เมื่อเช้า ท่านคณบดีโทรมาถามผมว่า ตกลงจะติดรถท่านไปร่วมงานสำคัญของมหาวิทยาลัยไหม ผมก็ตอบไปอย่างเสียดายว่า ติดเรียนสำคัญจริงๆ เพราะต้องพรีเซนต์งาน (ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ฟรีเซนต์อยู่ดี) แล้วท่านก็พูดถึงความสำคัญของงานนี้ และก่อนหน้าที่ท่านคณบดีจะโทรมา ท่านเลขาคณะ ก็โทรมาก่อนแล้วเหมือนกัน ท่านกลัวว่าผมจะลืมงานวันนี้ ผมก็บอกไปว่า ไม่ได้ลืมและไปไม่ได้เท่านั้นเอง
วางสายจากทั้งสองท่าน ก็รู้สึกถึงคำว่า ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบขึ้นมาทันทีเลยครับ และเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ก็พาให้ย้อนอดีตกลับไปสมัยที่เป็นนักศึกษาปีหนึ่ง จำได้ว่าผมมีบทเรียนที่ล้ำค่ามากบทเรียนหนึ่ง ซึ่งทำให้ผมนำมาปรับใช้ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี วันแรกที่เรียนวิชาหนึ่ง ท่านอาจารย์สั่งงานอยู่ชิ้นหนึ่ง แล้วบอกว่า เดือนหน้าให้ส่ง ด้วยความเป็นเพิ่งเปลี่ยนสภาพจากการเป็นเด็กมัธยม ที่อาจารย์มักจะย้ำเสมอว่า ทำงานที่สั่งไปแล้วมาส่งด้วยนะ จะหมดเขตแล้ว ซึ่งภาพนั้นไม่มีเลยตอนนี้ที่มหาวิทยา เมื่อถึงกำหนด เพื่อนๆ เขาส่งกันครับ มีผมและอีกหลายคนที่ไม่ส่ง เหตุที่ไม่ส่งเพราะคิดว่า อาจารย์คงไม่เอาแล้วมั่ง เห็นไม่ทวงเลย
ผมถึงบางออ. ว่า นี้แหละที่เขาเรียกว่า "ความรับผิดชอบ" หากหลังจากเรียนคาบนั้น ผมมีความรับผิดชอบ ผมคงทำมันเสร็จไปแล้ว แต่ผมไม่ทำ ผมไม่ให้ความสำคัญกับมัน สุดท้ายผมจะโทษใครละ นอกจากตัวเอง
วันนี้ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย สิ่งที่ผมคำนึงมากที่สุด คือ ความรับผิดชอบในส่วนงานของผม ความรับผิดชอบแรก คือ ผมต้องรับผิดชอบพาคนกลุ่มหนึ่งไปยังเส้นทางที่พวกเขาคาดหวังไว้ ซึ่งเป้าหมายของผมไม่ใช่เพียงไปให้ถึงปลายทาง แต่ผมปรารถนาให้เขาไปถึงปลายทางด้วยคุณภาพ พร้อมที่จะอยู่ร่วมในสังคมอย่างสมฐานะ
ความรับผิดชอบถัดมา คือ การดูแลและนำพาอาจารย์ในคณะให้ก้าวไกลในโลกวิชาการ ซึ่งโลกนี้ไม่เคยหลับไหลเลยครับ ชักช้าเพียงนิดก็สามารถตกขบวนได้ทันที
ความรับผิดชอบหลักๆ สองอย่างนี้ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ผมไม่หวังให้ใครมาทวงถามว่า ทำแล้วยัง ไปถึงไหนแล้ว เพราะผมจะไม่เผลอที่จะไม่ทำมัน และภาพของการดำเนินงานจะต้องพยายามให้เด่นชัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ (ขออัลลอฮ์ทรงเอื้ออำนวยให้ภาระกิจนี้บรรลุผลสำเร็จ)
และสิ่งสำคัญ ผมจะต้องตั้งคำถามตลอดเวลาว่า "ผมลืมทำอะไรไปบ้างหรือเปล่า?"
ออ. ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ หากเกิดความผิดพลาดขึ้น ผมก็พร้อมยอมรับและประกาศออกไปเลยว่า นี้คือความผิดพลาดของผม และผมจะพยายามไม่ให้เกิดอีก
ขอบคุณครับ ที่ช่วยอ่านจนจบ
จากคนผิดหวังที่ไม่ได้ไปร่วมงาน
ผมเองก็เสียดายมัน…แต่ผมคิดว่า อัลลอฮฺทรงรู้ ทรงเห็น ว่าใครผูกพัน และให้ความสำคัญกับงานนี้มากเพียงใด การไม่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปิดป้าย ไม่ใช่ว่าจะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา กลับกันผมมองว่า การตระหนัก และสำนึกสม่ำเสมอว่า เราจะทำอะไรให้มหาวิทยาลัยอิสลามยะลาบ้างในแต่ละวัน โดยไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้นั้นสำคัญยิ่งกว่าไม่ใช่หรือ ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ครับ…ยินดีด้วยครับกับวันนี้ “แด่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา”
เจ้าหญิงจอมแก่น มีหนังสติกเป็นอาวุธ+ธนูคู่ใจ+ม้าตัวน้อยๆ