ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด
ความมืดมน..?เหมือนเมฆฝนตั้งเค้ามารอวันฝนตก...
ท่านผู้อ่านครับ...ความโหดร้ายใดใดในโลกนี้ล้วนเหลือหลาย รุมล้อมรบใจกายเกลื่อนแท้ ...
ถ้าเป็นความโหดร้ายอยู่ภายนอกตัวเรานั้นก็ถือว่ายังไม่มีความโหดร้ายถึงที่สุด ต่อเมื่อความโหดร้ายนั้นมันมาเกิดขึ้นกันตัวเรา และก่อเกิดความแค้นเคืองอัดแน่นอยู่ในจิตใจ ยากที่จะลืมเลือน...
ถ้าตราบใดยังไม่ได้กระทำการตอบแทนให้สาสมกับความแค้นที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจ...
ด้วยมีอำนาจของความโกรธเข้าครอบงำแล้ว ก็สับสนและสิ่งเหล่านี้เป็นหนทางแห่งความมืดมน จนกว่าจะค้นหาทางสว่างมีวิชชาโดยมีแสงธรรมส่องนำทาง...
เพื่อให้ชีวิตที่ถูกต้องดีงาม หลีกห่างจากความสูญเสียความเที่ยงธรรมอันจะก่อผลเสียต่อวิถีชีวิตอื่น ๆ ด้วยเหตุนี้เอง ...
ท่านผู้รู้จึงกล่าวว่า…ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมนย่อมเกิดมีเมื่อนั้น…ฮา ๆ เอิก ๆ.
ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมนย่อมเกิดขึ้นเมื่อนั้น..............
ความโกรธ(โทสะ) เป็นสิ่งที่ต้องละให้ได้ สำหรับนรชน(คนดี) ซึ่งต่างจากทุรชน(คนกันดารความดี)มักจะสะสมความโลภ ความโกรธ และความหลง บุคคลใดที่ตกอยู่ในความครอบงำของ สิ่งสามสิ่งนี้ มักจะตกอยู่ในอเวจี เช่น
๑.คนที่มักโลภจะพอใจกับสิ่งที่ตัวเองได้มารอบตัวเปรียบเสมือนหนอนที่นอนอยู่ในถังส้วม
๒.คนที่มักโกรธจะอยู่ท่ามกลางเปลวไฟตลอดเวลา
๓.คนหลงมักจะเป็นเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เหล่านี้เป็นต้น
เพราะฉะนั้น ถ้าเราเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดี ก็ควรจะไม่ก่อให้เกิด ให้มีในตน ซึ่งอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายในตนนั้นจะบั้นทอนสุขภาพ ทำร้ายจิตใจ ส่งผลให้ความเป็นมนุษย์เหลือน้อยลง มีแต่ความเป็นยักษ์ เป็นมารเข้ามาสิงมากขึ้น
สวัสดีครับ คุณ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ดีมากครับ</p><p>ขอภาวนาให้หาเจอนะครับผม</p><p>ขอบคุณครับ</p>
สวัสดีครับ คุณ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>เจอคนคอธรรมะเดียวกัน…</p><p>อธิบายเสริมต่อดีมากครับ</p><p>ขอชื่นชม…</p><p>ผู้แสวงหาธรรมอย่างคุณ</p><p>ขอบคุณครับ</p>