วันที่ 25 มิถุนายน 2550
วันนี้เป็นวันจันทร์ เริ่มต้นสัปดาห์ที่ 8 ด้วยความสดชื่นแต่เงียบเหงา ยังรู้สึกคิดถึงบ้าน คิดถึงลูกและคิดถึงเมียอยู่เหมือนเดิม วันนี้ยังเป็นวันแรกของการเปิดเรียนภาคที่ 2 ของเด็กๆชาวสิงคโปร์ ผมออกจากที่พักประมาณ 7 โมงเช้า ปรากฏว่าข้างนอกมีรถพลุกพล่านแล้ว เริ่มเทศกาลรถติดอีกครั้ง เด็กๆที่นี่เขาเรียนกันปีละ 3 เทอมครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>ช่วงเช้าผมทำงานที่คลินิก มีคนไข้ใหม่ให้ซักประวัติและตรวจร่างกายราวๆ 5 คน คนไข้ใหม่ทุกคนผมจะเก็บสติ๊กเกอร์เอาไว้ เพื่อบันทึกลงใน logbook ซึ่งเป็นข้อกำหนดของแพทยสภา เขาจะสุ่มตรวจเรื่อยๆ แต่เรื่องนี้มีปัญหาเล็กน้อย เนื่องจากว่า ข้อกำหนดในใบประกอบวิชาชีพของ fellow อย่างผม เขาห้ามบันทึกเวชระเบียน แต่พวกเราได้รับอนุญาตจากทางโรงพยาบาลให้บันทึกได้ (เข้าใจว่าเป็นการอนุญาตภายในภาควิชามากกว่า) ไม่บันทึกไม่ได้ครับ เดี๋ยวถูกด่าเละ ดังนั้น ในวันนี้คุณจูดี้ เลขาครูหาญจึงกระซิบผมว่า อย่าบันทึกให้มันมากนัก เดี๋ยวถูกสุ่มตรวจขึ้นมาจะลำบากเปล่าๆ ผมก็บอกว่า ผมลงชื่อของ consultant ด้วยทุกครั้ง แต่นั่นแหละถ้าไม่อยากมีปัญหาก็ลงน้อยๆหน่อย อย่างนี้ก็เข้าทางผมสิครับ ดีเหมือนกัน ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องการเก็บสติ๊กเกอร์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงบ่ายเป็นช่วงเวลาของการทำวิจัยของผม วันนี้คุณป้าไวรัสเตรียมเวชระเบียนให้ผมประมาณ 30 แฟ้ม ที่น่าตื่นเต้นคือ เธออนุญาตให้นำมาบันทึกที่ภาควิชาได้ นั่นหมายความว่าผมได้รับความไว้วางใจระดับสุดยอด (เขาว่างั้น) หลายคนตะลึง ผมใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อจัดการไป 20 กว่าราย แล้วทยอยนำลงไปคืน เหลืออีกประมาณ 6 ราย พรุ่งนี้จะจัดการให้เสร็จแล้วส่งคืน จะได้ไม่เสียเครดิตเด็กดี ฮา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ตอนเย็นก่อนกลับที่พัก ได้กินข้าวที่ Kopitiam พร้อมดันดี (ชื่อเล่นของ Fernandi) เลยปรับทุกข์กันเล็กน้อย รู้สึกว่าสัปดาห์ที่ผ่าน พวกเราเจอวิบากกรรมคล้ายกัน เพิ่งกลับบ้านเหมือนกัน คิดถึงลูกเมียเหมือนกัน และที่เรายังคล้ายๆกันก็คือ ความสามารถในการจัดการความเครียดคล้ายๆกัน ซึ่งก็คือการปรับทุกข์ดั่งเช่นวันนี้ อันเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเครียด หรือ reflection ตามที่อาจารย์เต็มศักดิ์เคยปรารภไว้เมื่อคราวพักกับท่านยามแรกมา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ในบรรดา fellow ที่อยู่ด้วยกัน 4 คน จะมีก็แต่คุณพี่อาร์ลีนเท่านั้นที่เครียดที่สุด เธอจะบ่น รำพึงรำพันเสมอ ว่าเธอเหนื่อยแสนสาหัส เธอทำงานเหนื่อยที่สุด เธอต้องเขียนรายงานวิจัยให้ครูหาญมากกว่าใครเพื่อน (เพราะเธอเก่งภาษาอังกฤษมากกว่าใคร) เมื่อยามที่ผมคุยกับเธอก็พลอยรู้สึกหดหู่ไปด้วย เรื่องนี้สามารถรับรู้ได้เหมือนกันทั้งผมและดันดี เราจึงสรุปว่า พยายามพูดเรื่องงานกับเธอให้น้อยที่สุด เราจะได้ไม่ติดบ่วงแหของความซึมเซาไปด้วย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> รูปนี้ พี่สาวกำลังหวีผมให้น้องสาว </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พี่แป้งครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ท้ายที่สุดผมก็มาสะท้อนตัวเองในบันทึกนี้อีกที ก็เป็นอันสมบูรณ์แบบ</p>
ผ่านมา 2 เดือน
ผมก็ยังคงรู้สึกเหมือนๆเดิม
ดีหน่อยตรงที่ว่าสามารถกลับได้บ่อย เพราะอยู่ใกล้นิดเดียว
เคยคุยกับเพื่อนๆว่า ระยะทางจากสิงคโปร์ไปหาดใหญ่ ยังใกล้กว่าหาดใหญ่ไปกรุงเทพเลยครับ ค่าโดยสารก็ถูกกว่า (บาง flight)
ขอบคุณครับ
ชอบลูกกะตาเจ้าตัวเล็กจังค่ะ ท่าทางบอกว่าเป็นเด็กเอาจริงเอาจังนะคะ เสียดายไม่ได้เห็นตาพี่แป้งบ้าง
รูปถ่ายของเจ้าสองคนนี้เมื่ออายุเท่ากัน จะเหมือนกันเปี๊ยบครับ เพียงแต่แป้งจะมีผมมากกว่าจ้า
สมัยเมื่อคุณแป้งยังเล็กๆอายุเท่าจ้าขณะนี้ เธอไปโรงพยาบาลบ่อยครับ ไม่ใช่ไม่สบาย แต่ไปร่วมกิจกรรมคณะบ่อยมาก เรียกได้ว่า เดินในโรงพยาบาลเมื่อไหร่ เขาก็จำได้ว่าเป็นลูกผมครับ
ถ้าอยากจุดูตาเธอ ก็ไป ที่นี่ ครับ (แบบว่า ไม่สามารถเอารูปขึ้นได้ครับ เพราะว่าบนแถบข้างบน เวลาตอบคำถาม ไม่มีรูปให้โยงไปหา file ภาพเลยครับ