ดีใจมากเลยค่ะ ในครั้งนี้เก็บเกี่ยวคำถาม คำตอบ ได้มากมาย ลองมา ลปรร. กันนะคะ ... นี่ก็เป็นสไตล์ของกรมอนามัย ละค่ะ
คำถาม :
... การจดบันทึกทุกคำพูด ความจริงควรจดทุกคำพูดไหม ถ้าเราจดทัน
คำตอบ :
... (คุณศรีวิภา) ... การจดบันทึก สุดแท้แต่ความสามารถส่วนบุคคล
... มีประเด็นตรงนี้ก็คือ ตอนที่เราบอกว่า จดทุกคำพูด ก็หมายถึงสำหรับ note taker มือใหม่หัดขับ เพราะบางทีเราฟังแล้ว เราไม่รู้หรอกว่า อะไร คือ tacit หรือไม่ บทเรียนครั้งแรก จดไปก่อน พอคุณเริ่มชำนาญ คุณก็จะรู้ว่า อะไร คือ tacit อะไรไม่ใช่ อะไรที่ไม่ใช่ ก็เอาออกก็ได้ เพราะในชีวิตจริง เราก็คงจดไม่ได้ทุกคำพูดหรอก แต่ที่สำคัญ คือ อย่าละเลย tacit ไปเท่านั้นเอง ไม่ใช่นั้น ก็คงไม่ต้องเสียเวลามานั่งเล่าให้กันฟัง
... การที่มี tacit ถูกบันทึกไว้ในเรื่องเล่า ความรู้นั้นจะต่อยอดไปได้ทันที เมื่อผู้เล่าได้ทราบว่า เรื่องของเขาได้ถูกบันทึกไว้ และคนอื่นเอาของเขาไปใช้ต่อ
... กรณีของศูนย์ฯ 1 ก็จะมี เทคนิคของ Fa ที่เอาเรื่องเล่าไป Post แปะ นี่ก็เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เขาสามารถทำ KM แล้วหมุนเกลียวได้ มันไม่ใช่จัดกระบวนการแค่นี้ แล้วสำเร็จ เขามีการ Share & Learn เสร็จ แล้วก็มีลูกเล่น เอาคำพูดนี้ไปติดบอร์ด คนไข้ก็จะปลื้ม และอยากมาเล่า
... KM ต้องลองทำ แล้วจะรู้ว่า เครื่องมือไม่ได้มีแค่นี้ จากที่เราเขียนก็อาจจะเปลี่ยนได้ มาร่วมกันเล่าก็จะรู้ว่า อะไรคือ สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับที่จะเป็นประโยชน์กับงานชิ้นนั้นๆคำถาม :
... กรณีที่ Note taker ต้องการแสดงความคิดเห็น ในขณะที่เราหาปัจจัยในเรื่องนั้นๆ อยู่ ตรงนี้เหมาะสมหรือไม่
คำตอบ :
... (คุณศรีวิภา) ... สำหรับการทำ KM ไม่มีกติกาที่ปิดกั้นการมีส่วนร่วม Fa Note สมาชิกกลุ่ม พูดได้เหมือนกันหมด
... สำคัญที่สุด คือ เคลียร์กติกาก่อน บอกกันก่อนว่า ทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ได้หมายความว่า คนเป็น Fa ก็มีอำนาจในการตัดสินเด็ดขาด คงไม่ใช่ และ Note ก็ไม่ใช่คนที่จะมานั่งจดอย่างเดียว เขามีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้ ทุกคุณค่าของคนที่มาอยู่ในเวที ลปรร. นั้น มีพลังของการให้ความรู้นั้นหมุนเกลียวต่อ เขาเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ มีคุณค่า การแลกเปลี่ยนจะทำให้คนต่อยอด จึงไม่มีข้อจำกัดว่า ห้ามคนใดคนหนึ่งพูดคำถาม :
... เรื่องของ Fa ในการควบคุมเวลา กรณีที่สมาชิกเล่าไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ได้ปัจจัยสำคัญ สิ่งที่มีเทคนิคในการควบคุมเวลาของ Fa อย่างไรบ้าง
คำตอบ :
... (คุณศรีวิภา) ... จากประสบการณ์ ไม่ว่าจะเตรียมสมาชิกอย่างไร ก็ไม่สามารถเตรียมสมาชิกได้ดีพอ
... ครั้งแรกนั้นจะยากมาก เพราะไม่รู้ว่าอะไร คือ tacit เวลาเราเขามาเล่า เขาก็ไม่รู้หรอกว่า อะไร คือ KM แต่ที่เราเชิญเขามาเล่า เราต้องมี BAR (Before action review) คือ เตรียมผู้เล่าก่อน ว่า ผู้เล่าต้องเล่าแบบไหน เล่าให้เห็นอะไรบ้าง
... ในการควบคุมเวลา จะใช้เวลา case แรกในการลอง clear (สำหรับ Fa มือใหม่) ระหว่างเขาเล่า ก็ How to เขาไป และระหว่างที่เล่า สมาชิกก็จะรู้ว่า ต้องเล่าแบบนี้ Fa กำลัง How to ก็เพื่อให้เห็น tacit ถ้าบอกให้เขาเล่าเอง เขาก็จะเล่าแบบเป็นขั้นตอน เรายอมเสียเวลา 1-2 case เพื่อที่คนเล่าต่อจะได้ไม่มีปัญหา คนเล่าก็จะเรียนรู้จากในกลุ่ม
... (ฉัตรลดา) ... การเตรียมตัวก่อนเล่ามีความสำคัญ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็ประเมินกลุ่มคนที่เข้ามาแลกเปลี่ยนได้ก็จะดีมาก ในพื้นฐานของแต่ละคน เพราะจากประสบการณ์ที่ไปทำในบางกลุ่ม จะมีคนที่พูดได้ดี เก่ง ให้คนนั้นเป็นคนเริ่มต้น เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนอื่นได้เห็น
... ถ้าในกลุ่มไม่มีทักษะตรงนี้ จะฝืดมาก ถ้าเราเตรียมเขาเยอะๆ ก่อน ให้เล่าเรื่องอย่างเห็น tacit เช่น ที่เราดู “เสียงกู่จากครูใหญ่” หรือการเล่าเรื่องแบบแดจังกึม เล่าให้ได้เห็น tacit เป็นยังไง ถ้าเตรียมตรงนี้ได้ก่อน ก็จะดีมาก อาจจะถามก่อนว่า ความสำเร็จที่เขาจะเล่านั้น คืออะไร สำเร็จอย่างไร เช่น ทำให้คนแก่เข้าถึงบริการได้ เมื่อคนเล่าได้ชัด Fa ก็จะง่าย
... (วิมล) ... กรณีเวลาที่ใช้มากเกินไป บางทีไม่ใช่จากผู้เล่า อาจจะมาจากในกลุ่มที่เกิดการซักถาม เพราะคนเล่าเล่าสนุกมาก และมีประเด็นซักถามที่น่าสนใจ
... Fa ก็ต้องบอกกลุ่มว่า OK เรื่องนี้น่าสนใจมากจริงๆ อยากคุยกันต่อ แต่เนื่องจากเวลาเรามีจำกัด เราเหลือเวลาอีกครึ่ง ชม. และเล่าไปได้ 4 คนเอง เดี๋ยวคนอื่นๆ จะไม่ได้เล่า ถ้ามีเวลา แล้วเราก็จะกลับมาคุยในเรื่องนี้กันต่อนะคะ
... (พญ.นันทา) ... นั่นก็คือ มีการเตรียมการกันก่อน มีการเตรียมการในกลุ่ม เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าเราพบบ่อย ไม่ใช่แค่ในกลุ่มของเรา เพราะเรื่องมันพาไป
... เพราะฉะนั้น ดิฉันขอย้ำที่สติของ Fa เพราะจะต้องเป็นผู้ที่ต้องทำให้กระบวนการบรรลุเป้าหมาย
... อีกประเด็นก็คือ บางคนรู้ว่าสำเร็จ แต่ไม่รู้ว่าสำเร็จเรื่องอะไร ที่เป็น microsuccess ที่ชัดเจน และก็มีบางคนที่รู้ว่า สำเร็จ แต่ก็ไม่สามารถประเมินตัวเองออกมา ว่า จุดหักเหคืออะไร ก็ยังเล่าเป็นขั้น ก็แสดงว่ายังขาดจุดที่ทำให้เรื่องนั้นๆ สำเร็จ
... ที่เราพูดเรื่องช่องทางว่าสำเร็จหรือไม่ ก็คงต้องประเมินตัวเอง ว่า ที่สำเร็จนั้นเราทำอะไรมา เป็นสิ่งใหม่ที่เราทำ หรือเราไปทำให้ใครรู้สึกอย่างไรหรือเปล่า เพื่อที่จะได้เป็นบทเรียนว่า ทำอย่างนี้แล้วสำเร็จ ทำอย่างนี้แล้วไม่สำเร็จ เราก็จะมีเรื่องมาเล่าที่ตรงประเด็นมากขึ้น และก็จะใช้เวลาน้อยลง
... และถ้าเราพูดนอกเรื่องเยอะๆ note taker จดมาตั้งนานแล้ว และชักเมื่อย และก็เลยเลิกจด พอถึงประเด็นที่เป็น tacit ก็เลยไม่ได้จด เพราะว่าฟังไปนานจนล้า ดังนั้น เรื่องที่นอกเรื่องไปมากๆ แล้ว Fa ก็ต้องมาดูว่า Note จดไหม และ Note ก็ต้องมีสติอยู่เสมอด้วยคำถาม :
... concept ของ KM เมื่อเราตั้งต้นหัวปลา มักเป็นเรื่อง ความสำเร็จ และมา ลปรร. กัน แต่ในชีวิตการทำงานจริงๆ เราเจอปัญหาอุปสรรคมากมาย เป็นไปได้ไหม ว่า เราใช้กระบวนการ KM และนำปัญหามาแลกเปลี่ยนกัน เวลาไปเจอปัญหาอุปสรรคแล้ว เราแก้อย่างไร ได้หรือไม่
คำตอบ :
... (พญ.นันทา) ... ถ้าเราตั้งด้วยปัญหา เราก็จะเอาทฤษฎีต่างๆ มา ซึ่งสำเร็จหรือไม่ เราไม่รู้ เราจึงเปลี่ยนวิธีการ เป็นวิธีการแก้ปัญหา และวิธีที่สำเร็จนั้นก็เป็นวิธีที่มีการแก้ปัญหามาแล้วเกือบทั้งนั้น
... บางเรื่องก็สำเร็จเพราะว่า โชคดีไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆ แต่เรื่องจำนวนมากที่สำเร็จ เพราะผ่านปัญหา และเขาก็จะเล่าด้วยว่า เขาแก้ปัญหานั้นๆ ได้อย่างไร ซึ่งเราก็จะนำไปประยุกต์ใช้กับเรื่องที่ยังทำไม่สำเร็จ
... และทำไมจึงตั้งต้นที่ความสำเร็จ เพราะว่า เวลาคิดถึงเรื่องปัญหา สมองก็จะเริ่มเครียด ซึ่งจะต่างกันกับรู้สึกว่า มีสิ่งที่ทำดี ชื่นชม เป็นการ empower มองเชิงบวก ทีนำไปสู่ความคิดที่ต่อเนื่อง เพราะว่าบางทีปัญหาทำให้เราเกิดความรู้สึกวิตกกังวล เครียด รวมทั้งเราก็เอาความคิดเชิงทฤษฎี บางเรื่องก็อาจเป็นประสบการณ์จริงที่เราจะแก้ แต่เรื่องนั้นๆ อาจไม่ถูกเล่า
... เราก็อาจจะคิดว่า ที่คนเสนอมามันเป็นไปไม่ได้ที่ใช้แก้ปัญหานั้น แต่เราเชิงบวกนี้ นำไปสู่วิธีที่จะแก้ปัญหานั้นๆ กัน กับเรื่องที่เรายังทำไม่สำเร็จ จึงมีความสำคัญที่เราจะแก้ความคิดอันนี้ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังพยายามแก้กันแต่ในเรื่องปัญหา ปัญหา แล้วมันก็จะสร้างปัญหา
... เราจะมาพูดกันในเรื่องที่เราทำได้ ความภาคภูมิใจก็จะนำไปสู่ความสำเร็จในเรื่องอื่นๆ ได้ดีกว่า เช่น เรื่องของการส่งเวร ที่เปลี่ยนการคุยเป็นเรื่องความภาคภูมิใจ ก็ทำให้เรื่องคุยเปลี่ยนเป็นเรื่องเชิงบวกไปเรื่อยๆ ก็กลับทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปบอกว่า ตรงนี้ทำได้ดี โดยให้คนมาเล่าเรื่องดีที่เกิดขึ้น และมีเรื่องที่คนบอกไม่ใช่คนภายใน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราจะทำให้เรื่องนี้สำเร็จ
... สิ่งที่เราต้องคอยดู ก็คือ เขาทำเรื่องอะไรดีๆ และหาโอกาสให้เขาได้มาเล่าเรื่องดีด ให้คนอื่นได้ฟัง
... เพราะฉะนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่คนทำดี คนอื่นยังไม่รู้ กับเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าระดับเพื่อนกัน หรือผู้ร่วมทีมที่ด้อยอาวุโสกว่า ก็ต้องมีการบอกเขา ชื่นชมเขา ว่า เรื่องนั้นเรื่องนี้เขาทำดี เพราะถ้าเราไม่บอกเขา เขาก็ไม่รู้ว่าเราพึงพอใจหรือไม่
... ถ้าเราได้บอก เขาก็จะรู้ว่า ถ้าทำอย่างนี้ก็คือทำดี ถ้าเขาไม่รู้เขาก็อาจทำตามอารมณ์ของเขา ก็เป็นการแสดงความรู้สึก ความพึงพอใจ กับผลงานของผู้ร่วมงานของเรา ทั้งเพื่อน ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือเจ้านายของเราเอง
... (ศรีวิภา) ... ก็เป็นปัญหาคาใจของคนที่ทำ KM มาตลอดว่า เรื่องเล่าจะเป็นปัญหาไม่ได้หรือ เพราะว่าทุกคนกว่าจะสำเร็จก็ต้องมีปัญหา แต่ถ้าเริ่มจากปัญหาทุกครั้ง จะไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้ จะเกิดการหาคนผิด และปัญหาก็จะเกิดจากตรงนั้น และเครียด
... โดยเฉพาะข้อเสนอแนะสำหรับ Fa มือใหม่ กลุ่มจะไม่อยู่ จะ control ได้ยากมาก เพราะว่าคนเล่าอยากเล่าปัญหา ก็มีการโทษว่า คนนั้น คนนี้ผิด เพราะว่า จุดประสงค์ของ KM ต้องการให้เกิด synergy จากกลุ่มมาเติมเต็มให้คนนั้นแก้ปัญหาได้
... สิ่งที่สำคัญคือ คนนั้นๆ ผ่านมาได้อย่างไรจึงสำเร็จ และเรานำเอาเรื่องเล่าสิ่งที่ที่เขาผ่านมาได้ มาเป็นบทเรียน เพราะอาจมีบางคนที่ผ่านปัญหาเดียวกัน แต่ไม่สำเร็จ เมื่อเรามาฟัง นึกถึงวิธีการทำงาน ได้เลยทันที ดีกว่าหรือเปล่า ???
... แต่จากการฟังเรื่องความสำเร็จ บางคนก็ได้วิธีที่ซ้ำๆ เดิม บางคนก็จะได้วิธีที่ต่อยอด เกลียวความรู้ก็จะเห็นเพิ่มขึ้น เป็นความรู้ที่หมุนไปได้ เปลี่ยนวิธีก็มี tricks นิดเดียว ได้คำตอบเหมือนๆ กัน แต่เริ่มต่างกัน และพอวันแรกผู้เล่าก็จะมีความสุข เราเคยไปทำ ที่ อบต. เขาก็จะวิ่งจับกลุ่มกันเอง เขาก็จะรู้ว่าคนนี้เล่าสุดยอด ทำให้ระดับของเป้าหมายดีขึ้น
... อันนี้ก็เป็นผลลัพธ์ของการ ลปรร. ที่เกิดความสุขร่วมกัน พอเราเล่า ซึ่งใจ แล้วก็จะช่วยกันเองคำถาม :
... กรณี Note taker เป็นส่วนสำคัญที่จะเกิดการบันทึกความสำเร็จได้มากที่สุด ถ้าทำไปเกิดล้า เปลี่ยนคนได้หรือไม่
คำตอบ :
... (พญ.นันทา) ... เพราะว่าเราทำงานเป็น Harmony เราทำงานกันเป็นทีม Fa ก็เปลี่ยนได้ ไม่ต้องทำคนเดียวทั้งหมด อีกประเด็นก็คือ Fa ต้องรู้เรื่องนั้นมากน้อยแค่ไหน ดิฉันคิดว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ต้องลงรายละเอียดในเนื้อหาวิชาการแล้วละก็ ลึกๆ แล้วทุกคนคงไม่ต้องรู้เรื่องนั้นมากนัก แต่ต้องมีการเตรียมตัว ไปค้นหาหรือคุยกับคนที่ทำเรื่องนี้สักนิดหน่อย ก็สามารถมาเป็น Fa ได้
... แต่ถ้าเป็น CoP กันจริงๆ ก็คงต้องเป็นนักปฏิบัติ คุณกิจในเรื่องนั้นๆ เฉพาะไป
... แต่ในกรณีที่ต้องการ Fa หลายคน บางท่านก็จะคิดว่า ทำได้หรือไม่ เพราะว่าท่านรู้เทคนิคการเป็น Fa และท่านไปนำก็เพราะ เพียงแต่ท่านรู้ว่า เทคนิคนี้นั้น ใครจะเสริมอะไร และจะคุยกันในประเด็นอะไร หาข้อมูลพอรู้บ้าง และเราก็ทำหน้าที่กระตุ้นให้คนทุกคนคุยกัน และพยายามให้ออกมาให้ได้ว่าเขาสำเร็จเรื่องอะไรคำถาม :
... กรณี Note taker มีลักษณะเฉพาะอะไรบ้าง ก็อาจมี Note มากกว่า 1 คนที่เป็นหลัก ก็คือ คนที่เขียนรวมของกลุ่ม ก็อาจเขียนละเอียดไม่ได้ สำคัญก็คงที่ต้องจับประเด็นแล้วแปะลงไป แต่ทีนี้ในกลุ่มเอง ที่เราเคยมี เราพบว่า ลักษณะ นวก. มีการจดเร็ว ก็จะได้ประโยคที่เด๊ะๆ มาใช้ต่อยอดได้ ทำให้เป็นตัวช่วยให้ Note สมบูรณ์ขึ้น ก็เป็นข้อเสนอ
คำตอบ :
... (คุณศรีวิภา) ... KM ไม่ได้มี Note คนเดียว หรือ Fa คนเดียว ยิ่งเยอะ ยิ่งดี เราก็พบมาแล้ว นวก ผช.จนท.อนามัย ก็เป็น note ได้สุดยอด คนเป็น Fa ก็อาจคอยสะกิด Note และในทางกลับกัน
... (พญ.นันทา) ... เราช่วยกันจดได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะประเด็นคือ เราต้องการให้มีการมาแลกเปลี่ยนกัน เป็นการตกลงกันในกลุ่มเพื่อกันเหนียวคำถาม :
... เรื่องของการเตรียมอุปกรณ์ประกอบการจดบันทึก จำเป็นหรือไม่ กรณีที่อาจจดไม่ทัน
คำตอบ :
... (คุณศรีวิภา) ... ถ้าท่านสามารถเป็น Note taker ในการจดบันทึก ก็ไม่ใช้เครื่องมือได้ จะอยู่ที่ความถนัด หาจริตของตัวเองให้เจอ ชอบแบบไหน ศรีวิภาชอบจด บางคนก็ใช้ 2 อย่าง การมีเทป ก็เป็นการบริหารความเสี่ยง อาจจดไม่ทัน แต่ถ้าเรามั่นใจ ว่า Fa Note มืออาชีพ ก็อาจไม่ต้อง
... (พญ.นันทา) ... กรณีของการบันทึกเรื่องราว ก็จะเกิดประโยชน์ต่อยอดให้กับคนที่ไม่อยู่ในกลุ่ม ที่จะมาอ่านเนื้อหา และเรียนรู้ต่อไปพื้นที่นี้ ถ้ามีข้อคำถาม ก็ถามกันต่อได้นะคะ
พัฒนา Fa & Note ชาวกรมอนามัย (14) คำถาม คำถาม และ คำถาม ค่ะ
ในครั้งนี้เก็บเกี่ยวคำถาม คำตอบ ได้มากมาย ลองมา ลปรร. กันนะคะ ... นี่ก็เป็นสไตล์ของกรมอนามัย
ขอบคุณทุกเรื่องราวที่บันทึกครับ
มันเป็น tacit ที่นำไปใช้ได้เลยครับ ในทุกๆตอน
เล่นเอาอ่านไม่ทันเลยนะครับพี่นน ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ๆ ที่ยาวมาก ๆ ครับ
ขอชื่นชมกับหมอนนท์มากเลยคะ อ่านจบแล้วยังนึกว่า...ตอนนี้อยู่ในห้องประชุม...