ขอบคุณทุกๆ ท่านนะครับ ที่เห็นความสำคัญทางการศึกษานะครับ ผมว่าการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การทำบุญเพื่อพัฒนาสมองให้กับเด็ก นะครับ
สวัสดีครับทุกท่าน
สบายดีกันทุกคนนะครับ ทุกคนคงได้ผ่านหูผ่านตากันมาแล้วนะครับ
เรื่องทุนเรียนดีและยากจน นะครับ ส่วนใหญ่จะมีทุนแบบนี้นะครับ คือ
หากเด็กคนไหนยากจนแล้วเรียนดีด้วย จะมีทุนให้เรียน
ทำให้ผมต้องคิดต่อทุกครั้งว่า แล้วทุนที่ เด็กยากจน แต่เรียนปานกลาง
หรือเรียนอ่อน แต่อยากเรียนหล่ะ มีใครจะให้ทุนบ้างไหม
ลองมามองถึงความเป็นจริงกันดูนะครับ คนเรียนดีแต่ยากจน จริงๆ
แล้วเนี่ย เด็กเหล่านี้จะมีน้อยๆมากๆ นะครับ เพราะว่า
ยากจนแล้วจะต้องตั้งใจเรียน
หากไม่มีปัญหาเรื่องปากท้องแบบต้องไปรับจ้างเพื่อหาเงินมาเรียนหรือซื้ออาหารแล้ว
อาจจะต้องเรียนหนักขึ้นด้วยครับ แต่สำหรับบางที คุณเชื่อไหมว่า
จะไปหาเด็กเรียนดีแต่ยากจน หายากครับ มีนะครับ แต่น้อย
เพราะเด็กต้องออกไปรับจ้างเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
ก่อนที่จะหันมาเอาเวลาดูหนังสือ ท่านอาจารย์ ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร
เคยเล่าให้ผมฟังว่า เด็กยากจนหายาก มีแต่เด็กแร้นแค้น
ที่ได้ไปเยี่ยมกันมา (แร้นแค้นนี้ เป็นขั้นสุดของยากจน อีกทีนะครับ)
ท่านอาจารย์กล่าวต่ออีกว่า เด็กเค้าไม่สนใจหรอกว่าจะได้ทุนหรือไม่
รู้แต่ว่า
เด็กจะต้องออกไปรับจ้างเลี้ยงควายเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงครอบครัว
เด็กอาจจะถูกทิ้งให้อยู่กับ ปู่ย่าตายาย ที่ป่วยนอนแคร่
ที่ขยับตัวไม่ได้ และอื่นๆ อีกมากมาย
คุณลองคิดดูครับว่าเด็กเหล่านี้จะมีโอกาสได้เรียนได้อย่างไร
เด็กสองแสนคนที่ผมเคยพูดไว้ ในบทความนี้ เด็กสองแสนคนหายไปไหน ใครตอบได้ช่วยบอกทีครับ
(การศึกษา)
อาจจะมีเด็กส่วนหนึ่งที่เป็นแบบนี้ครับ แม้รัฐจะบอกว่า
จะส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กเรียนพื้นฐาน 9 ปีนี้
แต่ในความจริงแล้วมันไม่ใช่ครับ
เพราะเด็กต้องใช้ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นด้วย
นอกจากค่าเล่าเรียนที่ยกเว้นก็ตาม
ทางมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้
และดีมากๆ ที่มูลนิธิได้ดำเนินโครงการนี้มานานมากกว่าสิบปีแล้วครับ
โดยมีท่าน อ. ดร. สายฤดี เป็นผู้ประสานงาน และมีเลขาคนเก่ง คือ พี่ริน
โดยทำงานอยู่ที่ ม.มหิดล ศาลายา
ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสรู้โครงการนี้ผ่านน้องสาวคนหนึ่ง
กลุ่มพวกเรากลุ่มนักศึกษาไทยในเยอรมัน
ก็ได้พูดคุยแล้วเข้าร่วมโครงการนี้มาเป็นเวลา 6 ปีแล้ว
โดยช่วยเหลือนักเรียนกันตามเท่าที่ช่วยได้นะครับ
เพราะอยู่ห่างไกลบ้านกันแล้ว ได้โอกาสมาเรียนที่นี่
มีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ แต่คนอื่นๆ ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเรียนใน ประถม
หรือ ม.ต้น ด้วยซ้ำไปครับ ดังสโลแกนของกลุ่มที่เขียนไว้ในเว็บ
www.schuai.net หรือ www.schuai.net/borijak
ช่วยจุดเนท เครือข่ายแห่งความช่วยเหลือ ครับ
โดยในปีการศึกษา 2550 นี้ ทางทีมประสานงาน
ได้รับใบสมัครและเรียงความจากเด็กจำนวนประมาณ 851 คน โดย
ทีมงานจะลงไปเยี่ยมเด็กประมาณ 80% ของยอดที่ส่งมา
โดยมีการพิจารณาคัดออกก่อนในช่วงแรก แล้วลงไปเยี่ยมเด็กที่บ้าน
กันเลยเพื่อคัดเลือกเด็กครับ ซึ่งปีนี้ ก็จะมีนักเรียนผ่านเข้ามา 568
คน ครับ แต่ทางมูลนิธิเคยได้ให้ความช่วยเหลือเมื่อก่อนประมาณ 200 คน
ต่อปี สำหรับเรียนต่อ ม.ต้น แบบสามปี ต่อเนื่อง
แต่เมื่อปีที่แล้วเด็กผ่านเข้ามา 548 คน ซึ่งมากๆ เกินกว่าปีก่อนๆ
ทางมูลนิธิเลยช่วยไป 300 คน ทำให้ปีนี้
ได้เด็กเพิ่มมาอีกกว่าปีที่แล้ว ทางมูลนิธิก็ช่วย 300 คน
และที่เหลือเกินมาอีก 268 คน
ตอนนี้ก็ยังต้องการความช่วยเหลือครับ
เด็กส่วนใหญ่ เป็นเด็กเรียนปานกลาง และคิดว่าเรียนได้
แต่หากไม่ได้รับทุนการช่วยเหลือ ก็จะไม่มีทางได้เรียนแน่นอน
โดยทางมูลนิธิก็มีท่าน อาจารย์สายฤดี พี่สราริน และยา
เป็นผู้ออกพื้นที่ร่วมกับทีมงานจากมูลนิธิด้วยครับ
ซึ่งตอนนี้ก็ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ครับ
ส่วนพวกเรานักเรียนไทยในเยอรมัน จะทำอะไรได้บ้าง ก็เพียงแค่รวบรวมเงิน
จัดกิจกรรม เช่น คอนเสิร์ตบริจาค และกิจกรรมต่างๆ
เพื่อหาเงินเข้าโครงการและรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาในเยอรมัน
แล้วทำการประชุมกันว่าแต่ละปีเราจะช่วยได้กี่คน ให้เรียนต่อเนื่อง
สามปี ใน ม. ต้น จำนวนเงิน 2000 บาท ต่อ คน ต่อ ปี จะเห็นว่า
เด็กหนึ่งคนใช้เงินเพียง 6000 บาทเท่านั้นในการจะให้จบ ม.สาม เงินนี้
ทางอาจารย์ฝ่ายแนะแนวบอกว่า
ยังเพียงพออยู่ในการส่งเสริมเรื่องค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการเรียนของเด็กครับ
ส่วน ม.ปลาย พวกเราก็ได้ทำโครงการนำร่อง ไปด้วย 5 คนครับ
แต่เมื่อมีเด็ก จบ ป. หกมากขึ้น ก็ต้องหันมาช่วยเหลือ ม.ต้น
กันก่อนครับ ส่วน ม.ปลายนั้น เงินสนับสนุน จำนวน 3000
บาทต่อคนต่อปี ครับ หากท่านใดจะศรัทธาก็เชิญได้นะครับ
ในโครงการของพวกเราก็มีทั้ง ม.ต้น ม.ปลายครับ แต่เน้น ม.ต้น
เป็นหลักครับ
จำนวนที่พวกเราช่วยเหลือกันมา ลองดูตามแผนภาพนี้นะครับ

ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงของปีการศึกษา 2550
ซึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะช่วยได้กี่คน
ซึ่งคาดว่าจะได้ผลภายในเดือนนี้ครับ
หากท่านผู้ใดสนใจก็เข้าไปอ่านรายละเอียดได้นะครับ
ทางกลุ่มบริจาคเราก็มีบัญชีทั้งไทยและเยอรมันนะครับ
หากท่านผู้ใด จะทำบุญเพื่อการศึกษานี้ ก็ลองดูนะครับ อ่าน How to
Donate ได้ที่ www.schuai.net/borijak
ได้นะครับ
หรือหากท่านจะติดต่อพี่รินโดยตรง
ก็สามารถ ส่งอีเมล์ไปถามรายละเอียดได้ที่ [email protected] หรือเบอร์โทร
081-6432043 นะครับ
หากท่านใดจะสนใจเอาแนวคิดนี้ไปสร้างกลุ่มบริจาคที่อื่นก็เชิญได้ตามสบายนะครับ
แล้วติดต่อไปยังมูลนิธิก็ได้ครับ ทางพี่รินนะครับ
หรือว่าจะทำเพื่อการส่งเสริมด้านอื่นๆ ก็ได้นะครับ เพราะมีหลายๆ
มูลนิธิที่ทำกันอยู่ครับ ในเมืองไทยครับ
ขอบคุณทุกๆ ท่านนะครับ ที่เห็นความสำคัญทางการศึกษานะครับ
ผมว่าการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การทำบุญเพื่อพัฒนาสมองให้กับเด็ก
นะครับ
ปล. ตอนนี้พี่รินบอกว่า
ยังมีคนช่วยเด็กที่เกินมาได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยคนเลยครับ
ก็ต้องรอคนใจบุญนะครับ อ้อลืมบอกไปนะครับ
เด็กที่มูลนิธิดำเนินการช่วยเหลืออยู่เป็นเด็ก ใน 6
จังหวัดได้แก่
1. ยโสธร 2. สุรินทร์ 3.
ศรีสะเกษ 4. อุบลราชธานี 5.
อำนาจเจริญ 6.
สกลนคร
มีภาพตัวอย่างการไปเยี่ยม และคัดเลือกเด็กของมูลนิธิ ประจำปี 2550
มาให้ชมกันนะครับ
ช่วยกันคนละไม้ละมือ ตามที่เราพอมีแรงครับ ขอบคุณทุกท่านมากๆ
เลยนะครับ
ขอบพระคุณมากครับ
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
<table border="0" width="80%"><tbody><tr><td>
Question : เงินที่ให้การสนับสนุนจะถึงมือนักเรียนได้อย่างไร
Answer :
เงินที่ได้รับจากท่านผู้มีจิตศรัทธา จะเข้าถูกเก็บไว้ในบัญชีกลุ่มบริจาคไม่ว่าจะเป็นบัญชีในเยอรมนีหรือบัญชีทางเมืองไทย โดยเงินทั้งหมด จะถูกเก็บเอาไว้ โดยไม่มีการนำออกมาใช้จ่ายอย่างอื่นเว้นแต่การถอนเงินมาเพื่อนำกลับสู่ประเทศไทยในการสนับสนุนทุนการศึกษาประจำปี โดยเงินที่จัดกิจกรรมจะเป็นเงินเสริมจากส่วนอื่นของนักเรียนในเยอรมนีที่ทำกิจกรรม โดยบัญชีบริจาค จะเป็นบัญชีที่เปิดโดยเหรัญญิกของกลุ่ม โดยใช้ชื่อ ของเหรัญญิก เพื่อลดการเก็บค่าบริจาคจากธนาคารในฐานะที่เป็นนักเรียนและอายุต่ำกว่า 30 ปี
ดังนั้น เงินจะถูกนำกลับเข้าไปยังบัญชีของ ดร.เทียม โชควัฒนา ตามจำนวนที่ให้การสนับสนุนทุน ผ่านผู้ประสานงานของมูลนิธิ โดยทางมูลนิธิจะโอนเงินเข้า บัญชีของนักเรียน เมื่อได้ส่งหลักฐานทางธนาคารมายังมูลนิธิ โดยการเปิดบัญชี นักเรียนที่ได้รับทุนจะต้องเปิดบัญชีร่วมกับ อาจารย์ผู้ประสานงานของทุน จากมูลนิธิที่อยู่ในโรงเรียนนั้นๆ เช่น อาจารย์ ฝ่ายแนะแนว โดยการเบิกจ่าย อาจารย์จะต้องไปเป็นผู้เบิกค่าใช้จ่ายร่วมกับนักเรียนทั้งสองคน โดยที่อาจารย์ จะเป็นผู้ช่วยดูและการใช้จ่ายด้วยในระดับหนึ่ง <h2>Question : ทางกลุ่มบริจาคทางเยอรมนี ได้มีการติดต่อกับนักเรียนอย่างไร </h2>
Answer :
ทางกลุ่มนักเรียนในเยอรมนี จะมีการพบปะพูดคุย ปรึกษาหารือ อย่างน้อย ปีละสองครั้ง เพื่อพิจารณาจำนวนการสนับสนุน ประจำปี และประชุมพบปะเพื่อเขียนจดหมายถึงน้องนักเรียนผู้ได้รับทุนที่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา ทั้งสามชั้นปี ผ่านจดหมาย โดยจะแนบซองจดหมายทางอากาศ หรือเรียกว่าแอโรแกรมไปด้วย จำนวน 2 ซอง เพื่อให้การติดต่อกลับจากนักเรียนเป็นไปอย่างสะดวกแล้วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด <h2>Question : ไม่ได้ร่วมบริจาคเงินจะร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มบริจาคด้วยได้ไหม </h2>
Answer :
การจะเป็นสมาชิกกลุ่มบริจาค ไม่มีความจำเป็นจะต้องบริจาคเงินถึงจะได้เป็นสมาชิก เพียงแค่คุณสมัครเข้าร่วมรับข่าวสารหรือ ต้องการจะมาร่วมประชุม หรือช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมกลุ่มตามเวลาที่เหมาะสมและมีโอกาส แบบตัวต่อตัว ปากต่อปาก ท่านก็ได้เป็นสมาชิกแล้ว เพราะทางกลุ่มจะเน้นการประชาสัมพันธ์โดยกลุ่มจะเปิดโอกาสให้เพื่อนผู้มีจิตศรัทธาที่แท้จริง ที่ยังไม่ทราบว่าจะบริจาคเงินเพื่อการศึกษาผ่านเส้นทางใด ทางกลุ่มจะเป็นสื่อให้ติดต่อผ่านมูลนิธิได้โดยตรงหรือจะต้องการติดต่อผ่านทางกลุ่มบริจาคก็ได้ ตามที่ท่านสะดวก <h2>Question : หากสนใจจะรับข่าวสาร หรือสมัครสมาชิกจะต้องทำอย่างไร </h2>
Answer :
การสมัครรับข่าวสาร และสมัครเป็นสมาชิกสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการส่งอีเมล์ไปยัง [email protected] แล้วอีเมล์ท่านจะถูกเพิ่มเข้าไปในระบบเมล์ลิสต์ของกลุ่ม และท่านก็สามารถจะส่งอีเมล์เข้าหากลุ่มได้อย่างง่ายดาย หรือให้ท่านเข้าร่วมการเพิ่มอีเมล์โดยการ คลิกที่เมนูทางด้านซ้าย Join US ได้ครับ <h2>Question : กลุ่มนักเรียนที่กลุ่มบริจาคช่วยเหลือ อยู่เป็นกลุ่มในพื้นที่ใด ในเมืองไทย </h2>
Answer :
ตอนนี้ ศักยภาพของกลุ่มบริจาคเอง ยังไม่สามารถจะหาเด็กนักเรียนเองได้ และเป็นไปได้ยากในการจะติดต่อเด็กนักเรียนเพื่อคัดเลือก ตัวนักเรียนเอง ดังนั้นกลุ่มบริจาคจะเน้นการประชาสัมพันธ์เปิดโอกาสให้ผู้ศรัทธามีหนทางแห่งความช่วยเหลือเพื่อการศึกษา โดยทางกลุ่มจะติดต่อประสานงาน กับทางมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา ซึ่งคิดว่าเป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุดแล้ว สำหรับน้องนักเรียน ตอนนี้ จะเป็นกลุ่มน้องนักเรียนทางภาคอีสานตอนล่าง โดยเป็นไปตามพื้นที่เป้าหมายของมูลนิธิ ได้แก่ สุรินทร์ สกลนคร อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ <h2>Question : หากมีคำถามอื่นๆ สงสัย ต้องการให้ถามตอบที่นี่ จะติดต่อได้อย่างไร </h2>
Answer :
สามารถส่งคำถามไปได้ที่ [email protected] นะครับ </td></tr></tbody></table></strong>
We have had a wonderful opportunity to study abroad. Many students in the countryside don’t even have a chance to study beyond primary school never mind to even consider studying abroad. We have the chance to give them this opportunity; this project will allow you to help.
ทำไมต้องบริจาค
ก่อนอื่นก็ขอสวัสดีเพื่อนๆ ที่เข้ามาเยี่ยมนะครับ
พวกเราเป็นกลุ่มนักเรียนในเมือง Heidelberg, Karlsruhe และ Mannheim ครับ จุดเริ่มต้นของโครงการเหรอว่าชื่อนี้ คงเป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดมาจากการทางกลุ่มเพื่อนนักเรียน ไทยใน Heidelberg ได้ไปช่วยงานตอน ปี พ.ศ. 2543 ตอนที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จมาเยี่ยมศูนย์วิจัยมะเร็งแห่ง ชาติเยอรมัน (DKFZ) แล้วเพื่อนนักเรียนไทยได้ไปช่วยงานต้อนรับด้วย แล้วได้เงินมาจำนวน หนึ่ง เลยได้จัดทำโครงการซื้อหนังสือวารสารส่งไปให้น้องที่โรงเรียนในประเทศไทยเป็นเวลา หนึ่งปี จากนั้นเมื่อโครงการจบลง ทางกลุ่มก็ได้จัดงานประชุมกันอย่างไม่ได้เป็นทางการขึ้น เพื่อจะพูดคุยกันว่า เราจะทำกันต่อไหม เหรอว่าจะทำอะไรกันต่อดี
จากแนวความคิดส่วนหนึ่งที่พวกเราเป็นคนที่มีโอกาสที่ดีที่ได้มีโอกาสมาเรียน ต่างประเทศและด้วยค่าเงินที่สูงกว่าประเทศไทยเรา เลยเริ่มคิดจากจุดเล็กๆ ที่ว่า เราอยู่ กันในเยอรมัน ทานอาหารมื้อละ 5 มาร์ค (ประมาณหนึ่งร้อยบาทไทย) หากเด็กที่อยู่ตามต่าง จังหวัดอาจจะใช้เงินส่วนนี้ได้เป็นหนึ่งสัปดาห์ หรือว่ามากกว่านั้น เลยเกิดการคิดกันต่อว่า จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะร่วมเงินกันบริจาคจากเพื่อนๆ เราที่ศรัทธากันนี่แหละคนละสิบมาร์ค ต่อเดือน ใครจะบริจาคทุกเดือนหรือว่าจะไม่ทุกเดือนก็ได้ ตามศรัทธา จะมากหรือน้อยกว่านั้น ก็ได้ สำหรับการประชุมในวันนั้นได้ลองคิดกันเล่นๆ ว่าเราจะเอาเงินส่วนนี้ที่ได้ไปทำประโยชน์ในด้าน ใด พวกเราได้ข้อสรุปออกมาว่า อยากเน้นในทางด้านการศึกษา เพราะว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับอนาคตของชาติ เลยมีข้อสรุปต่อกันมาจากนั้นว่า จะเน้นในส่วนนักเรียนที่กำลังจะจบ ประถมศึกษา ปีที่ 6 และต้องการจะเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เราเลยคิดกันถึงว่าจะให้ทุนการศึกษาดีไหม ก็ได้มีการประชุมกันหลายครั้งนะครับ จนในที่สุดพวกเราก็บอกกันว่าในช่วงที่พวกเราร่วมรับบริจาคกัน ในกลุ่มเล็กๆ ตอนนี้ ก็ให้แต่ละคนไปหาโครงการ คิดโครงการกันมา จะติดต่อเด็กกันอย่างไร ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ ห้าถึงหกเดือน พวกเราก็มีเงินเข้ามาในบัญชีของบริจาค พอสมควร ซึ่งสามารถจะทำอะไรกันได้ในระดับหนึ่ง
ก็ได้มีการประชุมพบปะกันต่ออีกนะครับ ผมเองก็ได้โครงการมาจากประเทศไทยด้วย และได้ข้อมูลจากคุณจงจิตต์ ฤทธิรงค์และคุณพี่ริน ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เลยเสนอเข้าไปดู ซึ่งเป็นโครงการที่ทางมูลนิธิ ดร. เทียม โชควัฒนา ได้บริจาคเงินสนับสนุน ทุนการศึกษาเด็ก 5 จังหวัด ทางภาคอีสาน และบังเอิญข้อมูลที่ได้มา เป็น รายงานสรุปในการพิจารณา เด็กนักเรียนเข้ารับทุน ซึ่งปกติทางมูลนิธิฯ ก็ได้ช่วยมาแล้วเป็นเวล าห้าปี เฉลี่ยปีละ 200 คน แต่ปีนี้มีนักเรียนเสนอขอทุนมาเยอะมาก จนในที่สุดกรรมการพิจารณา โดย ดร. สายฤดี วรกิจโภคาทร ได้พิจารณาแล้วผู้ที่ผ่านการพิจารณา ซึ่งได้ไปเยี่ยมที่บ้านนักเรียนด้วย เป็นจำนวน 327 คน ซึ่งมากว่าปีก่อนๆ และนั่นคือ เด็กนักเรียนที่เกินมาจำนวน 127 คน เราก็เลยคิดกันว่า พวกเราจะ ช่วยเหลือน้องที่เกินมานี้ไหม หากเราจะช่วย พวกเราจะช่วยกันได้กี่คน ช่วยกันจนเรียนจบ ม.3 เป็นเวลาสามปี ปีละ 2000 บาท(ประมาณ 55 ยูโร ต่อคนต่อปี) พวกเราก็ลองคำนวณกันดูว่า หากพี่หนึ่งคน บริจาค คนละ 5 ยูโร ต่อเดือน ครบหนึ่งปี ก็ช่วยเหลือน้องได้ หนึ่งคนพอดี
แต่ด้วยความคิดตอนนั้น เราไม่จำเป็นว่าจะต้องช่วยได้เยอะขอให้ได้ช่วยตามกำลังความสามารถ ของกลุ่มที่มีกำลังครับ และในสุดท้ายตอนนั้น เพื่อนๆในกลุ่มก็ได้เขียนจดหมายถึงเพื่อนๆ นักเรียนไทยใน เยอรมันปรากฎว่ามีเพื่อนๆใจบุญ ได้ร่วมและอยากจะร่วมบริจาคกันหลายคนครับ เป็นที่น่าชื่นชมมากครับ (อันนี้ประทับใจมากเลยครับ ดีใจแทนเด็กๆ ต่างจังหวัดครับ) และเราคำนวณกันแล้ว ก็ช่วยได้ประมาณ 15 คนครับ ซึ่งสิบห้าคนนี้เราจะช่วยจนครบสามปีครับ
ซึ่งในประเด็นต่อมาคือว่า ในปีต่อไป พวกเราจะต่อเนื่องกันต่อหรือไม่ก็อยู่ที่เงินบริจาค ที่เพื่อนๆ ได้บริจาคกันเข้ามา จะต่อเนื่องโครงการในรุ่นที่ 2 อีก จะทำซักกี่คน เหรอว่ามีโครงการ อื่นๆ อยากจะทำในทำนองอย่างนี้ เพื่อนๆ ทุกคนก็มีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นนะครับ
สำหรับตอนนี้ เราได้รายชื่อน้องๆ กันมาและที่อยู่นะครับ ซึ่งเราจะติดต่อกับน้องนักเรียนกันทาง จดหมายนะครับ
สำหรับเพื่อนๆ คนอื่นที่สนใจจะบริจาคเงินเหรอว่าจะร่วมเข้ามาเป็นสมาชิกในเมล์ของพวกเรา ก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องบริจาคถึงจะได้เป็นสมาชิก พวกเรายินดีรับข้อคิดเห็นจากทุกคนเสมอครับ
ด้วยมิตรภาพ
สมาชิกกลุ่มบริจาค.
คำขอบคุณสั้นๆ สำหรับงานคอนเสิร์ตบริจาค
สรุปรายการ กิจกรรมที่ผ่านมาคร่าวๆ
คำขอบคุณแบบฉบับเต็ม และบรรยากาศงานคอนเสิร์ตที่ผ่าน 18 Nov 2006
ภาพบรรยากาศในงานและกิจกรรมคอนเสิร์ตบริจาค 18 Nov 2006 <hr>
Download Borijak’s Project (in thai)
Download our brochures (English, Thai, German)
Download VCD of Introduction to Borijak Project
Posters in Thailandische Spendenfeier 25.06.2005 (German, Thai)
<hr>การช่วยเหลือกัน เติมเต็มให้สม่ำเสมอ คนที่อยู่เบื้องล่างก็จะรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ
อบอุ่นดีใจจัง อย่างน้อยก็ยังมีคนอย่างคุณที่ยังมองเห็นความสำคัญของอนาคตของชาติ
Copyright © BORIJAK 2002
สวัสดีครับทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมนะครับ ก่อนอื่นผมขอบอกจุดประสงค์ของเว็บนี้ก่อนนะครับ เว็บนี้จดโดเมนเป็น Schuai.Net หรือช่วยดอทเนท ก็เพื่อจะสร้างเครือข่ายแห่งการช่วยเหลือและสนับสนุนในเรื่องการศึกษา โดยเน้นการศึกษาในระดับพื้นฐาน ซึ่งโครงการที่ทำกันอยู่ตอนนี้เป็นโครงการเล็กๆ โครงการหนึ่ง เป็นโครงการบริจาคเงิน สนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อส่งน้องๆ ที่เพิ่งจบการศึกษาระดับประถมศึกษา เพื่อเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาในต่างจังหวัด ซึ่งที่สนับสนุนอยู่ตอนนี้เป็นน้องในภาคอีสาน ได้แก่จังหวัดสุรินทร์ สกลนคร โดยได้ดำเนินกิจกรรมกันในประเทศเยอรมนี และติดต่อประสานงานกับฝ่ายประสานงานในการพิจารณาเด็กเข้ารับทุนของ
มูลนิธิ ดร. เทียม โชควัฒนา รศ. ดร. สายฤดี วรกิจโภคาทร ในประเทศไทย
พวกเราหวังเพียงว่า ขอให้ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันคนละไม้คนละมือในการสนับสนุนการศึกษาในระดับพื้นฐานสำหรับน้องๆ นักเรียน หลายคนที่อยากจะศึกษาต่อ แต่ไม่มีโอกาสในการจะศึกษาต่อ ในระดับ ม.ต้น ซึ่งนับว่ามีความสำคัญมากที่จะเสริมและเติมแนวคิดให้พวก เค้าได้มองอะไรได้กว้างมากขึ้น รับรู้ในสิ่งที่จะนำไปสู่ความถนัดในสิ่งที่ตัวเองชอบและสร้างแนวคิดในเรื่องการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นอีกต่อไป บางครั้งคนเราอยากจะทำอะไรหลายๆ อย่างแต่กลับไม่มีโอกาสจะทำ เพราะโอกาสนั้นยังมาไม่ถึงหรือไม่มีโอกาส พวกเราไม่ได้หวังว่าจะ สนับสนุนทุนการศึกษาเฉพาะคนเรียนเก่งแต่ยากจน เพราะพอมองปัญหาเข้าจริงๆ แล้วคนที่ยากจนเรียนเก่งมีไม่เยอะหรอกครับ เพราะว่า เค้าไม่มีเวลามากที่จะมานั่งทบทวนบทเรียน เพราะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องก่อนครับ เมื่อท้องอิ่มสมองก็พร้อมจะเรียนรู้ สิ่งที่พวกเราอยากจะเน้นคือ สนับสนุนนักเรียนที่มีความพยายามและตั้งใจที่จะเรียน และนี่หล่ะครับน่าจะเป็นเป้าหมายในการสนับสนุนของพวกเรา หากเราย้อนกลับไปและพิจารณา ตัวเราเอง วันนี้เรามีโอกาสก้าวเข้ามาเรียนในระดับที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะ ปริญญาตรี โท เอก แต่ยังมีคนที่ไม่มีโอกาสจะเรียนแม้กระทั่ง ม. ต้น ม.ปลาย หรือ ปวช. ด้วยเหตุผลที่ไม่มีเงินสนับสนุนการศึกษา ไม่ใช่เพราะไม่อยากเรียนนะครับ
สำหรับการสนับสนุนทุนการศึกษา ในการส่งน้องๆ ที่พวกเราทำกันมานั้น เรารับเงินบริจาคจากเพื่อนๆ นักเรียน และผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปตามที่ท่าน ศรัทธาที่จะทำตามโอกาสหรือบริจาคเป็นรายเดือน เงินที่บริจาคนั้นมันเป็นเพียงเงินห้ายูโรต่อเดือน ก็คิดเป็นเงินไทยประมาณ สองร้อยถึงสองร้อยห้าสิบบาทต่อเดือน หากรวมกันเป็นปี ก็จะมีเงินประมาณ สองสามพันบาท ซึ่งเงินเหล่านี้ หากมองการใช้ชีวิตในเยอรมนีแล้ว ห้ายูโรก็ประมาณว่ากินอาหารฟาสฟู๊ดได้หนึ่งมื้อแค่นั้นเอง แต่หากย้อนกลับไปยังเมืองไทย โรงเรียนในต่างจังหวัด น้องๆนักเรียนเหล่านั้นสามารถดำรงอยู่ด้วยเงินเหล่านี้ได้เป็นอาทิตย์หรือมากกว่านั้น เงินที่พวกเราบริจาคกันตอนนี้ ก็เพื่อช่วยเพียงค่าสนับสนุนการศึกษาเท่านั้น ไม่ว่าจะซื้ออุปกรณ์การเรียน สมุดหนังสือ และอะไรที่เกี่ยวกับการเรียนเท่านั้นครับ ซึ่งเป็นเงินไม่มากไม่มายนัก หากจะมองไป น้องๆ ต้องการเงินเพียง 2000 บาท ในการเรียนต่อหนึ่งปี และพวกเราจะส่งเรียนจนครบสามปี จนจบ ม. 3 รวมเป็นเงิน 6000 บาท หากเราพิจารณาดูถึงความเป็นจริง เงิน 6000 บาทสามารถส่งเด็กคนหนึ่ง ที่เราบอกว่า เด็กคืออนาคตของชาติ ได้จบ ม. ต้น ผมว่าเงินนี้มีค่ายิ่งนักที่จะให้น้องๆตัวเล็กๆ คนหนึ่ง มีการศึกษา ส่วน ม.ปลาย พวกเค้าต้องการเพียงเดือนละ 3000 บาท ต่อคน ต่อปี เท่านั้นครับ
พวกเราหวังลึกๆ ว่า วันหนึ่งมาตรฐานการศึกษาไทย จะช่วยให้เด็กไทยทุกคนมีโอกาสได้เรียนจนจบ ม.ปลาย หรือ ปวช. เป็นขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าพวกเค้าจะอยู่ในแห่งหนใด แต่ตอนนี้ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียน ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะสนับสนุนให้ทุกคนเรียนได้จนจบ ม.ต้น ก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่เราวาดไว้ ก็หวังว่าวันหนึ่งดอกไม้แห่งการศึกษาในเมืองไทยจะเบ่งบานทุกแห่ง ไม่ว่าจะในขุนเขา ป่าดง หรือป่าคอนกรีตก็ตาม โครงการนี้ ยังไม่ได้มองไปถึงกลุ่มน้องๆ ตัวเล็กๆ ที่อยู่ในสังคมเมืองแหล่งชุมชนแออัดเลยครับ หากพวกเราลองจินตนาการกันเ่ล่นๆ ว่า คนที่ต้องการความช่วยเหลือมีอยู่ทั่วๆ ไป เราเจอและมีโอกาสจะ ช่วยเหลือพวกเค้าได้แค่ไหน หรือจะช่วยได้อย่างไร ก็อยู่ที่มือของพวกเราครับ พวกเราหวังว่าสิ่งที่พวกเราทำกันตอนนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้น ที่อาจจะทำให้ท่านผู้อ่านได้มี โอกาสในการ ร่วมมือกัน ด้วยวิธีการใดก็วิธีการหนึ่งตามโอกาสที่จะอำนวยเพื่อสนับสนุนการศึกษานะครับ หากจะอ่านรายละเอียดและที่มาของโครงการ คลิกที่นี่ครับ
พวกเราเป็นเพียงเทียนดวงน้อยเพื่อสนับสนุนการศึกษาดวงหนึ่งเท่านั้นครับ พวกเราอยากจะชวนท่านมาร่วมกัน จุดเทียนเพื่อการศึกษาให้สว่างยิ่งขึ้นไปนะครับ จุดกันคนละดวง วันหนึ่งการศึกษาไทยก็จะพัฒนาและแทรกซึมเข้าไปในทุกพื้นที่ครับ
ด้วยมิตรภาพ
Mister Schuai., Schuai.NET (A Network for helps)
borijak @ schuai . net
มอบทุนการศึกษาให้นักเรียน พื้นที่ในจังหวัดสุรินทร์ ผ่านโครงการมูลนิธิ ดร. เทียม โชควัฒนา ในวันที่ 11 มิถุนายน 2545 โดยตัวแทน นายสมพร ช่วยอารีย์ (เม้ง Heidelberg) มีภาพมาให้ดูสามรูปครับ ตอนมอบและใบเสร็จนะครับ
อันนี้เป็นภาพเมื่อปีแรก ครั้งแรกเลยครับ 2002 นะครับ ไปมอบเงินสามหมื่นบาทให้กับทางมูลนิธิ ครับ พี่เสื้อแดงข้างๆ ผม ทางขวามือคือ พี่ริน(ในบทความ) นะครับ
เดือน มีนาคม 2547 ตัวแทนกลุ่มบริจาค นายสมพร ช่วยอารีย์ (เม้ง Heidelberg) ได้มอบเงิน อีกจำนวน 80,000 บาท (30,000 บาทสำหรับ รุ่นที่ 1, 20,000 บาท สำหรับรุ่นที่ 2 และ 30,000 บาท สำหรับรุ่นที่ 3 ) ผ่านโครงการมูลนิธิ ดร. เทียม โชควัฒนา (สำหรับใบเสร็จกำลังรอจากมูลนิธิ)
ภาพนี้ตอนไปมอบเงินให้กับท่าน อ.สายฤดี วรกิจโภคาทร นะครับ (ผู้ดำเนินการรายการรักลูกให้ถูกทาง ทางช่องเจ็ดสี และหลายๆ โครงการครับ หลายท่านคงคุ้นหน้ากันดีนะครับ)
หวัดดีจ้า Mr.schuai มีอะไรดีๆมามอบให้ชาว G2K เสมอเลยนะคะคุณพี่….ไม่เห็นมีชื่อจังหวัดนราธิวาสเลย อ่ะ อ๋อ เฉพาะชาวอีสานใช่ไหมคะ….แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะขณะนี้ทุนการศึกษาสำหรับเด็ก3จังหวัดชายแดนมีเยอะแล้ว…..
สวัสดีครับน้องต้า
สวัสดีค่ะพี่ชายเป็นไงบ้างค่ะ ในความคิดของหนูนะค่ะทุนยังมีมากยิ่งกว่าเดิมอีก แต่ต้องเอาความสามารถเข้าไปแลกค่ะ จะเอก หรือโทรมีมากด้วย แต่ปัญหาที่เจอก็คือได้ทุนแล้วไปไม่ถึงดวงดาวค่ะ บางคนคิดว่าง่ายหนูว่าง่ายนะถ้าอยากได้แค่กระดาษใบเดียวนะหนูด้องขอโทษด้วยถ้าพูดผิดนะค่ะพี่ชายของหนู
สวัสดีครับน้องกิ่ง
มีภาพมาฝากครับ
(กล่องบริจาคน้ำใจเพื่อการศึกษา ได้รับเงินศรัทธา 710 ยูโร ในงานพบพี่น้องคนไทยในเมือง Aschaffenburg, May 2005, รับน้ำใจจากพี่น้องจากท่านกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงค์เฟิร์ต ท่านวิญญู แจ่มขำ).
พวกเราเป็นเพียงเทียนดวงน้อยเพื่อสนับสนุนการศึกษาดวงหนึ่งเท่านั้นครับ พวกเราอยากจะชวนท่านมาร่วมกัน จุดเทียนเพื่อการศึกษาให้สว่างยิ่งขึ้นไปนะครับ จุดกันคนละดวง วันหนึ่งการศึกษาไทยก็จะพัฒนาและแทรกซึมเข้าไปในทุกพื้นที่ครับ
ด้วยมิตรภาพ
Mister Schuai., Schuai.NET (A Network for helps)
คุณเม้งครับ
ข้อมูลเพียบเลย ขอบคุณที่นำข้อมูลดีๆ มาฝากนะครับ
ผมนึกย้อนไปสมัยมัธยม ผมกับเพื่อนๆ สมัครชิงประธานนักเรียนกัน เราเสนอนโยบายน้องๆ ว่าทีมเราจะมีสำหรับนักเรียนเรียนดีแต่ถูกกลั่นแกล้ง นึกแล้วก็ขำดีครับ แต่มานึกดูดีๆ ก็น่าคิด เพราะคำว่า "กลั่นแกล้ง" นี้มีนัยอย่างไร
นี่เพราะผมค่อนข้างเห็นด้วยที่ว่าคนจนนั้นไม่ได้จนเพราะขี้เกียจ แต่จนเพราะถูกเอาเปรียบ ถูกกลั่นแกล้ง ทางออกที่เหลือทางเดียวคือการศึกษา ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่าจะพ้นความจนไปได้ ถ้ายังถูกกลั่นแกล้ง
แต่อย่างน้อย การเปิดโอกาสให้กว้างขึ้น ทำเท่าที่ทำได้ ช่วยเท่าที่จะช่วยได้ ก็เป็นเรื่องที่ดีมากเลยครับ
แต่ให้ตายเถอะครับ นโยบายที่ทีมผมชูไว้ น้องๆ ที่โรงเรียนไม่เข้าใจ เลยไม่ได้รับเลือก
คำกล่าวของดร.เทียม
ทุกวันนี้เรามี
แบบนี้เราจะให้ทุนคนไหนดีครับ....
สวัสดีครับ พี่แอมป์ คุณแว้บ และพี่อัมพร
สวัสดีครับน้อง