สิ่งที่ทำให้สนใจเรื่องของการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ก็เพราะในปัจจุบันนี้ความจงรักภักดี หรือ "Loyalty" ที่พนักงานมีให้ต่อองค์กรนั้น มีน้อยลงกว่าคนทำงานในสมัยก่อนๆ สังเกตได้จากการที่หลายองค์กรประสบกับปัญหาอัตราการลาออกสูง ซึ่งวิธีการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะสามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าวไปได้บ้างไม่มากก็น้อย และโดยส่วนตัวบริษัทที่ทำอยู่ก็ยังไม่มีการปฐมนิเทศที่ถูกต้องเท่าที่ควร เลยเป็นแรงบันดาลที่อยากจะศึกษาในเรื่องนี้ การปฐมนิเทศ (Orientation) ให้กับพนักงาน ถือเป็นการพัฒนาบุคลากรในขั้นแรกที่ก้าวเข้ามาร่วมงาน เพื่อให้พนักงานใหม่นั้นได้รู้จักกับองค์กร เข้าใจวัฒนธรรมขององค์กร ระบบการทำงาน และธรรมเนียมปฏิบัติ ทำให้เกิดความมั่นใจ อุ่นใจ ว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร แต่หากการปฐมนิเทศไม่ชัดเจนหรือไม่ครอบคลุมเนื้อหาสาระในส่วนที่พนักงานใหม่ควรจะต้องทราบตั้งแต่ต้น อาจก่อให้เกิดปัญหาในภายหลังได้
การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ โดยทั่วไปจะมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1.เพื่อให้พนักงานใหม่สามารถเรียนรู้ระบบการทำงาน และปรับตัวให้ทำงานในระบบใหม่ได้เร็วที่สุด และ ใช้ค่าใช้จ่ายและเวลาในการสร้างความพร้อมน้อยที่สุด
2.เพื่อให้ได้รับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ จากพนักงาน เพราะหวังว่า "เลือดใหม่" เหล่านี้จะนำความคิดแปลกใหม่ นวัตกรรมใหม่ที่สร้างความแตกต่างจากแนวทางเดิมๆ ที่คนเดิมๆ เคยคิดและปฏิบัติกันอยู่ ซึ่งหากจัดปฐมนิเทศได้ดีก็จะทำให้พนักงานใหม่รู้สึกผ่อนคลาย มั่นใจในตนเองมากขึ้น และมั่นใจว่าภายใต้วัฒนธรรมการทำงานของบริษัทใหม่ของเขา พวกเขาจะได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ
3.เพื่อจูงใจและรักษาให้พนักงานใหม่ทำงานอยู่กับบริษัทนานๆ ดังนั้น หากชาว HR ร่วมกับผู้จัดการแผนกสามารถสร้างความประทับใจและความรู้สึกดีๆ ให้กับพนักงานใหม่ในช่วงเวลาปฐมนิเทศได้ ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผูกใจให้พนักงานอยู่กับบริษัทนานขึ้น
วิธีการปฐมนิเทศที่นิยมใช้มีอยู่ 2 วิธี คือ
- เน้นการให้ข้อมูล (Informational Approach) คือการที่บริษัทพยายามให้ข้อมูลต่างๆ แก่พนักงานใหม่ ได้แก่ ประวัติบริษัท ปณิธาน เป้าหมาย ค่านิยม โครงสร้างการทำงาน รวมไปถึงกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าบริษัทส่วนใหญ่นิยมใช้วิธีการนี้ ซึ่งโดยทั่วไปก็ถือว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้อง แต่ ข้อควรระวังในการใช้วิธีการนี้ คือต้องรู้จักคัดเลือกข้อมูลที่สำคัญจริงๆ และจัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่พนักงานใหม่ควรทราบ จากนั้นค่อยๆ จัดลำดับเวลาในการป้อนข้อมูลให้พนักงานทีละน้อย เพื่อที่พนักงานจะได้มีเวลาในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ อย่างเหมาะสม
- เน้นการสร้างสัมพันธภาพ (Relational Approach) วิธีการนี้จะเน้นการช่วยให้พนักงานใหม่ได้มีโอกาสสังคมและสร้างสัมพันธภาพกับพนักงานเก่า ซึ่งจากการมีสัมพันธภาพนี้จะเปิดโอกาสให้พนักงานใหม่ได้เรียนรู้ถึงค่านิยม ธรรมเนียมปฏิบัติ สายการปฏิบัติงาน ฯลฯ จากเพื่อนร่วมงานในและนอกแผนกจากการพบปะพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการนี้เอง โดยลักษณะของการปฐมนิเทศวิธีนี้จะใช้วิธีให้ HR หรือผู้จัดการในแผนกพาพนักงานใหม่ไปทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานในแผนกต่างๆ หลังจากนั้นอาจจะจัดให้มีพนักงานรุ่นพี่ที่รู้งาน และสามารถทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีได้ ให้เป็นพี่เลี้ยงหรือเพื่อนคู่หู (Buddy) คอยประกบดูแลให้คำแนะนำแก่พนักงานใหม่สักประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่ช่วยให้พนักงานใหม่ได้เรียนรู้สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับงานบริษัท วัฒนธรรม และสังคม ภายในบริษัทได้ดีและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังของวิธีการนี้ คือหากพนักงานใหม่ได้พบกับพนักงานเก่าที่รู้งาน และทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีได้จริงๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่หากพบคนที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ มีค่านิยมผิดๆ ก็อาจส่งผลเสียแก่องค์กรได้
กรณีตัวอย่างการจัดการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN
การปฐมนิเทศใช้เวลาทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง โดยจัดแบ่งหัวข้อการฝึกอบรมออกเป็น 4 หัวข้อ ดังต่อไปนี้
1. แนะนำบริษัทฯ : บริษัทในเครือเซ็นทรัล ประวัติ ทีมผู้บริหาร สาขา โครงสร้างองค์กร วิสัยทัศน์ กิจกรรมคุณภาพ: CG AQA EOS&VOC วัฒนธรรมองค์กร (ADMIRED) จรรยาบรรณของผู้บริหารและพนักงาน
2. ระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน การจ่ายค่าตอบแทน สวัสดิการและผลประโยชน์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และวิธีการใช้โปรแกรม People Power
3. การใช้ทรัพยากรสารสนเทศของบริษัท กฎระเบียบในการใช้คอมพิวเตอร์ และความปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์
4. ความปลอดภัยในการทำงาน และการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ
ตัวอย่างกำหนดการปฐมนิเทศของบ.เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
คลิ๊กที่นี่ http://gotoknow.org/file/neoindust/schedule.doc
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ของ CPN <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 35.45pt; line-height: normal; text-align: justify; tab-stops: list 0cm" class="MsoNormal">- จากหัวข้อดังกล่าวข้างต้นจะสังเกตได้ว่าไม่มีการระบุในส่วนของการละลายพฤติกรรมซึ่งขอเสนอตรงจุดนี้ อาจเป็นเกมส์ง่ายๆเช่น ให้พนักงานใหม่แนะนำตัวเองโดยยกจุดเด่นของตัวเองขึ้นมา เพื่อทำให้พนักงานใหม่รู้สึกเป็นกันเองและสามารถจำกันได้มากขึ้น เป็นต้น</p>
-เนื่องจากความปลอดภัยของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นนอกเหนือจากการป้องกันและระงับอัคคีภัย CPN เป็นตึกที่มีความสูง 45 ชั้นจึงควรเพิ่มเติมในเรื่องของความปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหวด้วย
**เนื่องจากบริษัทที่ดิฉันทำอยู่ในปัจจุบันหลักสูตรการปฐมนิเทศยังเป็นในลักษณะที่ไม่เป็นทางการมากนัก เนื่องจากพนักงานใหม่ในแต่ละเดือนมีจำนวนน้อย ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงใช้วิธีแจกคู่มือให้กับพนักงานไปอ่านด้วยตัวเอง และอธิบายกฎระเบียบ สวัสดิการต่างๆที่สำคัญให้พนักงานทราบ ในวันเริ่มงานก็มีการพาพนักงานใหม่ไปแนะนำกับผู้บริหาร และรู้จักเพื่อนร่วมงานในแผนกต่างๆ หากพนักงานมีปัญหาหรือข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้โดยตรง **แต่จากการศึกษารายละเอียดหลักสูตรการปฐมนิเทศของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนาแล้ว ดิฉันคิดว่าในอนาคตจะลองจัดปฐมนิเทศให้กับพนักงานใหม่แบบรวมเดือนละหนึ่งครั้ง เพื่อให้พนักงานได้รับทราบข้อมูลของบริษัทฯมากขึ้น อีกทั้งยังได้มีโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆที่อยู่ต่างฝ่ายกันเพื่อสัมพันธภาพที่ดีเมื่อต้องมีการติดต่อประสานงานซึ่งกันและกัน อีกทั้งฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะได้มีโอกาสในการจัดระบบการรับพนักงานใหม่เข้ามา โดยมีการกำหนดวันที่แน่นอนอย่างเช่น ในวันที่ 1 หรือ 16 ของเดือนนั้นๆเพื่อสะดวกในการจ่ายเงินเดือน และการจัดปฐมนิเทศแบบรวมด้วย <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 35.45pt; line-height: normal; text-align: justify; tab-stops: list 0cm" class="MsoNormal"> ณัฐดา ปักษา (นัท) 5078267638</p></span>
citrus say:
มาอ่านแล้วค่ะ รอให้สมบูรณ์ก่อนนะคะ จึงให้ความเห็นได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ไว้เสร็จแล้ว จะมาเม้น เพิ่ม
น่าสนใจดีครับเรื่องนี้
หยิบเอาเรื่องที่ธรรมดามาเขียนให้น่าสนในขึ้นค่ะ จะติดตามต่อไปนะคะ
จากอุไรวรรณ ทองเจริญ i/o ค่ะ
อยากให้ยกตัวอย่างของการละลายพฤติกรรมด้วยค่ะ จะได้เข้าใจมากขึ้น
อ.ส้มคะ นัทได้เพิ่มเติมข้อมูลในเรื่องการปฐมนิเทศเรียบร้อยแล้วค่ะ ถ้ามีอะไรควรเพิ่มเติมรบกวนอ.ส้มด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับว่า การปฐมนิเทศพนักงานใหม่นี้เป็นเรื่องที่องค์การควรที่จะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก อีกทั้งเขียนได้ดี อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายด้วยครับ
มีความเห็นส่วนตัวที่อยากแลกเปลี่ยนในส่วนนี้เล็กน้อยครับว่า ส่วนใหญ่การปฐมนิเทศจะเหมือนกับเป็นการยัดข้อมูลให้พนักงานใหม่ ซึ่งแทบจะยัดข้อมูลทั้งหมดให้ได้ภายใน 1 วัน ผมเชื่อได้เลยว่าไม่น่าจะมีใครที่สามารถรับข้อมูลได้ทั้งหมด (และยากด้วยที่จะหาผู้กล้าเดินเข้าไปถาม HR ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกะผลประโยชน์ของตนเองโดยตรง ^^" )
จากประสบการณ์ที่ทำการเก่า ทางองค์การจะให้ความสำคัญกับพนักงานใหม่มาก มีการจัดทำหลักสูตรปฐมนิเทศกันยาวนานถึง 1 เดือนเต็ม โดยจะเรียกว่า Booth camp เพื่อที่จะให้พนักงานใหม่ได้รู้จักกับบริษัท product ของบริษัท และพื่อนใหม่ ทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดีที่สุด แทบจะเรียกได้เลยว่า 1 เดือนแรก.. เรียนกันอย่างเดียว ไม่มีการทำงานเลย
ขอบคุณค่ะคุณหนุ่ม ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น การปฐมนิเทศเป็นกระบวนการหนึ่งที่มีความสำคัญต่อองค์กร ถ้าองค์กรไหนเล็งเห็นประโยชน์ และให้ความสำคัญ ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีค่ะ แต่จัด 1 เดือนนี่ให้ความสำคัญสุดๆเลยนะคะ คงมีการแทรกในเรื่องของการสอนงานเข้าไปด้วยใช่มั้ยคะ ดีค่ะ
เจ้าของเรื่องค่ะ ณัฐดา (นัท)
เป็นเรื่องที่ดีครับถ้าจะปฐมนิเทศพนักงานก่อนทำงานเพราะน่าจะช่วยลดอาการเกร็ง และลดความเครียดต่างๆที่เกิดขึ้นได้ และถ้าสร้างความประทับใจครั้งแรกได้ด้วยก็จะทำให้ได้ใจพนักงานไปอีกด้วย........และถ้าองค์กรไหนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แบบขององค์กรของพี่หนุ่ม พนักที่นั่นคงได้รับวัฒนธรรมขององค์กร และมีความผูกผันกับองค์กรแน่ๆเลย แต่องค์กรไหนที่ปฐมนิเทศแค่วันเดียวคงต้องระมัดระวังเรื่องการไปพบปะพนักงานอย่างที่พี่นัทบอก ว่าถ้าเจอคนที่นิสัยดีก็ทำให้เค้ารู้สึกดี แต่ถ้าเจอคนไม่ดีก็คงทำให้ติดภาพลบๆไปแน่ๆ........ก้าวแรกถ้าเราทำดีให้ความสำคัญกับเค้าแล้วเค้ารู้สึกดีขั้นต่อๆไปเราจะทำอะไรก็ง่ายขึ้น พนักงานก็ทุ่มเทให้กับงาน ดังนั้นก้าวแรกน่าจะเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งต่อองค์กรและพนักงาน
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆที่นำมาแบ่งปัน
นัท
อยากขอความเห็นของนัท ว่าถ้านัทเป็นพนักงานใหม่ นัทอยากให้บริษัทปฐมนิเทศน์อย่างไร
พี่บุป
ขอแชร์ประสบการณ์ด้วยคนค่ะ เคยเข้าปฐมนิเทศพนักงานใหม่ของบริษัทหนึ่ง ชอบตรงที่ผู้บริหารระดับสูงเขาเห็นความสำคัญของพนักงานใหม่ โดยจะสละเวลามาพูดคุยและอธิบายงานของฝ่ายของตน ระยะเวลาอบรมประมาณ 1 วันครึ่ง โดยครึ่งวันแรก President จะมาให้ความรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของบริษัท, vision, mission, code of conduct ฯลฯ แล้วก็จะทานอาหารกลางวันร่วมกับพนักงานน้องใหม่ด้วย แม้จะเกร็งๆ กันอยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกว่าเจ้านายเรา น่ารักจริงๆ แล้วก็จะมี Director ของแต่ฝ่าย หมุนเวียนมาอธิบายงานของฝ่ายของตนให้พนักงานใหม่พอเห็นภาพกว้างๆ ก็รู้สึกดีค่ะ สร้างความประทับใจให้กับพนักงานน้องใหม่
แป๋ม
ตอบพี่บุปค่ะ...
ถ้านัทเป็นหนึ่งในพนักงานใหม่สิ่งที่เราอยากรู้นอกจากความเป็นมาของบริษัทแล้วก็คงจะเป็นเรื่องของกฎระเบียบต่างๆ สวัสดิการสิ่งที่เราจะได้รับและการต้อนรับที่อบอุ่นจากผู้บริหาร รวมถึงการได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ที่อาจจะอยู่ต่างฝ่ายกัน ส่วนรูปแบบของการปฐมนิเทศจะเป็นในรูปแบบไหน หรือสมบูรณืเพียงใดก็คงจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริษัทนั้น และอยากให้การปฐมนิเทศเป็นไปแบบสนุกๆมากกว่าตึงเครียดค่ะ...ขอบคุณพี่บุปค่ะ :-)
เห็นด้วยกับการให้ความสำคัญกับการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ครับ เนื่องจากการให้ความรู้ ความเข้าใจตั้งแต่เริ่มเข้าทำงาน จะทำให้พนักงานปรับตัวเข้ากับองค์กรได้เร็วขึ้น ลดปัญหาความสับสน และการประสานงานระหว่างบุคคลได้ดี
ที่บริษัทที่ผมทำอยู่ปัจจุบัน ผู้บริหารก็เริ่มให้ความสำคัญตรงนี้ โดยการจัด ปฐมนิเทศพนักงานเป็นรุ่นๆ โดยอธิบายภาพรวม และงานส่วนต่างๆของบริษัท แต่เนื่องจากเพิ่งเริ่มจึงยังไม่สมบูรณ์นัก ก็คงต้องปรับปรุงในรุ่นต่อๆไป
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
อ่านทำความเข้าใจแล้วเป็นสิ่งที่น่าปฏิบัติเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ไม่ใหญมากหรือที่เรียกว่า ธุระกิจขนาดกลางและเล็ก เพราะยังสามารถเข้าถึงพนักงานได้และสามารถสร้างความมั่นใจและประทับใจให้กับพนักงานที่สำคัญคือ ซื้อใจพนักงานได้แต่ต้องอยู่ที่ ผู้บริหารด้วยว่าจริงใจกับพนักงานแค่ไหน
แต่โดยรวมแล้วน่าสนใจเป็นอย่ายิ่งครับเพราะเหมาะกับธุระกิจแบบคนเอเซียคือ ทำระกิจแบบญาติพี่น้อง
เป็นเรื่องที่ดีครับที่ เพราะบริษัท ก็เปรียบเสมือนการดาษเปล่า ที่มีการขีดเขียนเส้นลงไปเส้นหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนเส้น อาจต้องการแสดงให้ทุกคนรู้ว่า เขาได้เขียนอะไรลงไป ก่อนที่จะตีความหมายเส้นนั้นเป็นอย่างอื่น เช่น 1(เลขหนึ่ง), l (ตัวแอลพิมพ์เล็ก), หรือ I (ตัวไอพิมพ์ใหญ่)
บริษัทที่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ มักมองข้ามเรื่องนี้ไปในช่วงเริ่มต้นกิจการ เพราะเจ้าของกิจการสามารถตะโกนบอกทุกคนให้ทราบแนวทางการทำงานได้ในการพูดครั้งเดียว แต่เมื่อมีห้องทำงานมากขึ้น เสียงตะโกนนี้ก็ไม่สามารถเข้าหูข้องที่เกิดขึ้นใหม่ได้
การปฐมนิเทศ จึงสามารถทำให้พนักงานทั้งหลาย ได้เกิดความรู้สึกที่ดี มีความเคารพซึ่งกันและกัน (โดยกิจกรรม) รวมถึงเข้าใจหน้าที่ของตน เสมือนว่าทุกคนนั้น มีหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ เสมือนเป็นฝีพายบนเรื่อลำเดียวกัน (โดยการแถลงนโยบาย)
เห็นด้วยที่จะให้มีการจัดการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ เพื่อที่พนักงานจะได้ทราบประวัติของบริษัท ทราบถึงโครงสร้างการทำงานของแต่ละฝ่าย ทราบถึงกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆเกี่ยวกับการทำงาน ทราบถึงสวัสดิการและผลประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับ
จากประสบการณ์ที่ได้เข้าร่วมการปฐมนิเทศพนักงานของบริษัทเก่านั้นตอนที่เข้าเริ่มงานแรกๆก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทมาก และก็ไม่รู้จักเพื่อนร่วมงานเลย ไม่กล้าที่จะเสนออะไรกลัวว่าถ้าเสนอไปแล้วจะทำให้เพื่อนร่วมงานไม่พอใจหรือเปล่า แต่พอได้เข้ากิจกรรมการจัดการปฐมนิเทศทำให้ทราบเกี่ยวประวัติของบริษัททราบการทำงานขององค์กรและทำให้รู้จักเพื่อนร่วมงานเยอะ สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนร่วมงานได้ทำให้ทราบถึงทัศนวิสัยของเพื่อนร่วมงานด้วย
จึงเป็นการดีถ้าจะมีการจัดการปฐมนิเทศในองค์กรและขอให้จัดเป็นไปอย่างสนุกสนานไม่เครียดจนเกินไป.... นะ...........
ขอบคุณสำหรับทุกๆความคิดเห็นและแนวคิดดีๆที่นำมาแลกเปลี่ยนกันนะคะ.. การพัฒนาบุคลากรในองค์กรไม่ได้มีเพียงแต่การจัดการปฐมนิเทศเพียงอย่างเดียว ยังมีวิธีการอื่นๆอีกมากมาย และก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนเพียงแค่คนเดียว หรือเป็นหน้าที่ของ HR เท่านั้น แต่ทุกคนในองค์กรสามารถมีส่วนร่วมในการนำพาองค์กรไปสู่ความความหน้าและประสบความสำเร็จได้ แต่สิ่งที่ทำง่ายที่สุดก็คือเริ่มต้นจากการพัฒนาตนเองกันก่อนนะคะ :-)
จากที่ได้อ่านทั้งหมดของผู้เขียนบทความ และรวมถึงผู้ให้ความคิดเห็นต่างๆ
ผมก็มองว่าแต่ละองค์กร ก็อยากจะป้อนข้อมูลต่างๆ ขององค์กร ให้กับพนักงานใหม่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และทราบถึงทิศทาง และเป้าหมายรวมขององค์กร ว่าจะไปในทิศทางใด แต่บางบริษัทฯ อาจจะลืมภาพรวมขององค์กรไป แต่หากว่าผู้ที่มีหน้าที่ สามารถมองถึงวัตถุประสงค์และผลลัพท์ ที่จะได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่หากถามว่าระยะเวลาในการปฐมนิเทศนั้น จะใช้เวลาเท่าไหร่ อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับขนาดองค์กรและจำนวนคนในองค์กร คงต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสม อาจจะไม่สามารถทำมาตรฐานเพื่อให้ใช้ได้กับทุกองค์กรเป็นแน่
ดังนั้น โดยส่วนตัวมองว่า สิ่งที่จะสร้างความรู้สึกประทับใจ หรือสร้าง Team Building ที่ดีได้นั้น ก็คงมาจากการมีส่วนร่วมในฝ่าย และองค์กรที่อยู่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว HR ควรเป็นผู้ผลักดันหลักแล้วจึงค่อยขยายไปสู่ส่วนงานต่างๆ ให้ครอบคลุมทั้งองค์กร คาดว่าน่าจะได้ผลที่ดีทีเดียว
หวัดดี นัท เรากำลังสงสัยว่าเรื่องนี้กับเรื่องSocialization เป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า (หว่า) แต่ถ้าจากประสบการณ์คิดว่ามันน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ความสัมพันธ์ของคนในองค์กรดีขึ้น ถ้ามีการละลายพฤติกรรมแล้วก็ขอเพิ่มเติมอีกนิดนะ ในเรื่องของการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องที่เข้ามาใหม่เพราะว่าการที่องค์กรคัดเลือกคนที่อาจจะมีมุมมองต่อองค์กรไม่ดี ทำให้การรับรู้ความรู้สึกผูกพันกับองค์กรลดน้อยลง ดังนั้นถ้าเราสามารถค้นหาบุคคลที่จะเป็นพี่เลี้ยง หรือคู่หูที่ดีได้ย่อมจะต้องมีวิธีประเมินที่ชัดเจนและครอบคลุมกับสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้นในใจของพนักงานใหม่ ยกตัวอย่างกรณี ของ ปตท. เคมิคอลจก.(มหาชน) จะเป็นการกำหนดเชิงนโยบายเลยว่าในแผนกจะต้องมีผู้รับผิดชอบในเรื่อง พี่เลี้ยงดูแลตั้งแต่เรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เช่นการพาไปเลือกหอพัก เพราะเป็นโรงงานที่อยู่ต่างจังหวัด บางทีน้องใหม่อาจไม่มีข้อมูลว่าพักที่ไหนดี และยังเป็นข้อกำหนดว่าต้องมีคนพาน้องที่มาใหม่ไปกินข้าวกลางวันด้วย ก็นับเป็นการต้อนรับที่อบอุ่นและสามารถที่จะแบ่งเบาภาระของHR ไปได้มากเลยทีเดียว
การปฐมนิเทศ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวของพนักงานในการเข้าสู่องค์กรใหม่ ดังนั้นการจัดการปฐมนิเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งที่บริษัทก็ได้จัดการปฐมนิเทศโดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ข้อมูล (Informational Approach) และสร้างสัมพันธภาพ (Relational Approach)ส่วนในเรื่องของการละลายพฤติกรรมนั้น น่าสนใจมาก คิดว่าจะนำมาใช้กับการปฐมนิเทศครั้งต่อไปให้มากขึ้น