ถ้าท่านใดเกิดฮึดฮัดในหัวใจอยากจะไปเบิ่งให้เห็นจะจะกับตา.. ก็เชิญนะครับทั้ง2รายการ เราสามารถนัดพบกันได้ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

 

วันพรุ่งนี้แล้วละครับ ศิษย์รักจะลงสนามสอบวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร การทำงานหนักอย่างทุ่มเทมาโดยตลอด จึงไม่หวั่นใจว่าลูกศิษย์จะวิ่งเอาอกไปรับลูกกระสุน หรือส่งเขาขึ้นไปเดินชนกำแพงเมืองจีน ก่อนจะถึงวันนี้ คณะอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ที่มีดร.ประเสริฐ จริยกุล ประธานกรรมการที่ปรึกษา ดร.ไพรัช สู่แสนสุข และนายสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ เป็นกรรมการที่ปรึกษา เห็นพร้อมกันว่า..เจ้าหนุ่มใหญ่แห่งทุ่งกุลาห้องไห้คนนี้ มีศักยภาพพอที่จะอธิบายว่า ส่งที่เขาต้องการรู้ว่า การจัดการความรู้ถ้านำมาใช้เป็นเครื่องมือจัดการความรู้ให้ผู้คนในท้องถิ่นเกิดวิถีแห่งการเรียนรู้ร่วมกันสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเด็กแดง คนเฒ่าคนแก่ แม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้า องค์กรในชุมชน ภาคธุรกิจเอกชน บุคลากรทางการศึกษา นิสิตนักศึกษาจากที่ต่างๆ มันเป็นฉันใด บัดนี้มีคำตอบแล้ว ได้เกิดสะพานเชื่อมโยงไปมาหากันได้ราวกับมีอภินิหาร  

   

ผลลัพธ์จากการสร้างกระบวนการจนเกิดประกายพลังความรู้นั้น  เป็นสิ่งที่มีคนพูดถึงเสมอๆเรื่องการสังคมแห่งการเรียนรู้ เกิดขึ้นจากวิธีการทำวิทยานิพนธ์แบบเข้าถึงเลือดเนื้อและจิตวิญญาณสังคมอีสาน ในหัวข้อวิทยานิพนธ์เรื่องการจัดการความรู้ในท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างวิถีการเรียนรู้ที่เข้มแข็งในสถานศึกษาและชุมชน:กรณีศึกษาในโรงเรียนเม็กดำ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 

หัวอกคนเป็นครู ดูลูกศิษย์ขึ้นเวทีสอบวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกด้วยความตื่นเต้น แต่ก็มั่นใจว่าเราร่วมหัวจมท้ายเรียนรู้ด้วยกันมาด้วยหัวใจไตตาเนียม ทุ่มเททำอย่างเต็มที่แล้ว ปล่อยวิทยายุทธทุกกระบวนท่าแล้ว เห็นว่าสิ่งใดที่เป็นช่องทางที่จะนำไปสู่การได้มาซึ่งความรู้  เราทำและทำจนเต็มที่ตลอด3ปีที่ผ่านมาด้วยความเหนื่อยยาก 

ผมเฝ้ามองอาจารย์ศักดิ์พงศ์ หอมหวน ขวานขวายดิ้นรนวิ่งเข้าวิ่งออกสนามความรู้ ที่ตรงกับนิยามว่า ..ความรู้ในโลกกว้าง เอาทุกอย่างเป็นครู ศิษย์คนนี้ไม่ได้เรียนเก่งแต่เขาลงมือปฏิบัติแบบหัวชนฝา ทำทุกอย่างจนหยดติ๋งๆ.. ความสามารถนี้เองได้ถอดรหัสมาเป็นวิทยานิพนธ์เสนอต่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการศึกษาพัฒนาท้องถิ่น  

บัดนี้เขาสลายความเหนื่อยยากที่ผ่านมาจนหมดสิ้น เกิดความภาคภูมิใจอย่างมากที่ .เสน่ห์ จามริก อาจารย์ใหญ่ผม ได้เมตตามาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการสอบครั้งนี้ด้วย พรรคพวกG2K รู้ข่าวต่างเข้าคิวมาร่วมงานอย่างคึกคัก เพราะเราตกลงกันว่าการสอบครั้งนี้จะไม่เหมือนกับที่สถาบันอื่นๆเขาทำกัน เราจะสอบวิทยานิพนธ์แบบตีแผ่วิธีเอาการศึกษาไปขัดเกลาหัวใจของคนที่รับรู้มาเปลี่ยนเป็นผู้คนแห่งการเรียนรู้ ก็อย่างว่าละครับสไตล์ลูกทุ่งมหาชีวาลัยอีสาน  

ในการสอบวิทยานิพนธ์เที่ยวนี้เราจะเลี้ยงเห็ดตีนแรดย่างหอมฉุย มีน้ำจิ้มรสเด็ดฝีมือคุณสมพิศ ไม้เรียง นักวิจัยจากกรมวิชาการเกษตร ส่วนแขกรอชิมรึครับ มีท่านดร.วรภัทร ภู่เจริญคุณทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์ และคณะจากปูนซิเมนต์ไทยอีก5-6ท่าน อ.ขจิต ฝอยทอง น้าอึ่งอ๊อบ ครูสำเนียง ครูพันดา และกลุ่มอีแอบอีกจำนวนหนึ่ง กลุ่มนี้สังกัดกลองยาว เอ๊ย!!..กองเชียร์สุดใจขาดดิ้น.. ถ้าท่านใดเกิดฮึดฮัดในหัวใจอยากจะไปเบิ่งให้เห็นจะจะกับตา.. ก็เชิญนะครับทั้ง2รายการ เรานัดพบกันได้ที่หน้าอำเภอเอ๊ย!!(2เอ๊ย!แล้ว) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เวลา 9.00 น.

ช่วงบ่ายเราจะยกทีมไปร่วมงานครบรอบ10ปีโรงเรียนรุ่งอรุณ  เป็นการพบปะกันระหว่างพันธมิตรการศึกษาจากท้องทุ่ง จะไปพบครูนักเรียน ผู้ปกครองชาวกรุง คงเป็นบรรยากาศคุยกันแบบสบายๆ เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำกันตามธรรมเนียม เป็นห่วงอยู่เรื่องเดียว ท่านไร้กรอบไปที่ไหนเวทีแตกที่นั่น งานนี้ก็เช่นกัน ยังไหวหวั่นว่าห้องประชุมจะแข็งแรงพอต้านพลังของดร.วรภัทร์ ได้ไหม..อิอิ..