วันนี้ทั้งวันผมนั่งเขียนต้นฉบับ ประเด็น การจัดการความรู้ กับการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือที่จะออกกลางเดือนหน้า โดยมีกระทรวงท่องเที่ยวเป็นผู้สนับสนุนการพิมพ์

 

เรื่องไม่ยาก ในการเขียนหนังสือ แต่ต้องอาศัยเวลาและอารมณ์มาก ในวันที่เราทำจิตใจให้โล่งๆปลดพันธการอื่นๆออก วางโครงสร้างการเขียนและเขียนออกไป ด้วยความสุขในการคิดและเขียนทันที นิ้วผมที่รัวลงแป้นพิมพ์กับความคิดทำงานประสานสอดคล้องกัน  ให้มันสนุกเพลิดเพลินเหมือนการเขียนบันทึก

ผมถนัดเขียนบทความ ส่วนหนึ่งกระจายออกไปตามหนังสือพิมพ์บ้าง สื่ออื่นๆบ้าง แต่ไม่ไคร่มีเวลามากนัก เพราะงานวิจัยสังเคราะห์ที่อาศัยพลังการเขียนก็ต้องทำอยู่ ค้างๆคาๆมาหลายเพลา ...ต้องสะสางให้จบไปก่อนเป็นเรื่องๆ

ครั้งนี้ยากพอสมควรเพราะการเขียนเชิงวิชาการมากไป อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายที่อ่านไม่เข้าใจได้ เกิดปรากฏการณ์ที่ว่า คนเขียนเข้าใจคนเดียว โดยรูปแบบการเขียนครั้งนี้กลุ่มเป้าหมายเป็นแกนนำชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตลอดจนนักพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับงานท่องเที่ยวและพัฒนาชุมชน ภาษาที่ใช้จำเป็นต้องให้อ่านง่ายๆเข้าใจได้ไม่ยากนัก

เรื่องของ KM เป็นทฤษฏีที่เรานำมาใช้ แต่การแปลงทฤษฏีแบบนี้ลงสู่การปฏิบัติ อธิบายด้วยภาษาง่ายๆ เข้าใจง่ายๆเป็นเรื่องท้าทายดี ซึ่งปกติเราก็มีการจัดการความรู้เป็นวิถีอยู่แล้ว สำหรับการอธิบายต้องชัดเจนในกระบวนการ เหมือนการทำอาหารที่ดูสูตรจากต่างประเทศ อาหารค่อนข้างเป็นมาตรฐานกลางๆของประเทศมาดัดแปลงเป็นอาหารพื้นบ้านที่ถูกปากคนส่วนใหญ่ ยากพอสมควรที่จะดัดแปลง ทำดีก็เอร็ดอร่อย ทำไม่ได้ก็คงทานยาก

ผมเขียนได้เยอะแล้วครับ ก่อนที่จะเดินทางไปดูต้นฉบับทั้งหมดที่กรุงเทพอีกไม่กี่วันนี้ ช่วยโรงพิมพ์ปรูพและจัดรูปแบบหน้าตาหนังสือ

ครั้งนี้เราให้ความสำคัญครับ เพราะเราต้องการงานคุณภาพ เราพิถีพิถันแม้แต่การเลือกกระดาษ การทำปก การใช้ห่วง สีของกระดาษ รวมถึงมีมือวาดลายเส้นน่ารักๆทั้งเล่มด้วย เน้นรูปแบบให้น่าอ่านมากที่สุด

ผมมาแวะเขียนบันทึกก่อนปิดคอมพิวเตอร์พักผ่อนสมองและสองมือ

ก่อนที่จะมาลุยต่อ....ครับ!!!