นางจรวยพร เกิดเสม ประธานกลุ่มฯ และฝ่ายตลาด กล่าวว่า ได้จัดตั้งกลุ่มกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท ปี พ.ศ. 2530 มีการฝึกอบรมครั้งแรกสมาชิก จำนวน 15 คน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมฯ สนับสนุนวิทยากร ผลิตภัณฑ์ที่ฝึกครั้งแรกคือ ไก่ปีก มีลักษณะเป็นของที่ระลึก ได้แก่ พวงกุญแจลูกไก่ และบางส่วนเป็นกล่องเอนกประสงค์ การตลาดระยะนี้อยู่ภายในอำเภอ จังหวัด ทำให้จำหน่ายได้น้อย จึงเหลือเพียง 5-6 คน พ.ศ. 2538 กลุ่มได้ปรับปรุงการผลิตรูปแบบใหม่ ๆ ตาม ลักษณะของผู้ใช้หรือตลาด และได้ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และได้รับสมาชิกเพิ่มปัจจุบันมีจำนวนสมาชิก 70 คน
วัตถุดิบ วัตถุดิบหลักคือผักตบชวาที่ใช้จักสาน บางส่วนสมาชิกหาในพื้นที่และส่วนหนึ่ง ซื้อจากพ่อค้าภายในพื้นที่ตำบล และตำบลใกล้เคียงผลิตภัณฑ์ : ชนิด รูปแบบและลวดลาย ตามที่ลูกค้ากำหนดชนิด รูปแบบและลวดลาย โดยส่งของจริงที่ผลิตด้วยวัสดุอื่น ๆ หรือเป็นภาพ แล้วให้กลุ่มฯ ผลิต ซึ่งมีหลักการและวิธีปฎิบัติที่สำคัญคือการผลิตต้นแบบและลวดลายแล้วส่งให้ลูกค้าพิจารณา หากพึงพอใจก็จะดำเนินการผลิตตามจำนวนที่สั่ง หรือการผลิตต้นแบบให้ลูกค้าพิจารณาและผลิตตามคำแนะนำของลูกค้า ลวดลายต่างๆ ความคิดส่วนใหญ่มาจากความรู้ของ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่เคยจักสานไม้ไผ่ ผสมผสานกับแฟชั่น ลายผ้าโบราณ ภาชนะต่าง ๆ อีกทั้งการใช้ตัวอย่างการจักสาน เช่น ลายขัด ลายสอง ลายก้างปลา มาใช้จักสานโดยผักตบชวาที่เด่น คือ ตะกร้าลายสันปลาช่อน ลายไพรสาม ลายจูงนาง ลายขัด ลายสอง ลายยกดอก กระเป๋าลายสอง ลายไทย ลายก้างปลา อีกทั้งการใช้ลายผ้า เช่น ตะกร้าลายสายฝน (หรือมัดหมี่) ซึ่งผลิตให้บริษัทที่สังทำนำไปจำหน่ายที่ห้างทากาชิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นการตลาด นำผลิตภัณฑ์ไปเผยแพร่ ทุกครั้งที่ไปร่วมประชุมระดับอำเภอ จังหวัด หรือการไปร่วมงานในฐานะผู้แทนกลุ่มฯ และเครือข่ายที่จัดโดยหน่วยงานต่าง ๆ การนำผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบ (รูปแบบ) และลวดลายใหม่ ๆ ทั้งส่วนที่พ่อค้าสั่งและเกิดจากความคิดของกลุ่มแกนนำและเครือข่ายไปเผยแพร่ ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการหาตลาดในงานต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแกนและเครือข่ายจะมีรูปแบบและลวดลายที่ไม่ซ้ำ อีกนัยหนึ่ง จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อความหลากหลายที่จะให้ลูกค้าซื้อสินค้ารูปแบบ

นายปราโมทย์ รัตนสัมฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท ให้ข้อคิดในการดำเนินงานถึงผู้อ่านว่า การดำเนินงานใดๆ จะต้องมีคุณธรรมอยู่ ๔ ประการ หรืออิทธิบาท ๔ ประกอบด้วย ๑. ฉันทะ คือ ความพอใจในงาน ๒. วิริยะ คือความขยันหมั่นเพียรพยามยามกระทำงานให้สมบูรณ์ ๓. จิตตะ คือความจดจ่อ ใส่ใจในการทำงานนั้นๆ และ ๔. วิมังสา คือ ความใคร่ครวญ การใช้เหตุผล ใช้สติ ใช้ปัญญา นับว่าเป็นสิ่งที่ดีเห็นผลมาแล้วในกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านอ้อย และอีกหลายกลุ่มฯ และครั้งนี้ยังขอฝากคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ อุ อา กะ สะ หมายถึง การขยันทำกิน การรู้จักเก็บรักษา การคบเพื่อนที่ดี และการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ให้ทุกท่านได้ท่องจำ และปฏิบัติตามก็จะร่ำรวยกัน ทั้ง 2 ข้อคิดนี้เป็นหลักที่สำคัญเพื่อนำพาการทำงานประสบผลสำเร็จ และการครองชีพที่มีประสิทธิภาพ มีความอยู่ดีมีสุข ทั้งตนเองและสังคม


