Marquardt กล่าวว่า องค์กรแห่งการเรียนรู้ หมายถึง องค์กรซึ่งมีบรรยากาศของการเรียนรู้รายบุคคลและกลุ่ม มีวิธีการเรียนรู้ที่เป็นพลวัต มีการสอนคนของตนเองให้มีกระบวนการคิดวิเคราะห์เพื่อช่วยให้เข้าใจในสรรพสิ่ง สามารถเรียนรู้ จัดการ และใช้ความรู้เป็นเครื่องมือไปสู่ความสำเร็จควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้มี5 ระบบย่อย ได้แก่ ระบบย่อยการเรียนรู้(Learning Subsystem) ระบบย่อยองค์กร (Organization Subsystem) ระบบย่อยคน (People Subsystem) ระบบย่อยความรู้ (Knowledge Subsystem) ระบบย่อยเทคโนโลยี (Technology Subsystem)ในปี 2002Michael J. Marquardt (อ้างใน วีรวุธ มาฆะศิรานนท์, 2548) ได้วิเคราะห์องค์กรแห่งการเรียนรู้ในเชิงระบบ ที่มีความครอบคลุมในเนื้อหาที่กว้างและครบสมบรูณ์ขึ้นกว่าในปี 1994 พบว่าการที่องค์กรจะสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ได้นั้น องค์กรนั้นๆ จะต้องมีความรู้และความเข้าใจใน 5 ระบบย่อย ที่ทำงานอย่างสัมพันธ์กัน ก่อให้เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ดังนี้
1) ระบบย่อยการเรียนรู้ (Learning Subsystem)
2) ระบบย่อยองค์กร (Organization Subsystem)
3) ระบบย่อยคน (People Subsystem)
4) ระบบย่อยความรู้ (Knowledge Subsystem)
5) ระบบย่อยเทคโนโลยี (Technology Subsystem)
โดยลักษณะขององค์กรแห่งการเรียนรู้ในเชิงระบบ (Characteristics of the Systems Learning Organization) องค์กรที่สามารถประสานระบบย่อยทั้ง 5 เข้าด้วยกันจะมีสมรรถนะที่ดีเยี่ยมดังนี้
1. คาดการณ์และปรับตัวให้เข้ากับอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
2. เร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ ผลงาน กระบวนการและบริการใหม่ๆได้เร็วยิ่งขึ้น
3. มีความชำนาญในการเรียนรู้จากคู่แข่งและผู้ร่วมงานมากขึ้น
4. ทำให้การถ่ายโอนความรู้จากส่วนหนึ่งขององค์กร ไปยังอีกส่วนหนึ่งได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม
5. เรียนรู้จากความผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
6. ใช้บุคลากรทุกระดับให้เป็นประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
7. ลดเวลาในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ลง
8. กระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องได้ทั่วทั้งองค์กร
9. ดึงดูดบุคลากรที่ดีที่สุดให้ทำงานกับองค์กร
10.เพิ่มความผูกพันและความคิดสร้างสรรค์ของบุคลากร
สวัสดีครับคุณ Arunee
ดีใจครับที่คุณสนใจเรื่อง LO ผมกำลังทำวิจัยอยู่ครับ
ทำอยู่เหมือนกันค่ะ หวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนความรู้กันเรื่อยๆนะคะ
กำลังคิดจะทำวิจัย LO เหมือนกันค่ะ อยากทราบว่าทฤษฎีของ Senge และ Marquardt อันไหนน่าใช้และเหมาะกับองค์การการศึกษาของรัฐมากกว่ากัน ใครพอทราบช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ไม่แน่ใจว่าอันไหนเหมาะกับองค์กรรัฐ ระหว่าง2 ทฤษฎี ส่วนตัวคิดว่าน่าจะอยู่ที่จุดประสงค์ มุมมอง และการปรับประยุกต์
แต่ส่วน Marquardt นั้นได้คิดเป็นเชิงะบบ ที่รวมเอา 5องค์ประกอบหลัในการสร้าง LO มาใช้เริ่มต้นประเมินองค์กร โดยองค์ประกอบหลักอันหนึ่งคือ การเรียนรู้ ที่แบ่งเป็น3 ประเด็น คือ ระดับ ประเภท และทักษะ
ในรายละเอียดของทักษะนั้นประกอบไปด้วย system thinking, mental models, personal mastery, self-directed learning, dialogue (เหมือนกับวินัย 5 ประการ)
โดย Marquardt ได้กล่าวว่าทำการศึกษามามากกว่า 10 ปี ใน 100 กว่าองค์กร (แต่ได้หมายความว่าระยะเวลาพิสูจน์ความถูกต้อง แต่มันคือการทดสอบ วิจัย ที่ได้ทำโดยใช้หลักนี้)
ดังนั้นความครอบคลุมในส่วนขององค์ประกอบนั้นน่าจะมีมากกว่าค่ะ :)
For Senge, According to the 5th discipline;
1) system thinking 2) personal mastery 3) mental models 4) shared vision 5) team learning.
The first 3 disciplines have particular application for the individual participant
And for the last 2 have group application.
These five disciplines can be called "Leadership disciplines". For those who excel in these areas will be the natural leaders of the organization
Some Definitions of a Learning Organization.
1) Senge 1990:3 Learning Organization [are] organizations where people continually expand their capacity to create the results they truly desire, where new and expansive patterns of thinkig are nurtured, where collective aspiration is set free, and where people are continually learning to see the whole together.
2) Watkins and Marsick 1992:118 Learning Organizations are characterized by total employee involvement in a process of collaboratively conducted, collectively accountable change directed towards shared values or principles.
3) Pedler et. al. 1991:1 The learning company is a vision of what might be possible.It's ot brought about simply by training individuals; it can only happen as a result of learning at the whole organization level. A learning company is an organization that facilitates the learning of all its members and continuously transform itself.
ขอเป็น LO member ด้วยคนนะครับ
การพัฒนาองค์กรเพื่อนำไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้นั้นต้องอาศัยการพัฒนาองค์ประกอบขององค์กรในทุกๆด้านไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรบุคคล ความรู้ การเรียนรู้ การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ และโครงสร้างขององค์กร
การพัฒนาบุคลากรนั้นต้องสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคคลว่าสามารถพัฒนาได้อยู่เสมอ โดยอาศัยรูปแบบงานหรือกิจกรรมเชิงรุกและรับ อันสอดคล้องกับภาระหน้าที่งานของบุคคลนั้นๆ เพื่อที่จะไม่สร้างความรู้สึกว่าการเรียนรู้สิ่งใหม่นั้นคือภาระที่ต้องเสียเวลามากขึ้น จากนั้นจึงเริ่มที่จะดึงเอาบทเรียนจากประสบการณ์ของบุคลากรแต่ละคนมาประสานเข้ากันสร้างความรู้ให้แก่องค์กร สร้างความเชื่อมั่นว่าความรู้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด
ในขณะเดียวกันผู้บริหารเองต้องเข้าใจและพยายามเข้าใจบทบาทใหม่ ที่ไม่ใช่บทบาทของผู้นำ หากแต่เป็นผู้ที่สนับสนุน กระตุ้น ส่งเสริม เปิดโอกาส และเรียนรู้ไปพร้อมๆกับบุคลากรของตน
โครงสร้างที่ส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจการตัดสินใจที่จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าขององค์กรให้แก่บุคลากร ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ขององค์กร เพื่อการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ เปิดพื้นที่ทางความคิด เพื่อเปิดโอกาสให้ความคิดเห็นที่แตกต่าง เรียนรู้ที่จะทำงานกับความแตกต่างเพื่อการต่อยอดความรู้ แต่สิ่งต่างๆนั้นต้องเกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อเน้นย้ำความเข้าใจในทิศทางขององค์กร
ความรู้ที่ได้สั่งสมทั้งจากบุคคล ทีมงาน หรือความรู้ในระดับองค์กรนั้นต้องอาศัยระบบการจัดการความรู้ที่ดี เพื่อที่จะป้องการสูญหายของความรู้ ไม่ว่าจะในรูปแบบของการจัดเก็บ ถ่ายทอด เผยแพร่ วิเคราะห์ ประยุกต์ใช้ และที่สำคัญคือเมื่อมีระบบการจัดการกับความรู้แล้วนั้นต้องสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงความรู้นั้นได้โดยสะดวก ซึ่งเชื่อมโยงกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการและการเพิ่มพูนความรู้ เทคโนโลยีจะเป็นช่องทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้
ดังนั้นการบริหารองค์กรควรมองการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม ไม่แยกส่วน เพราะองค์กรคงจะพัฒนาไปไม่ได้เต็มที่หากขาดการพัฒนาองค์ประกอบด้านใดด้านหนึ่งไป
มีผลงานวิจัยต่างประเทศไหมครับ จะแปลส่งอาจารย์ครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ขอตรวจสอบระบบองค์การแห่งการเรียนรู้ Marquardt ด้วยครับ
ผมกำลังนำทฤษฎีMarquardt ไปเป็นตัวแปรในงานวิจัย ส่งอาจารย์
อาจารย์บอกว่าไม่ชัดเจน เพราะหลายแห่งระบุทฤษฏี Marquardt ไม่ตรงกัน
รูปแบบองค์การแห่งการเรียนรู้ของ 5 ระบบ Marquardt ที่ผมอาจารย์คือ
"รูปแบบความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของ Marquardt (Marquardt, M.J.1996, p.26)
5 ประการ ได้แก่
1. การปรับเปลี่ยนองค์การ
(Organization Transformation)
2. การจัดการกับองค์ความรู้
(Knowledge Management)
3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
(Technology Application)
4. การเพิ่มอำนาจ (People Empowerment)
5. พลวัตรการเรียนรู้ (Learning Dynamics "
ที่จริงคืออย่างไรกันแน่
ต้องการทฤษฏีที่เป็น ภาษานะครับ จะได้นำไปส่งอาจารย์เพื่อเปรียบเทียบ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณอรุณี
ดิฉันกำลังสนใจศึกษาเรื่ององค์การแห่งการเรียนรู้เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบราชการ
อาจจะขอคำชี้แนะเรื่องดังกล่าวในเร็ว ๆนี้ค่ะ
นวลนภา