อนุทินล่าสุด


ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

รอยแปดเปื้อนด้วยอคติ
มิอาจลบเลือนจางหาย
เราต่างแบกอยู่นาน

ปล่อยเถอะนะ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

บางครั้ง
ชีวิตไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า "ความเบิกบานใจ"
ในวัยเยาว์ของเราก็เป็นเช่นนั้น
จนกระทั่งตัวเลขของอายุมากขึ้นเรื่อยๆ
"ความเบิกบานใจ" ก็เริ่มหายไป




ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

เสียงกระซิบผ่านสายลม
หยอกเหย้าผืนน้ำของยามเช้า
ใครคนหนึ่ง... กำลังมีความสุข



ความเห็น (3)

เห็นภาพนี้แล้วอยากเกษียณอายุราชการเร็วๆ ค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

ความรัก
มิใช่อะไรอื่น
เป็นความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ที่ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข




ความเห็น (2)

เป็นภาพที่ถ่ายได้อารมณ์ของความรักมากเลยครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

สายฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง
เด็กนักเรียนทยอยกลับ
บ้างก็ยังเล่นที่โรงเรียนรอผู้ปกครอง



ความเห็น (1)
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

เก็บคุณค่าของรอยต่อเวลา
ที่คาบเกี่ยวระหว่าง อดีต ปัจจุบัน อนาคต
เมื่อเวลาผ่านไป
เราจะมีเรื่องเล่ามามายในความทรงจำ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

 

ได้ยินชื่อ "เจ้าชายน้อย" มานานแต่ก็ไม่เคยซื้อมาอ่านสักที

สองวันก่อนเข้าร้านหนังสือเห็นมีเจ้าชายน้อยด้วย จึงตัดสินใจหยิบมา



ความเห็น (1)

เรื่องนี้เคยอ่านแล้วค่ะ …หนังสือในห้องสมุด

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

บางครั้ง   บางสิ่งที่ดูเรียบง่ายก็ถูกลืมด้วยหลายๆสิ่ง

คืนนี้ดูดาวกันนะ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

 

 

เมื่อมีโอกาสเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน
สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือ โปสการ์ด น้อยๆน่ารักๆ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

“ การเดินทางของดินสอ “

ดินสอแท่งเก่า สั้นลงทุกวัน
เดินทางยาวนาน ไกลถึงขอบดาว
หันหลังมามอง เรื่องราวที่ผ่าน
สุขทุกข์หายพลัน เพียงแค่พริบตา

ยังมีสิ่งอื่น ให้เดินทางต่อ
ดินสอแหลมพอ เริ่มขีดเขียนใหม่
การเดินครั้งนี้ มิได้เดินไกล
แค่ลึกลงไป ตรงกลางใจเรา

ดำมืดสว่างจ้า สูงสง่าปานกลางต่ำ
ดินสอจะเขียนอย่างไรกัน เมื่อมองผ่านไม่เข้าใจ
ยิ่งขีดยิ่งเขียน ยิ่งงงไปใหญ่
นั่งกลุ้มทำใจใคร่มองเฝ้าดู ร้อยกัปป์เสร็จสิ้นดินสอรับรู้ 

ทุกกาลเข้าใจ จิตคนนั้นไซร้
ยากแท้หยั่งถึง ต่างซ่อนหน้าดำ
พลางทำหน้าขาว ยิ้มอย่างแพรวพราว
หลอกล่อ ให้กัน

ตัวตนไม่มี ทุกสิ่งมิแท้
ชีวิตเสร็จสรรพ ไร้แก่นทุกสิ่ง
ดินสอแน่นิ่ง หยุดเขียนทุกอย่าง
ว่างเปล่าปล่อยวาง นิพพานมิไกล...

 

 

เขาค้อ : เพชรบูรณ์



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

เมื่อเสร็จจากอบรมในตัวเชียงใหม่ เดินทางกลับฝาง ระหว่างพักเข้าห้องน้ำที่ โครงการหลวงห้วยลึก พบลูกศิษย์  
จึงถามว่า "เธอไม่ไปเรียนหรือ" 
"หนูไม่มีเงินค่ะ" คำตอบจากลูกศิษย์ เสียงเรียบๆเศร้าโศกในดวงตา
ผมนึกว่ารุ่นผมคงเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะพูดประโยคเช่นนี้
จิตใจหดหู่ที่ยังคงได้ยินประโยคนี้อีกครั้ง  



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

บางครั้ง

ความโดดเดี่ยวก็เป็นเพื่อนที่ดี

 ฝาง : เชียงใหม่



ความเห็น (5)

ผมก็มี “ความเดียวดาย” เป็นเพื่อนเช่นกันครับ ;)…

รวมแล้วท่านทั้ง 2 หากมาอยู่เป็นเพื่อนกัน คงวิเวกวังเวง เพราะ จะเป็น ..โดดเดี่ยวเดียวดาย.. เลยทีเดียวครับ…ฮา

เอาแบบโดดเดี่ยวเดียวดาย กันเลยเหรอครับ ห้าๆๆ

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

ทั้งผู้ชนะและผู้ปราชัยหลอมหลวมเป็นหนึ่ง
เดินทางสู่ประชาธิปไตยที่ตนใฝ่ห
ทว่าอยู่หนใด

ปาย : แม่ฮ่องสอน

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

ขอบคุณเข็มนาฬิกาที่ยังหมุ่น
ขอบคุณไก่ที่ยังขัน
ขอบคุณรุ่งอรุณที่แสนงาม
ขอบคุณดวงจันทร์ที่ยังสกาว

 

ขอบคุณที่ทำให้ฉันตื่นจากภวังค์
ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเวลายาวขึ้น
ขอบคุณที่ร่ายรำรอบตัวฉัน
ขอบคุณผี้เสื้อสีดำ

พระตำหนักดอยตุง : เชียงราย

 

 

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง : เชียงใหม่



ความเห็น (4)
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

"มนุษย์มิอาจครอบครองได้ทุกสิ่ง"

ปาย : แม่ฮ่องสอน



ความเห็น (5)

ช่วงที่ไปก็เย็นสบายครับ ยังไม่หนาวมาก

อยากให้ทุกภาคของปทมีบรรยากาศแบบนี้

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

อาทิตย์ก่อนมีโอกาสเดินทางไปเชียงราย เริ่มออกจากฝาง ไปแม่สลอง ดอยตุง พระธาตุดอยตุง บ้านดำ วัดร่องขุ่น ขึ้นไปดอยช้าง แวะมาบ้านวาวี ก่อนที่จะกลับฝาง 



ความเห็น (5)

คิดถึงเมื่อ30ปีที่แล้ว ผมต้องเดินทางไปบรรจุที่กันดารรอยต่อสี่จังหวัด อีสานครับติดโคลนวิบากต้องลงมาแคะดินออกจากล้อไปต่อได้ เป็นกำลังสุดๆครับ

คิดถึงชีวิตตัวเองแฮะ ;)…

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

เส้นทางสำหรับวันนี้ค่อนข้างยากเล็กน้อย ด้วยระยะการมองเห็นถูกม่านหมอกบดบังเสียหมด

ต้องระวังเป็นพิเศษ 

ทางไปพระธาตุดอยตุง (27/10/56)



ความเห็น (3)

เดินทางปลอดภัยค่ะ อากาศคงหนาวๆ

เย็นสบายดีครับ ปลอดภัยตลอดเส้นทาง

ขอบคุณครับที่เป็นห่วง

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

พึ่งกลับมาจากบ้านที่เขาค้อ เพชรบูรณ์ 

น้ำตกศรีดิษฐ์ ช่วงนี้น้ำเยอะเพราะพายุเข้า 

ที่จุดชมวิว

พิพิธภัณฑ์อาวุธ

จุดชมวิวที่อนุสรณ์ผู้เสียสละ



ความเห็น (5)

อยากจะไปสักครั้ง พึ่งคุยกันกับญาติที่เพชรบูรณ์ว่าอยากไปเที่ยวเขาค้อ สวยมากๆๆๆๆ ยิ่งทำให้อยากไปมากขึ้น

ขอบคุณทุกคนครับ 

หากมีโอกาศก็ไปเยี่ยมเยียนได้ครับ "เขาค้อ"

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

วิถีชีวิตยังคงดำเนินต่อไป

แม้จะเกิดเรื่องราวมากมายทั้งดีและไม่ดี

ยามเย็นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 



ความเห็น (6)

อยากไปอยู่ที่นั้นจัง สวยมากครับ

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

บางสิ่งไม่แสวงหา ย่อมไม่พบ

ยิ่งเป็นการค้นพบด้วยตนเอง ดูช่างยิ่งใหญ่จริง



ความเห็น (2)

ประทับใจและมีคุณค่ายิ่ง

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

บางมุมจากน้ำท่วม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

พลังธรรมชาติ
อยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์

 

 



ความเห็น (1)
ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

เย็นนี้ตั้งใจออกไปเก็บรูปน้ำท่วมบางส่วนในตัวอำเภอฝาง  






ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

ใกล้วันแม่แล้ว มาฟังเพลงกัน...



ความเห็น (1)

เพลงเพราะนะคะ...ขอบคุณค่ะ

ชีพจรรองเท้า กับเวลาที่หายไป
เขียนเมื่อ

เป็นความตั้งใจเล็กของผมว่าจะเดินทางไปอำเภอเวียงแหงสักครั้ง และโอกาสก็มาถึง  หลังจากอบรมที่อำเภอเชียงดาวเรียบร้อย จึงตัดสินใจเดินทางเข้าสู่อำเภอเวียงแหง ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเชียงดาวราว 70 กิโลเมตร
เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นลงตามไหล่เขา บ้างก็สันเขา หากเป็นมอเตอร์ไซค์ก็ขับสนุกๆ ถ้าเป็นรถเก่งหรือกระบะก็อาจจะลำบากเล็กน้อย แต่สำหรับคนเคยทางก็คิดว่าสบายๆ  ไปรอบนี้โชคดีอยู่อย่างหนึ่งคือไม่เจอฝนกลางทาง ไม่งั้นก็คงใช้เวลามากขึ้นไปอีก

 

เข้าสู่ประตูเมืองเวียงแหงแล้วนะ อิอิ 


พื้นที่ราบลุ่มแห่งแรกที่เจอในตัวอำเภอเวียงแหง มีนาที่กำลังหวานไถ ระบบน้ำไหลตลอด ดีจริง


ขี่รถไปเพียงเล็กน้อยก็เจอทุ่งนาเขียวขจี  ภาพนี้ซูมเล็กน้อยเนื่องจากย้อนแสงพอดี พระอาทิตย์กำลังฉายแสงอย่างจังกับกล้อง จึงเลี่ยงโดยการซูมมุมกดเล็กน้อย

ผ่านตัวอำเภอเวียงแหงเพียงเล็กน้อยก็มีทางเข้าวัดพระธาตุนายางซึ่งอยู่ห่างจากถนนสายหลักเพียงกิโลเมตรกว่าๆ ก็เลยแวะไปถ่ายรูป


ภาพนี้เป็นมุมสูงจากวัดพระธาตุนายาง ไปยังตัวอำเภอเวียงแหง ซึ่งตัวอำเภอเวียงแหงก็ไม่ใหญ่นัก ซึ่งเล็กกว่าเปียงหลวงเสียด้วยซ้ำ สังเกตจากบ้านเรือน 

 

ลงจากวัดพระธาตุนายางก็พบรุ้งกินน้ำสองตัวซ้อนกันอยู่ ก็ถือโอกาสเก็บภาพซะเลย  สีเขียวที่เห็นเป็นข้าวโพด


มาถึงภาพนี้ ก็ราวๆ 6 โมงเย็น ยังไม่ได้หาที่พักเลย ข้าวก็ยังไม่ได้กิน แล้วคืนนี้จะไปนอนที่ไหนดี  เห็นป้ายเปียงหลวงอีก 16 กิโลเมตร จึงตัดสินใจไปหาที่นอนที่เปียงหลวงดีกว่า  ภาพนี้หาทางเข้านาไปถ่ายรูปยากมาก รกๆน่าดู รองเท้าหนังเปียกน้ำเล็กน้อย 

กินข้าวหาที่นอนที่เปียงหลวงเรียบร้อย พักที่เฮือนกิ่งกะหลา 

ตื่นเช้าก็แวะมาถ่ายรูปเขตแดนสักหน่อย งงเหมือนกันที่เจอกับป้ายนี้ "พื้นที่สงวนทางทหาร" ไม่รู้ว่าหมายความว่าไง หรือเขตแดนไทยสุดแค่นี้  ส่วนเด็กๆก็ไปเรียนโรงเรียนที่เห็นในภาพข้างล่าง  คิดว่าน่าจะไปเรียนภาษาจีน เพราะ ส่วนใหญ่ลูกหลานคนจีนก็จะไปเรียนภาษาของตัวเองในวันเสาร์อาทิตย์ ส่วนจันทร์ถึงศุกร์ก็เรียนโรงเรียนของรัฐ



จากนั้นจึงเดินทางต่อไปวัดฟ้าเวียงอินทร์ ซึ่งวัดนี้ก็ไกล้กับพม่ามาก วันนี้จึงมีทั้งภาษาไทยและไทยใหญ่คู่กัน


ข้างๆก็มีศาลสมเด็จพระเนศวรตั้งอยู่

ขากลับจากเปียงหลวง ก็แวะพระธาตุแสนไห ภาพนี้ถ่ายแบบซ้อนแสงเพราะตั้งใจจะเอาพระอาทิตย์ทรงกรด แต่เนื่องด้วยอากาศร้อนและก็กลัวกล้องจะพัง อิอิ จึงไม่ได้สนใจส่วนที่โผล่มาเลย ห้าๆ ถ้าไม่มีก็คงงามอิอิ


บนสันเขายอดดอยมีข้าวไร่ของลีซอ จึงแวะมาถ่ายรูปเผอิญเจอผีเสื้อกำลังบินว่อนหาน้ำหวานจากดอกไม้ป่าก็ถือโอกาสแชะด้วย ช่วงนี้ก็อยู่เชียงดาวแล้วละครับ (ขากลับ)


ภาพข้าวไร่  แหมสูงชันซะขนาดนี้ ถ้าตกลงไปละก็ มีหวังถึงก้นดอยแน่ๆ อิอิ


แวะมาพักรถมอเตอร์ไซค์ที่โครงการหลวงห้วยลึก ที่เชียงดาว


เดินไปถ่ายรูปดอกไม้แก้เมื่อย


ภาพเรียงตามเหตุณ์การเลยนะครับ ไม่ค่อยได้ให้รายละเอียดเท่าไหร่ 

สำหรับใครที่อยากไปก็หาเวลาว่างไปกันนะครับ





ความเห็น (6)

หากเขียนจาก "อนุทิน" เป็น "บันทึก" การสืบค้นอันเป็นประโยชน์ของผู้สนใจจะค้นหาง่ายกว่า "อนุทิน" ครับ ;)... เวียงแหง ไม่ได้ไปเหยียบมานับ ๑๐ ปีแล้ว เมืองที่สงบเงียบสุด ๆ ;)...

อยากให้เอาไปลงเป็นบันทึกด้วยนะจ๊ะ

เวียงแหง อยู่ในใจเสมอ คิดถึงเวียงแหงที่สุด ขอบคุณที่เก็บภาพมาฝากค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี