เคยคิดบ้างไหมว่า...การทำบุญมากๆ  อาจจะหนีบาปไปได้  
ครูอ้อยพูดแบบคนที่ไม่มีความรู้   แต่ครูอ้อยทำแบบนี้มานานแล้ว  
เมื่อใดที่มีเหตุการณ์ที่ไม่ดี  หรือที่เรียกว่า..โชคร้าย  อันเกิดจากการประมาท  หรืออะไรก็ตาม 
ครูอ้อยจะเข้าใจว่า...บาปแต่หนหลังได้ติดตามครูอ้อยมาถึงแล้ว  
เหมือนอย่างความคิดของคนสมัยนี้หลายๆคนที่คิดว่า...บาปกรรมมันติดเทอร์โบ  ติดจรวด....ตามตัวเราไปเร็วเหลือเกิน  ไม่ต้องไปถึงชาติหน้าหรอก  .....ชาตินี้นี่ล่ะ 
อาจจะไปจัดการกับลูกหลานของเราด้วยซ้ำไป 
ดังนั้น  ครูอ้อยจึงคิดทำบุญมากๆ  เพื่อหนีกรรมเวรไปได้  ทั้งๆที่รู้ว่า....บัญชีบาป...กับบัญชีบุญ...อยู่กันคนละบริษัท..
จะเชื่ออย่างนี้แล้ว..เฮ้อ...สบายใจ  
แต่แล้วครูอ้อยก็อดคิดเปรียบเทียบกับหน้าที่การงานไม่ได้  ทั้งๆที่บ่นอยู่ในบันทึกเรื่อง....สะดุด ฉุกคิด หลังจากการสูญเสีย  
ครูอ้อยละเลยกับหน้าที่หลายอย่างในชีวิตของความเป็นคน...แต่ยิ่งหลีกหนี..ก็ยิ่งติดตามตัวครูอ้อย.....เหมือนเป็นเงาตามตัว  
ครูอ้อยไม่อยากเหนื่อยหน่าย  อยากมีพลังในการทำงานอย่างปกติสุข   ครูอ้อยรู้ตัวว่า...แผ่วเบากับครอบครัว  ไม่ได้ไปดูแลคุณพ่อคุณแม่    แต่ครูอ้อยก็โทรศัพท์เล่าให้คุณพ่อฟังว่า...ได้รับคำสั่งเร่งด่วนให้เป็นวิทยากร  ในการอบรมครูจัดทำผลงานทางวิชาการ  เพื่อเลื่อนวิทยฐานะ  ...ครูชำนาญการพิเศษ  
และเท่านั้นไม่พอ...ยังมีอีกรายการหนึ่ง...ที่โรงเรียน  คณะครูสายชั้น ป.4 ที่ครูอ้อยสอน  ขอเชิญให้ครูอ้อยเป็นวิทยากรให้การอบรม  เรื่อง  การทำวิจัย   และแนวทางการทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ  ..
เห็นไหมคะ....   ยิ่งหลีกหนี  ก็ยิ่งติดตามเป็นเงาตามตัวเลย...ครูอ้อยจะปฏิเสธ..ได้หรือ..