เด็กหรือผู้ใหญ่ ใครคือบุคคลที่จะต้องสืบสานตลอดไป

เพลงพื้นบ้าน สืบสานแล้วปล่อยไป<h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 42.55pt 49.65pt 6.0cm 191.4pt" class="MsoNormal"></h2>

                สนับสนุน ส่งเสริม อนุรักษ์ รักษา สืบสาน สร้างสรรค์ ถ่ายทอด การร่วมมือ มีส่วนร่วม เป็นผู้นำและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม เป็นการค้นหาหรือสืบค้นเอามาให้ได้เพื่อให้เกิดความต่อติดกันอย่างหนาแน่น เป็นคำที่พบมาก ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมของชาติ และมักที่จะได้รับงบประมาณสนับสนุนเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นการเริ่มต้น บุกเบิก กระทำในสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งของประเทศชาติให้ดำรงคงอยู่ต่อไป  ในบรรดาโครงการทั้งหลายจะมีกระบวนการทำงาน ดังนี้

1. เริ่มต้นที่ผังมโนทัศน์ เป็นการออกแบบเพื่อที่จะทำการวิเคราะห์ปัญหา ทำให้มองเห็นภาพรวม

               2. วางแผนการทำงาน กำหนดเป็นขั้นตอน หรือเป็นกระบวนการว่า จะทำอะไรก่อน อะไรหลัง

              3. ลงมือปฏิบัติงาน หรือดำเนินงานตามแผนที่ได้วางไว้ ตามลำดับขั้นตอน

             4. ปรับปรุงการทำงาน โดยมีการประเมินผลก่อน-หลังการทำงานเพื่อเป็นการตรวจสอบผลที่ได้รับ

                   5. นำเสนอผลงานที่ได้สร้างสรรค์และนำเอาไปใช้ประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้               

              ผมยอมรับในความสามารถของผู้ที่จัดทำโครงการในลักษณะของเพลงพื้นบ้านแม้กระทั่งเรื่องของภูมิปัญญาไทยทุกท่าน โดยเฉพาะกระบวนการทำงานของท่าน ช่างมีขั้นตอน มีเอกสารรองรับและเกี่ยวข้อง กันดีมากครับ ไปจนถึงวิธีการประเมิน ใช้หลักการทางสถิติที่เข้าใจยาก จนไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจในข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว จนได้ผลออกมาเป็นที่น่าเชื่อถือ ลองย้อนกลับไปมองผลงานกันสักนิดดีไหมครับว่า สิ่งที่ได้นำมาอ้างอิง ในความน่าเชื่อถือเหล่านั้นมาจากใคร  เอ้า! ไม่เป็นไร ย้อนไปดูหัวข้อเรื่องหรือปัญหากันก่อน  ว่าหัวเรื่องที่อยากรู้ หรือความต้องการคำตอบเกี่ยวข้องกับใคร  เจ้าของเรื่องนั้น ๆ ได้ออกมาให้คำตอบที่เป็นจริงบ้างสัก 1 คนมีหรือไม่  ถ้ามีแสดงว่าโครงการหรืองานชิ้นนั้น มีความเป็นจริงน่าเชื่อถือมากครับเพราะข้อมูลทั้งหลายได้มาจากต้นตำนานโดยแท้ (คุณเชื่อความจริงหรือปักใจเชื่อ.........)               

                   ผมขออภัยกลุ่มคนเพลงพื้นบ้านทุกท่านด้วยนะครับ เพราะว่าในตอนนี้ ผมขึ้นต้นหัวเรื่องเอาไว้ว่า        สืบสาน (เพลงพื้นบ้าน) แล้วปล่อยไป  แล้วทำมาทำไปกลายเป็นเรื่องอื่นเสียแล้ว  อ๋อ!มิ ได้ครับยังคงอยู่ในประเด็นนั่นแหละ  แต่ว่า วกไปวนมาหน่อย กำลังจะปะติดปะต่อกับเด็ก ๆ ที่ห้องฝึกหัดเพลง                ที่ว่า ปล่อยไป  คำว่า ปล่อย เป็น กริยา หมายถึง ทิ้งไป ไม่มีความจำเป็นสำหรับเขาแล้ว เขาได้ผลประโยชน์จากสิ่งนั้นมาแล้ว เพียงพอแล้วที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งนั้นอีก จึง ปล่อย                  ไป เป็น คำกริยา แปลว่า เคลื่อนที่ ไม่อยู่ในตำแหน่งเดิม อาจจะมีสิ่งใหม่ที่น่าสนใจมากกว่า หรือมีสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตสำคัญกว่าครับ                 มีการตื่นตัวในวงการของกลุ่มคนทั้งระดับปฏิบัติการ และระดับบริหารงาน  เร่งรัด จัดให้มีการขยายผลความรู้ในเรื่องของศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้านกันมาก ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดอื่น ๆ บางหน่วยงานมีการจัดกิจกรรมการแสดง ประเภทศิลปวัฒนธรรมทั่วทั้งประเทศ จัดมารวมกันโดยมีงบ ประมาณสนับสนุน ในกระบวนการจัดให้มีนั้นไม่ยากนะครับ  ผมกับปราชญ์ชาวบ้านและน้อง ๆ 2-3 คน ช่วยกันทำงาน จนประสบความสำเร็จมาแล้วเกือบ 10 ครั้ง  มีผลงานเป็นที่ปรากฏว่า นักเรียน ครูมีความ สามารถ แสดงเพลงพื้นบ้านกันได้จริง ๆ หลายโรงเรียน เรียกว่าเด็ก ๆ มีความสามมารถแสดงเพลงพื้นบ้านได้  80% เล่นเพลงพื้นบ้านเป็น (เล่นถูกวิธี) 40 % และเล่นเพลงพื้นบ้านแบบรับงานแสดงได้ 5-10% (เป็นระดับความสามารถของเด็ก ๆ )                      มีหลายโรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษา ที่ครูเขาเอาจริง โดนมนต์เสน่ห์แห่งเสียงเพลงอีแซว เพลงพวงมาลัย เพลงฉ่อย ลำตัดเข้าไป หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น ต้องทำงานนี้ต่อไปอย่างน่าสงสาร หน่วยงานที่ดูแลพวกเราก็ให้โอกาส ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แถมยังจัดให้พวกเราชาวเพลงได้มีโอกาสนำลูก ๆ (ลูกศิษย์) ขึ้นเวทีใหญ่ๆ ได้แสดงอย่างเต็มที่  ครูเพลงในท้องถิ่นให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีผมเป็นผู้ประสานงานให้ ฟังดูก็ไม่น่าที่จะเรียกได้ว่า สืบสานแล้วปล่อยไป  ท่านผู้รับรู้เรื่องนี้โปรดทราบ ลำพังหน่วยงานต้นสังกัดเพียงจุดเดียว ที่พยายามผลักดันจนเต็มกำลังแล้ว  ผมว่าไม่พอเพราะจากจุดกำเนิดที่สืบสานกันมาได้อย่างยาวนานจนถึงวันนี้ จะต้องมีจุดอื่น หรือมีองค์ประกอบอื่นเชื่อมโยงกันเข้ามาร่วมดูแลและให้การสนับสนุนท่านเชื่อไหมว่า บางครั้งมีกิจกรรมสำคัญของสถานศึกษา  โรงเรียนจัดการแสดงเพลงพื้นบ้านให้ท่านประธานได้ชม  ท่านประธานเสนอว่า  ตัดการแสดง........ออก ไปก่อน  หรือบางครั้งได้พบว่า บนเวทีหรือที่ด้านหน้าเวทีมีการแสดงเพลงพื้นบ้าน แต่ที่โซฟา (Sofa) มีคนนั่ง คุยกัน นั่งหลับ นั่งอ่านเอกสาร (ทำเป็นไม่เห็น)  เมื่อการแสดงจบลง เด็ก ๆ ตั้งแถวทำความเคารพ (ไหว้สวยมาก) แล้วเดินแถวออกจากห้องประชุมไปด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่ ชุดสวย ๆ แต่งหน้า ทำผม เขียนคิ้ว ทาปาก ใส่เครื่องประดับ (ของเทียม) ดูน่ารักน่าเอ็นดูมากครับ ผมเคยมองลูก ๆ จนสุดสายตา จนกระทั่งพวกเขาเดินเข้าห้อง คงจะไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว  ถ้าผมเป็นผู้สื่อข่าว นสพ. ผมอยากค่อย ๆ เดินตามเด็ก ๆ นักแสดงไปอย่างสงบ เพื่อไปขอสัมภาษณ์ ศิลปินตัวน้อย ๆ ที่มาแสดงหน้าเวที (ซึ่งอาจจะไม่ใช่เพลงพื้นบ้านก็ได้) ว่า หนูรู้สึกอย่างไรกับการที่ได้แสดงความสามารถในกิจกรรมของโรงเรียนครั้งนี้  คำตอบของเด็ก ๆ ที่ผมคิดเอาเองคงจะตอบว่าหนูเตรียมตัวมา 2 สัปดาห์แล้วค่ะ ฝึกซ้อมกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อคืนนี้ พวกหนูนอนกันไม่หลับเลยค่ะ กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี เมื่อการแสดงจบลงคุณครูมาบอกว่า เธอเล่นได้ดีมาก ถูกใจคนทั้งห้องประชุม (ครูตัดสินโดยฟังจากเสียงปรบมือและสีหน้าของผู้ปกครอง) หนูยิ่งภาคภูมิใจมากค่ะ  

ท่านทั้งหลายได้คิดตามผมอยู่หรือเปล่า ท่านคิดอย่างผมหรือไม่ว่า  ความรู้สึกของเด็ก ๆ ทั้งคณะ เขาให้ความสำคัญต่องานนั้นแค่ไหน หัวใจพอง มันยิ่งใหญ่มาก (ล้นฟ้า) สำหรับนักเรียน แต่จะมีใครสักกี่คนที่จะอาสาเข้ามาให้กำลัง หรือมาช่วยปลอบขวัญให้พวกเขาบ้าง ตอบรับรอยยิ้มที่สุดมุมปากจนถึงแก้ม (มีคนรอยิ้มรับบ้างไหม) จะมีก็เพียงสตรีท่านหนึ่งที่เป็นผู้ให้ความสนใจเด็ก ๆ โดยบริสุทธิใจ ท่านเป็นผู้ให้ เป็นผู้ที่สนับสนุนและส่งเสริมเพลงพื้นบ้านตัวจริง ของแท้ งานไหนมีเด็ก ๆ แสดงบนเวที ท่านนั่งดู และแสดงความเห็นกับคนข้าง ๆ ท่านยิ้ม ท่านปรบมือ ท่านเดินเข้ามาทักทายนักเรียนที่แสดงและเข้ามาทักทายครูผู้ฝึกสอนเพลงพื้นบ้าน และทุกงาน (เท่าที่เห็น) ท่านมอบเงินส่วนตัวปลอบขวัญให้กับเด็ก ๆ ทั้งคณะ  ไม่ว่าจะจากกันไปนานแค่ไหน  ท่านมิเคยลืมเลย ท่านจำคนแม่น  ทักทายได้ไม่ผิด (สาธุ เป็นบุญของคนยากจริง ๆ)  ท่านเชื่อไหมว่า เด็ก ๆ ไม่ได้พูดถึงเงินที่ท่านให้เลย แต่เด็ก ๆ พูดถึงสายตา รอยยิ้ม กริยาท่าทางที่ท่านได้แสดงปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา  เวลาจะไปแสดงงานที่ไหน ผมยังบอกลูก ๆ นักแสดงอยู่เสมอว่า อย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง อย่าหมดกำลังใจนะลูก เพราะพวกเรายังมี บุคคลคนอีกหนึ่งที่อยู่เหนือกว่าครูขึ้นไปแบบห่างชั้นกันมาก (เทียบกันไม่ได้) แต่ท่านยังลดตัวลงมาประคับประคองพวกเรา  ครูขอเป็นคนหนึ่งที่จะทำงานนี้ต่อไป  ครูจะขอเป็นครูคนหนึ่งที่เดินเข้ามาสูถนนคนเพลงพื้นบ้านแล้ว ไม่มีวันเลิก ไม่มีทอดทิ้ง ไม่มีเปลี่ยนแปลง  วันนี้ผมมีเด็ก ๆ จำนวนหนึ่งที่ติดสอยห้อยตามไปในงานทำขวัญนาค งานร้องแหล่ด้นกลอนสด งานแสดงเพลงพื้นบ้าน ถึงแม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะไปด้วยความจริงใจหรือไม่ก็ตาม แต่ผมก็ยังถือว่า พวกเขาเป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่  สืบสาน (เพลงพื้นบ้าน) แล้วไม่ปล่อยทิ้ง ผมสงสัยว่า ใครคือ บุคคลที่จะต้องสืบสาน  ใครคือ บุคคลที่จะต้องทำให้สภาพคงอยู่ตลอดไป เด็กหรือผู้ใหญ่

ในวันที่จะต้องร้องเพลงลา  วันนั้นจะยังคงไม่ใช่วันสุดท้าย แต่จะเป็นการลาเพื่อที่จะได้พบกันในวันใหม่  (ลาก่อนครับ)

                       เอ๊ย.. พอสิ้นเสียงหวาน ๆ     เพลงพื้นบ้าน  จะลา                  

                       ท่านผู้ชม  เจ้าขา                    เมตตาหนู  บ้างไหม                  

                      ศิลปะ พื้นบ้าน                        นับวัน  จะร่วงโรย                  

                      ขาด  ยาหอม                             คนโปรย  กลีบดอกไม้                  

                     ไม่มีมะลิ   ดอกรัก                     ร้อยมาจาก  หัวใจท่าน                  

                      ไม่มีแม่ยก  ให้รางวัล                คอยปลอบขวัญ  ตอนร้องไห้      

                     ไม่แบงก์  สีม่วงแดง                   มาเสริมแรง  ตอนเหงื่อหยด    

                     ไม่มีมาลัย  ดอกไม้สด                ไม่มีคนหยิบ  ยื่นให้                  

                     ไม่มีคนดู  มาจับมือ                     ยื่นมาขอ  ถือแขน  (เออ..เอ๊ย) ขอถือแขน 

                  เพลงอีแซว  ยังโลดแล่น               อยู่ต่างแดน   ศิวิไลซ์  (เอิ้ง เหง่อ เอ้อ เอ๊ย)  ศิวิไลซ์

(ชำเลือง  มณีวงษ์ / ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมด้านศิลปะพื้นบ้าน ปี 2547 ราชมงคลสรรเสริญ)

</span></span></font>