แม้แต่การศึกษา ก็ต้องเป็นการศึกษาที่เน้นคุณธรรม เพราะจริงๆแล้ว คนศึกษาเล่าเรียนมากขึ้น จะรู้ช่องทางมากขึ้น และโดยธรรมชาติ คนเรามีกิเลส ก็จะเอาความรู้นั้นไปเอาเปรียบสังคมยิ่งขึ้น ดังนั้นการที่โรงเรียนส่วนใหญ่ในชนบทจะอยู่คู่กับวัด ก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์และดีงามเป็นอย่างยิ่ง

  เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2550 ดิฉันมีนัดกับเพื่อนๆประมาณ 20 กว่าคน  ตั้งใจไปทำบุญกันที่วัดสี่ร้อย ตำบลสี่ร้อย อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง   เราออกเดินทางโดยรถบัสแต่เช้า ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงจังหวัดอ่างทองค่ะ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มาก ย้อนไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2302 สมัยพม่าได้ยกทัพมาตีเมืองมะริด ที่อยู่ในความปกครองของกรุงศรีอยุธยา

  ในครั้งกระนั้น ปลัดชู ซึ่งเป็นผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า ได้รวบรวมชาววิเศษชัยชาญจำนวน 400 คน เข้าสมทบกับกองทัพหลวง ไปรบกับพม่าที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผลปรากฏว่าทุกคนตายหมด ชาววิเศษชัยชาญเศร้าโศกกันมาก จึงร่วมกันสร้างวัดนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์ และต่อมาได้สร้างพระพุทธรูปหลวงพ่อใหญ่ โดยจำลองแบบมาจากปางป่าเลไลย์ วัดป่าเลไลย์ จังหวัดสุพรรณบุรี  เพื่อเป็นที่สักการะด้วย

  เมื่อพวกเราได้เข้าไปกราบท่านเจ้าอาวาส   นมัสการท่าน มาให้ศีลแก่เราถวายอาหารพร้อมปัจจัย และทำพิธีบังสุกุลให้แก่เพื่อนบางคนที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว  นั้น ตอนนี้ ทุกคนมีจิตใจอิ่มเอิบ ผ่องใสมากค่ะ จากการทำบุญและการได้คุยกันเซ็งแซ่ชนิดเกือบไม่มีใครฟังใคร เพราะ 2 เดือนแล้ว ที่ไม่ได้พบกันเลย

    รายการต่อไป คือการเข้าไปเยี่ยมเด็กๆที่โรงเรียนวัดสี่ร้อยที่อยู่ในบริเวณวัด มีเด็กทั้งสิ้น 150 คน สอนตั้งแต่อนุบาลถึง ป.6 เด็กๆนั่งคอยกันอยู่แล้วประมาณ 60 คนเมื่อเราไปถึง เด็กทำความเคารพและร้องเพลงประกอบท่าทางให้ดู 3เพลงด้วยกัน โดยมีพวกเราร้องคลอไปด้วย

   พวกเรา ไปมอบเงินทุนการศึกษา อาหาร ของเล่น และอุปกรณ์การศึกษาให้แก่คุณครูใหญ่ เพื่อจัดสรรให้แก่นักเรียนต่อไป

    เสร็จพิธีรับมอบ จึงได้คุยกับคุณครูใหญ่และคุณครูอีก4ท่านถึงสถานภาพของโรงเรียนและนักเรียน ความเป็นจริงที่ทราบ ทำให้พวกเราสงสารเด็กๆและโรงเรียนมากค่ะ

คุณครูเล่าว่า 65-70 % ของ เด็กๆพวกนี้ มีสภาพบ้านแตกหรือครอบครัวมีปัญหามาก

1.   พ่อแม่เลิกกัน เอาหลานมาให้ย่า/ยายเลี้ยง  ฐานะยากจนมาก  เก็บผักขาย หรือไปรับจ้างเล็กๆน้อยๆบ้าง

 2.   บางคนพ่อหรือแม่เป็นเอดส์หรือติดยาเสพติด ไม่เลี้ยงดูลูก

3.   บางคนกำพร้าหมด ไม่ทราบพ่อแม่ไปไหน

4.   เวลาให้การบ้านไปก็มักไม่ได้ทำ บางทีไม่ได้มาโรงเรียน  ต้องไปตาม

5.   ทางจังหวัดตรวจสอบเห็นผลการเรียนของเด็กจากที่นี่ ตกต่ำมาก มาดูจึงเห็นปัญหา แต่ก็ยังไม่ได้แก้ไขอะไร

    พวกเราฟังแล้ว เห็นใจและหดหู่ใจว่า นี่ขนาดใกล้กรุงเทพแค่นี้ ทำไมเด็กๆจึงได้น่าสงสารอย่างนี้ ส่วนใหญ่พ่อแม่ทิ้งลูกไว้ให้ย่ายาย ตัวเองไปทำงานกรุงเทพหมด ย่ายายก็ไม่มีความรู้ ที่จะสั่งสอนเด็ก คุณครูบอกว่า เด็กพอจบป.6 ก็ไม่ค่อยเรียนต่อ เพราะไม่อยากเรียน และไม่มีเงินเรียน เพราะที่รัฐให้เรียนฟรี ก็ไม่ฟรีจริงทั้งหมด

   เราทุกคนลงความเห็นว่า แม้รัฐจะช่วยในด้านการศึกษา คนยากจนก็ยังไม่มีเงินพอที่จะให้ลูกหลานได้เรียนสูงขึ้นไป เพราะยังต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นๆอีกที่ครอบครัวต้องจ่ายเองด้วย  ที่สำคัญที่สุดคือ เด็กขาดความรักความอบอุ่นมาก เมื่อให้เงินอย่างเดียว ในที่สุดก็จะไปใช้ในทางที่ผิด เช่นเล่นเกมส์  เล่นการพนันอื่นๆ  ดื่มเหล้า ในที่สุดก็ช่วยตัวเองไม่ได้ 

เรื่องนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การศึกษาอย่างเดียว แต่อยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ลูกตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง อาหารไม่สมบูรณ์พอ ลูกขาดสารอาหาร ทำให้สมองและสุขภาพไม่ดี การดูแลรักษาก็ไม่ดี เป็นการเสียเปรียบที่สะสมกันมาเป็นระยะๆ

ถ้าไปดูที่ต้นเหตุ สาเหตุหนึ่งก็คงเป็นที่ประชาชนบางส่วนฐานะยากจนจึงมีการศึกษาน้อย  เมื่อย่างสู่วัยรุ่น รักชอบกัน มีลูก แต่รับผิดชอบลูกไม่ไหว ทิ้งให้ย่ายายดูแล ตัวเองไปทำงานที่อื่น บางทีก็ไม่ได้ส่งเสียเงินทองมาเลย เด็กๆจึงไม่ได้รับการดูแล ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาสังคมต่อไป

   การแก้ปัญหา เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากเป็นปัญหาระดับชาติ และทราบว่า ทั้งรัฐบาลและท่านผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายๆท่านก็ตระหนักถึงปัญหานี้ และพยายามแก้ไขอยู่ 

   อาทิเช่นท่าน ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วสี  ท่านได้ให้แนวทางไว้หลายประการด้วยกัน  ในทิศทางของการสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพื่อชุมชนจะได้เปลี่ยนสำนึกใหม่  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการผลิตและการบริโภค เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยชุมชนจะต้องเป็นผู้ทำแผนด้วยตนเอง เป็นแผนพัฒนาทั้งเศรษฐกิจ  จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม สาธารณสุขและการศึกษา เป็นสิ่งที่ชุมชนร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองต่อไป  

    และแม้แต่การศึกษาก็ต้องเป็นการศึกษาที่คู่กับ และเน้นคุณธรรม เพราะจริงๆแล้ว คนศึกษาเล่าเรียนมากขึ้น  จะรู้ช่องทางมากขึ้น และโดยธรรมชาติ คนเรามีกิเลส ก็จะเอาความรู้นั้นไปเอาเปรียบสังคมยิ่งขึ้น ดังนั้นการที่โรงเรียนส่วนใหญ่ในชนบทจะอยู่คู่กับวัด  ก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์และดีงามเป็นอย่างยิ่ง