เมื่อวานผมได้รับการโทรศัพท์มาจาก ศ.ดร.สุวิไลครับ ท่านมีธุระกับผมสองเรื่อง เรื่องแรกคือท่านต้องการได้รูปแบบการเขียนภาษามลายูถิ่นด้วยอักษรยาวี ซึ่งผมก็แจ้งไปว่า ผมส่งเมลไปให้หลายครั้งแล้วแต่ไม่ทราบว่าทำไมไม่ถึงสักที ก็เลยสัญญาว่าจะส่งให้อีกครั้งในตอนบ่าย สุดท้ายก็ลืม เพิ่งส่งไปอีกครั้งเมื่อกี้เองครับ

อีกเรื่องหนึ่งเป็นผลจากที่ในระหว่างการประชุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (เขียนเล่าไว้แล้วครับ) ซึ่งในระหว่างที่ฟังการอภิปราย ผมก็เขียนระบายความรู้สึกลงไปบนกระดาษที่เขาแจกให้ ผมตั้งหัวข้อไว้ว่า "ข้อที่ผมกังวล" หรืออะไรทำนองนี้แหละครับ ปรากฏว่าตอนลุกไปลาท่านอาจารย์กลับบ้าน ผมลืมหยิบกระดาษแผ่นนั้นกลับด้วย สงสัยว่าในที่ทีมงานของอาจารย์เคลียร์พื้นที่หลังเลิกงานไปเจอเข้า จึงหยิบไปให้อาจารย์ท่านอ่าน ท่านเลยโทรมาชี้แจงให้ผม(เป็นเรื่องที่สองที่ท่านอยากคุยกับผม)

ในบันทึกที่ผมเขียนไว้นั้น ผมมีข้อกังวลซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่โครงการทวิภาษาดำเนินการไปเต็มรูปแบบ นั้นคือ มันอาจจะทำให้คำศัพท์ของภาษาถิ่นของแต่ละชุมชนหายไป แล้วเลือกภาษามลายูถิ่นที่เป็นกลางเพียงภาษาเดียว หลายคนอ่านแล้วอาจงง ว่ามันคืออะไร? แต่ก่อนผมก็งงครับ มาเข้าใจเมื่อเริ่มทำวิจัยภาษามลายูถิ่นว่า ภาษามันมีข้อปลีกย่อยเยอะมาก คนทำวิจัยต้องระวังมากๆ

โดยปกติเวลาที่คนสื่อสารกัน คนจะเลือกเอาคำศัพท์ที่เป็นที่รู้จักการมาใช้ในการพูดคุยกัน ซึ่งในความเป็นจริงในแต่ละชุมชนคำบางคำอาจเรียกไม่เหมือนกับคนในชุมชนอื่นก็ได้ แต่เมื่อมีความพยายามสอนเด็กโดยใช้พจนานุกรมเล่มเดียวกัน ศัพท์เดียวกัน คำศัพท์ของชุมชนก็จะหายไป ซึ่งอันนี้คือข้อกังวลของผม เพราะความหลากหลายความสวยงามของมลายูถิ่นจะถูกทำลายได้

ตัวอย่างง่ายๆ อย่างผมเอง เมื่อหลายปีก่อน(กลับไปที่สตูล) มีคนที่มาถามว่า กลับมาเมื่อไร (เป็นภาษาใต้) ผมตอบไปว่า เมื่อวาน (ด้วยเสียงของคนใต้ชัดๆ ) คนที่ถามผม ทำน่าตาไม่พอใจแล้วบอกว่า เอ้ยกับกูมึงแหลงกลางด้วยหรือ? ผมก็บอกว่า ไม่ใช่ เมื่อกี้ผมแหลงใต้

คำอธิบายเหตุการณ์คือ คำว่า เมื่อวาน เป็นภาษากลางครับ คนบ้านผมเขาเรียกว่า ไตวา (แปลว่า เมื่อวาน แต่สำเนียงหนักๆ หน่อยนะครับ) สิ่งที่ผมพูดจึงไม่ใช่ภาษาใต้ แต่เป็นเพียงสำเนียงใต้ คำศัพท์ภาษากลางเท่านั้นเอง

ท่านอาจารย์ชี้แจงว่า ข้อกังวลของผมดีมาก ท่านจะขอเอาไปเขียนชี้แจงไว้ในเอกสารโครงการของท่าน และท่านก็อธิบายวิธีการของท่าน โดยขั้นต้น ท่านบอกว่าภาวะดังกล่าวเป็นภาวะปกติของภาษา ที่ภาษาใหญ่ๆ จะเข้าไปมีอิทธิพลต่อภาษาเล็กๆ แล้วสุดท้ายก็จะทำให้ภาษาเล็กสูญสลายไปในที่สุด แต่ในกระบวนการวิจัยของท่านในครั้งนี้ ท่านใช้ความสำคัญกับชุมชนแต่ละชุมชน ไม่ได้ให้ความสำคัญแบบชุมชนโดยรวม กระบวนการวิจัยถึงแม้จะทำหลากหลายชุมชน แต่คำตอบและวิธีการดำเนินการก็จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากชุมชนจะเป็นตัวกำหนดรูปแบบการดำเนินการของชุมชนเอง ซึ่งน่าจะไม่กระทบก็ความหลากหลายทางภาษา

ก็เป็นคำชี้แจงที่น่ารับฟังครับ และคงต้องทำใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางภาษา โดยเฉพาะภาษามลายูถิ่น หากตราบใดที่ยังไม่มีกลไกใดเข้ามาดูแลความเป็นไปของมัน ในความหมายของผมคือ จริงๆ ตอนนี้ภาษามลายูถิ่นจำเป็นต้องมีราชบัณฑิตยสถานของภาษานี้แล้วละครับ ไม่งั้นต่อไปมันจะกลายพันธุ์แน่นอน