นทางเดินป่าที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ คราวนี้ผมจะมาเล่าต่อว่า กิจกรรมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนแบบนี้นอกจากการขี่ช้างที่ผมได้เล่าไปเมื่อคราวที่แล้วยังมีกิจกรรมอะไรอีกบ้าง
หลังจากที่เราได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านต้นทางที่เราจะเริ่มต้นการเดินป่ากัน ผมก็ให้นักศึกษาทานอาหารกลางวันให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็ให้ทำการตรวจเช็คสัมภาระของตนเองว่าเรียบร้อยดีรึเปล่า เตรียมน้ำให้เรียบร้อย เพราะเราจะเดินป่ากันประมาณ 4 ชั่วโมงด้วยกัน (อันนี้เป็นเวลาปกติที่นักศึกษาเขาเดินกัน) หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมการเดินป่าไม่นับกันเป็นกิโลเมตร คำตอบคือ มันวัดกันลำบากมากครับ ส่วนใหญ่แล้วเขาใช้การนับชั่วโมงกันครับ เส้นทางการเดินป่าก็ไม่ค่อยโหดร้ายเท่าไหร่ครับ ก็ลองดูจากรูปเองก็แล้วกันครับ <div style="text-align: center">
</div>
หลังจากเดินมาประมาณ 2 ชั่วโมง เราก็มาถึง..............ครึ่งทางกันแล้วครับ ลองดูสภาพของแต่ละคนเองก็แล้วกัน
</span><p><div style="text-align: center">
</div></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นี้คือภาพของจุดชมวิวในแต่ละช่วงสัปดาห์ที่ผมไปมาครับ เอามาเปรียบเทียบให้เห็นถึงความสวยงามตามธรรมชาติในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน</p><div style="text-align: center">
วันที่ 7 กรกฎาคม 2550
</div>
<div style="text-align: center"> </div>
<div style="text-align: center"></div>
<div style="text-align: center">
วันที่ 14 กรกฎาคม 2550
</div>
<div style="text-align: center"> </div>
<div style="text-align: center"></div>
<div style="text-align: center"> วันที่ 21 กรกฎาคม 2550</div>
<div style="text-align: center"> </div>
<div style="text-align: center"></div>
<div style="text-align: center"></div>
<div align="justify" style="text-align: center"></div>
<div align="left" style="text-align: center">
โดยส่วนตัวผมชอบภาพสุดท้ายครับเพราะว่าเดินป่าในช่วงฤดูฝน แต่บรรยากาศเหมือนเดินป่าในช่วงฤดูหนาวเลยครับ
</div><p>และแล้วหลังจากเดินทางมาประมาณ 4 ชั่วโมง เราก็มาถึงหมู่บ้านปลายทาง ที่เป็นหมู่บ้านที่เราจะพักในคืนนี้ ชื่อ บ้านขุนป๋วยล่าง หมู่บ้านนี้เป็นชาวกระเหรี่ยง ครับ มีประชากรประมาณ 70 หลังคาเรือน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เมื่อมาถึงที่หมู่บ้านแล้วทางบริษัททัวร์เขาก็แบ่งนักศึกษาไปนอนตามบ้านต่างๆ ลักษณะคล้ายๆ home stay ครับ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกด้วย เพราะบ้านที่รับนักศึกษาไปนอนทางบริษัททัวร์ก็จะจ่ายค่าที่พักให้กับเจ้าของบ้านโดยนับตามจำนวนของนักศึกษาที่นอนที่บ้านนั้น ส่วนอาหารการกินของพวกเรานั้นทางบริษัททัวร์เขาเป็นผู้จัดการให้เราหมดครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลังจากทานอาหารเย็นกันเรียบร้อย ผมก็ให้นักศึกษาพักผ่อนกันตามอัธยาศัย แต่จะกำชับนักศึกษาว่าไม่ให้นอนดึกมากจนเกินไป เพราะพรุ่งนี้เรายังจะต้องเดินกลับอีก เน้นนะครับว่า.......เดินกลับ........ประมาณ 4 ชั่วโมงครับ แต่คนละเส้นทางกันนะครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตอนนี้ไม่ไหวแล้วขอไปนอนก่อน อีกอย่างรู้สึกไม่ค่อยสบายด้วยครับ คราวหน้าจะมาเล่าต่อนะครับ</p>
ตามมาบอกว่า ดีใจที่เห็นบันทึกนี้ครับ
และมีข้อแนะนำตามมา
สวัสดีค่ะ คุณ g_bass