ถ้าใครไม่ได้มาสัมผัสจะไม่รู้เลยว่า ผู้ป่วย และ ญาติ รู้สึก เหงา เศร้า และทุกข์ใจแค่ไหน

หลังจากที่ฉันไม่ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลเด็กซะหลายวัน ด้วยเหตุผลที่ว่าติดภาระกิจทึ่บ้านในต่างจังหวัด ในเช้าวันนี้ฉันก็รีบเช็คอุปกรณ์ต่างๆนานา เพื่อที่จะได้ลงพื้นที่ในตอนบ่าย คิดถึงพวกเด็กๆค่ะ เพราะฉันรู้ว่า เด็กๆกำลังรอฉันอยู่

                วันนี้มีอาสาสมัครใหม่ร่วมเดินทางไปกับฉันด้วย ณ ตึก ม.6 ก มีเด็กป่วยเหลือกี่คน  เป็นผู้ป่วยเก่า 4 ราย วันนี้ฉันก็เลยรู้สึกเหงา เพราะไม่ได้เจอน้องๆที่เคยร่วมกิจกรรมเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่ในความเหงาก็ปนไปด้วยความยินดี เพราะน้องหายจากอาการเจ็บป่วยแล้วสามารถกลับบ้านได้

                น้องเจน เด็กหญิงไม่ค่อยพูดจา แต่จะมีรอยยิ้มเปื้อนอยู่บนใบหน้าอยู่เป็นนิจ วันนี้น้องนั่งทำทักษะคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ พอทำเสร็จก็เอามาให้พี่ตรวจ จากนั้นก็ทำกิจกรรมระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ซึ่งเราก็ให้เด็กปั้นตามจินตนาการของตนเอง ซึ่งน้องดูจะชื่นชอบกิจกรรมมาก ในวันนี้ฉันไม่ค่อยได้ร่วมกิจกรรมกับน้องมากนัก เพราะฉันไปดูแล และทำกิจกรรมกับน้องที่นอนอยู่บนเตียงไม่สามารถเคลื่อนไหวไปได้

                น้องใบตอง วันนี้ฉันได้คุยกับพี่เจ้าหน้าที่ เรื่องผู้ปกครองของน้อง พี่เจ้าหน้าที่เล่าให้ฉันฟังว่า นานๆผู้ปกครองของน้องจะมาเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง ผู้ปกครองของน้องมีข้อจำกัดเนื่องจากต้องทำงาน และฉันก็เลยคุยเรื่องอาการเจ็บป่วยของน้อง พี่เจ้าหน้าที่ก็บอกกับฉันว่าน้องต้องพักรักษาตัวอีกนาน ไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ ฉันสังเกตเห็นน้อง รู้จัก ทักทายพี่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เดินผ่านน้อง พี่ก็ทักทายตอบน้องด้วยอาการหยอกเย้าเช่นกัน เนื่องจากน้องยังเล็กมาก กิจกรรมที่สามารถทำกับน้องได้ก็คือ เล่านิทาน พูดคุยด้วย ซึ่งฉันจะสลับกับน้องอาสาอีกคนหนึ่งในการดูแลน้อง

                น้องเนย เด็กหญิงที่ป่วย ฉันเห็นมาประมาณ สองอาทิตย์ได้แล้วมั้ง  น้องมาผ่าตัดที่ขา ไม่มีญาติมาดูแล เพราะน้องมาจากสถานสงเคราะห์ แต่น้องก็เป็นเด็กที่มีจิตใจเข้มแข็งมากๆ พยายามที่จะร่วมกิจกรรม ถึงแม้ว่ามือทั้งสองขางของน้อง จะใช้การได้ไม่สะดวกเอามากๆ น้องพยายามที่จะเล่านิทานให้เหล่าอาสาสมัครฟัง ถึงแม้ว่าจะฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ก็ตาม น้องจะสนใจกิจกรรมที่พวกเรานำไป และติดอาสาสมัครมาก อาจเป็นเพราะไม่มีใครดูและเป็นหลัก เท่าที่สังเกต น้องโหยหาความรัก น้องการคนดูแลเอาใจใส่ แม้จะแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ดูน้องมีความสุข น้องจะตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นอาสาสมัครก้าวผ่านพ้นประตูห้องเข้ามา ยิ้ม หัวเราะ และเรียกพี่ ให้ไปเล่น พูดคุยด้วย

                สำหรับตัวฉันเองคิดว่า ทุกคนสามารถเป็นอาสาสมัครได้ แต่ก่อนฉันก็ไม่รู้หรอกว่างานอาสาสมัครคือ อะไร สำคัญแค่ไหน จนกระทั่ง ฉันได้สัมผัส งานอาสาสมัครด้วยตัวเอง ฉันเคยไปเป็นอาสาที่อุตรดิตถ์ นานเกือบปี ช่วงนั้นเกิดเหตุการณ์โคลนถล่มที่นั่น ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนเลยว่างานอาสาสำคัญมาก เพราะงานบางส่วนทางภาครัฐไม่สามารถจัดการได้ มันเป็นจุดเล็กๆ เหล่าอาสาสมัคร ซึ่งทำงานเหมือนมดงาน สามารถซอกซอนทำงานเหล่านั้นได้ ทางภาครัฐมีข้อจำกัดด้านปัจจัยต่างๆ แต่เหล่าอาสา ไปเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน พวกเค้าเหล่านั้นไม่มีค่าตอบแทน และในการเดินทางก็ใช้งบประมาณส่วนตัว ซึ่งพวกเค้าก็เต็มใจที่จะไปเพื่อให้ความช่วยเหลือ บางคนไปทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้ งานที่พวกเค้าทำ เป็นงานที่หนักมาก ทั้งขนโคลน ซ่อมสร้าง สารพัด

                หลังจากงานขนโคลนที่ลับแลฉันก็ได้มาสัมผัสกับงานอาสาสมัครอีกรูปแบบหนึ่ง คืออาสาลดทุกในโรงพยาบาล ถ้าใครไม่ได้มาสัมผัสจะไม่รู้เลยว่า ผู้ป่วย และ ญาติ รู้สึก เหงา เศร้า และทุกข์ใจแค่ไหน บางคนต้องอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ก็จะเครียด  นั่งมองบุตรหลานของตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะหายเมื่อไหร่ หันไปทางไหนก็เจอแต่คนเจ็บป่วย ครวญครางด้วยความเจ็บปวด ซึ่งเมื่ออยู่ในสภาพนั้นนานๆก็จะเกิดภาวะซึมเศร้า และเจ็บป่วยในที่สุด หลังจากที่พวกเราเหล่าอาสาสมัครได้เข้าไปทำกิจกรรมที่โรงพยาบาล สังเกตเห็นได้ชัดว่า เด็กป่วยและผู้ปกครอง มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น อาจเป็นเพราะมีกิจกรรมทำ มีคนพูดคุยปรับทุกข์ด้วย มีคนช่วยดูแลบุตรหลาน แม้จะช่วงเวลาสั้นๆ แต่พวกญาติก็ได้ผ่อนคลาย และได้พักผ่อน

                ดังนั้นฉันจึงคิดว่าทุกคนสามารถเป็นอาสาสมัครได้ เพียงมีเวลาสักนิด ลองมาเป็นอาสาสมัครดูนะค่ะ และจะได้รู้ว่าความสุขของการให้ มีจริงค่ะ