[ ริ้วรอยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ : ผู้นำตามธรรมชาติ 

ทุกระดับมีความสำคัญเท่ากันหมด ในกลุ่มข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครูบาอาจารย์ นิสิตนักศึกษา นักเทคนิคนักวิจัยในสถาบันท้องถิ่น ลูกจ้างห้างร้าน คนงาน พ่อค้า เกษตรกร พระสงฆ์ ผู้อาวุโส เด็กและเยาวชนหรือแม้แต่เขยฝรั่ง.. เขาเหล่านี้มีบทบาทหน้าที่ในวิถีสังคมเชื่อมโยงกัน ทุกจุดทุกข้อต่อล้วนมีพลังถ้าเราสังเคราะห์ออกมาได้

ถ้ามองหาตัวตนคนในชนบท ที่จะเอามาชวนคิดชวนคุยชวนทำงานพัฒนา คงมีอยู่ทั่วไปในกลุ่มสังคมและองค์กรต่างๆ เพียงแต่จะต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง มีขั้นตอนเตรียมคนเตรียมการบ้างพอสมควร เพราะส่วนใหญ่จะเอาไหนเอาด้วย แต่ถ้าให้ช่วยขอคิดดูก่อน และขอถ่ายรูปไปเสนอหน้าก่อนได้ไหมละ!!

[ แม่ใหญ่ที่งกๆงิ่นๆอุ้มหลานอยู่ใต้ถุนบ้าน กลุ่มนี้แหละที่ใช้สองมือเลี้ยงดูอีสานมายาวนาน เป็นผู้รักษาจารีตประเพณีอีสานไว้ทั้งหมด แบกภาระในฐานะมารดาแห่งอีสาน แม่ใหญ่ของผมมีความรู้สารพัด ในการดำรงชีวิตอยู่ในอีสาน ทำไร่ทำนาทอผ้าไปวัด แต่เมื่อวิกฤติอีสานพลัดถิ่น ทำให้การสืบเนื่องภูมิปัญญาขาดวิ่นไป ถูกมองว่าผู้สูงอายุเป็นภาระให้เลี้ยงดู รัฐบาลเห็นลูกหลานเขาส่งเงินมาให้ ก็เอาอย่างบ้าง จัดสวัสดิการผู้สูงอายุ ตั้งเงินเดือนให้แม่ใหญ่เสียเลย ทั้งๆที่มีศูนย์ศิลปาชีพนำร่องให้เห็นศักยภาพของแม่ใหญ่เหล่านี้ และบางส่วนไปอยู่ในงานโอท็อป แต่โอท็อปส่วนใหญ่ก็ยังปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง เพราะเกลือไม่พอหมักเนื้อเค็ม  

..เมื่อสายตามองเห็นคนแก่ไร้ค่า คนแก่เป็นภาระ แผนสงเคราะห์ผู้อาวุโสจึงออกมาแบบนี้  แต่ถ้ารัฐฯลงไปเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพฝีมือ ช่วยกันยกระดับทักษะชีวิตอย่างที่ออตทำ เอาวิชาการไปพัฒนาวิชาชีพ แม่ใหญ่ผมก็จะทอผ้าด้วยเทคนิควิธีที่พัฒนาลายผ้าและคุณสมบัติใหม่ๆ ถ้าบวกฝีมือตัดเย็บด้วยวิธีทันสมัย ผ้าทอฝ้ายและไหมจากฝีมือแม่ ก็จะนำรายได้มาสู่ครัวเรือนและชุมชนได้อีกทางหนึ่ง ที่สำคัญมันยังคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของคนรุ่นแปลงบ้านสร้างเมือง สิ่งนี้ใช่ไหมเล่าที่เป็นคำอธิบายถึง

วิธีสร้างงาน

การสืบทอดภูมิปัญญา

การพึ่งพากันเอง

และเศรษฐกิจพอเพียงเชิงประจักษ์

[ พ่อใหญ่ กลุ่มพ่อบ้านพ่อเรือน ยุคสมัยไปขายแรงงาน หรือรุ่นฝ่าทะเลทรายรุ่นบุกเบิก ปัจจุบันหง่อมกันหมดแล้ว เป็นทรัพยากรบุคคลที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจากต่างประเทศ คนกลุ่มนี้เริ่มได้คิดว่าสังคมที่อยู่รอบข้างเปลี่ยนไป การทำมาหากินแบบช้าๆได้พร้า2เล่มงาม บางคนเริ่มคิดใหม่ เปลี่ยนไปเป็นแบบ น้ำขึ้นให้รีบตัก จึงเกิดตำนาน ไปเสียนา มาเสียเมีย  

หลังจากนั้น ก็จะมีการสืบทอดแนวคิดไปขายแรงงานสืบเนื่องกันมาในปัจจุบันคนอีสานกระจายว่อนอยู่ในโรงงานต่างๆทั่วโลก เขาเหล่านี้ส่วนมากผ่านเบ้าหลอมของโรงงาน บริษัทห้างร้านมาแล้วทั้งนั้น หลายคนกลับมาเป็นผู้นำในองค์กรชุมชน นายก อบต. กรรมการหมู่บ้าน กรรมการกองทุน ผู้ใหญ่ กำนัน อสม.ตำรวจชุมชน  

ตรงจุดนี้ถ้าพิจารณาให้ดี จะเห็นว่าระบบการศึกษาได้เว้นวรรคชนชั้นคนสำคัญ ระดับพ่อบ้านแม่เรือน ยังดีที่เขาเหล่านี้ไม่ได้งอมืองอเท้า ออกไปแสวงหาความรู้เชิงรุก ได้ประสบการชีวิต โดยเฉพาะรูปแบบการทำงานแบบสากล มาปรับใช้ในบ้านเมืองของตนเอง การที่รัฐฯละเลยให้การศึกษาดังกล่าว ทำให้เกิดการขัดข้องการใช้วิชาการเข้ามาสู่วิชาหากินของชาวบ้าน เพราะเป็นวิชาการที่ต่างวัฒนธรรม ตรงจุดนี้ทำให้ได้คำตอบว่า..

ทำไม งานวิชาการ งานวิจัย จึงควรหาโจทย์จากชุมชน

นับเป็นความโชคดี   ที่การแข่งขันทางด้านการศึกษา ทำให้เกิดหลักสูตรใหม่ๆ ที่เข้าถึงผู้นำในชุมชนมากขึ้น เช่น หลักสูตรมหาวิทยาลัยชีวิต ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรีและโท ให้แก่บุคลากรในองค์กรภาคชุมชน แต่ก็อีกนั่นแหละ  ถ้าไม่มีมาตรฐาน ไม่ดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ หลักสูตรพวกนี้ก็คงจะแจกกระดาษที่ว่างเปล่าสติปัญญาให้กับนิสิตโข่งรุ่นเดอะเหล่านี้

Key Word

-ปลายเหตุ  ต้นเหตุ

-ทิศทาง ทิศทำ

-ซ้ำดี ซ้ำร้าย

-เจตนาดี ประสงค์ร้าย

-จดหมายผิดซอง

-อนามัย อากาศ อาหาร อารมณ์ อโรคยา อาชีวะ