วันนั้นละครับรัฐบาลถึงจะหันมาแก้ไขปัญหาการศึกษาอย่างจริงจัง ช่วยกันสะท้อนคิดเรื่องนี้อย่างเป็นระบบดีไหมครับ อย่าเอาแต่อมยิ้ม..จะมาอารมณ์ดีในช่วงที่มีวิกฤติการศึกษา ไม่บ้าก็เมาครับผ๊ม!

 

 สมัยท่านสุนทร(ภู่) อย่างมากก็จะแค่เจ็บอกเพราะตกต้นตาล “..อันอ้อนตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย  เมื่อคืนนี้นั่งส่งบล็อกกว่าจะได้ ก็ปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง เสียเวลาไปมาก นอนไม่หลับหยิบหนังสือมาอ่านเพลินไม่ได้ดูเวลา ตี5พนักงานโทรมาปลุกให้เตรียมตัวไปสนามบินสุวรรณภูมิ  ก็เกิดความคิดบ้าๆว่าทำไมจะต้องกระหืดกระหอบไปใช้บริการบริษัทการบินแสนห่วยพวกนี้ด้วย เราเดินทางด้วยยานพาหนะอย่างอื่นก็ได้นี่ เมื่อคิดได้ก็นอนต่อสบายใจเฉิบ 

สรุปว่าวันนี้ทอดหุ่ยอยู่กรุงเทพอีกวันหนึ่ง3ทุ่มคืนนี้ ถึงจะขึ้นรถไฟฉึกฉักๆๆไปถึงสถานีบุรีรัมย์ประมาณตี4.25.เดือดร้อนคนมารับอีกแล้ว ไหนๆก็ไหนๆ ขอเล่าเรื่องไปประชุมที่สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาดีไหมครับ ขอยกเอาบางประเด็นมาเล่านะครับ ..มีการรำพึงถึงคุณภาพการศึกษา ทุกท่านเห็นว่าคุณภาพของเด็กที่ส่งมาให้มหาวิทยาลัยนั้น ผลการเรียนของเด็กต่ำ มหาวิทยาลัยไม่สามารถรับหรือคัดเลือกเด็กที่มีผลการเรียนดีเป็นส่วนใหญ่ได้ ก็คัดกันไปตามมีตามเกิด ได้ออกแบบการรับเด็กนักศึกษาหลายวิธี รับโดยตรง รับแบบโคต้า รับแบบวิธีพิเศษ ฯลฯ  ทั้งหมดนี้เป็นข้อจำกัดเฉพาะหน้า ยังหาทางออกที่ชัดเจนไม่ได้  

ท่านผู้ทรงคุณวุฒิแนะนำว่า มหาวิทยาลัยควรต้องมีนโยบายเตรียมเด็กหัวแหลมร่วมกับโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา จัดโครงการเรียนล่วงหน้าให้กับเด็กๆ อาจจะดูแลกันตั้งแต่อยู่มัธยมต้นก็เป็นได้ คณาจารย์ก็ได้แต่รับฟัง ถ้าอาจารย์ไม่ยอมเหนื่อยมากขึ้นทุกอย่างก็เหมือนเดิม แต่ละปีก็จะแย่งกันช้อนเด็กผลการเรียนดีมาเข้ามหาวิทยาลัยของตน ส่วนมากก็จะทำกันอยู่แค่นี้ นอกจากนั้นก็เรื่องมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ นี่ก็ยังยักแย่ยักยันฟันธงไม่ได้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพราะไม่แข็งแรงพอที่จะยืนอยู่บนขาตัวเอง  

เรื่องคุณภาพของบัณฑิตทุกระดับมีการทบทวนกัน ทุกมหาวิทยาลัยควรจะมีแผนยกระดับมาตรฐานการศึกษาที่หวังผลได้  จึงมีเรื่องที่ต้องสะสางและปรับปรุงกันในหลายจุด ปัญหามันสุกงอมมากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น แต่กระบวนการแก้ไขและพัฒนาระบบการศึกษา มันเชื่อมโยงกันทั้งระบบ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ไม่สามารถที่จะตัดตอนเอาเฉพาะช่วงนั้นช่วงนี้มาใส่ตะกร้าล้างน้ำได้ ควรจะเอื้ออาทรความรู้ระหว่างกันอย่างเป็นระบบ ทำอย่างไรปัญหาการศึกษาถึงจะวิ่งอยู่ในลู่เดียวกัน ดูแลกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รับผิดชอบร่วมกัน  

ขอให้ถือว่าการศึกษาเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะช่วยกันเป็นเจ้าภาพ ถ้าประชาชนดูดายเฉยเมย หรือลอยเพการศึกษา การศึกษาก็นับวันจะสึกกร่อน ถ้าวันใดประชาชนลุกขึ้นมาเรียกร้องหาคุณภาพของการศึกษา วันนั้นละครับ ระบบการศึกษาจึงจะขยับ รัฐบาลจึงจะเขยื้อน การศึกษาจะไม่ถูกคุมกำเนิดความก้าวหน้าเช่นที่เป็นอยู่นี้  เราช่วยกันชี้ชวนให้ประชาชนลุกขึ้นมาทวงถามคุณภาพการศึกษามากๆ จนเกิดเป็นกระแสประชาคม และยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ วันนั้นละครับรัฐบาลถึงจะหันมาแก้ไขปัญหาการศึกษาอย่างจริงจัง  ช่วยกันสะท้อนคิดเรื่องนี้อย่างเป็นระบบดีไหมครับ อย่าเอาแต่อมยิ้ม..จะมาอารมณ์ดีในช่วงที่มีวิกฤติการศึกษา ไม่บ้าก็เมาครับผ๊ม!