รวมตะกอนเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษาไทย ใน G2K (มียอดให้คุณต่อครับ)

อยากจะเชิญชวน พวกเราชาว G2K ทุกท่าน มาโพสต์มุกเด็ดๆ ตะกอนที่กลั่น หรือกวนกันจนตกผลึก มารวมๆ กันไว้ โดยมีเงื่อนไขง่ายดังต่อไปนี้ครับ

สวัสดีครับทุกท่าน

          สบายดีกันไหมครับผม  บทความนี้ ผมได้คุยกับพี่เหลียง สิทธิรักษ์ (หนุ่มรูปแพนด้า หน้าตาอยากเรียนรู้) แล้วได้ไอเดียนี้มานะครับ (มีข้อความเพิ่มเติมด้านล่างครับ เชิญอ่านที่ส่วนเพิ่มเติมนะครับ)

อยากจะเชิญชวน พวกเราชาว G2K ทุกท่าน มาโพสต์มุกเด็ดๆ ตะกอนที่กลั่น หรือกวนกันจนตกผลึก ผมขอเรียกเป็น ผลึกผล (เลียนแบบผลิตผล) ก็แล้วกันนะครับ มารวมๆ กันไว้ โดยมีเงื่อนไขง่ายดังต่อไปนี้ครับ

  1. ประโยคเด็ดๆ หรือข้อความเด็ดๆ ที่ท่านชอบ แล้วโดนๆ (หากเป็นประโยคเด็ดๆ หลายๆข้อความ ในบทความเดียวกัน ก็ใส่หลายๆ ท่อนได้เลยครับ)

  2. จากบทความไหน อาจจะเป็นลิงก์ หรือชื่อบทความแล้วลิงก์ไปยังบทความนั้น (นำไปสู่การถกและประชาสัมพันธ์กันต่อ)

  3. ชื่อบล็อก หรือ รูปภาพ หรือ ทั้งชื่อและรูปภาพ เพื่อชื่นชมครับ อาจจะไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในชื่อบทความก็ได้ครับ อยู่ในส่วนของการแสดงความเห็นก็ได้นะครับ

มาดูตัวอย่างกันนะครับ (ขออนุญาตพี่แอมป์นะครับ)

  1. "...และแม้ว่าท่านจะไม่ใช่ครู ก็ขอได้โปรดอย่าได้ปฏิเสธหน้าที่นี้ การสร้างจิตสำนึกในความเป็นพ่อแม่ที่ดีต้องช่วยกันปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก แม้เราจะเล็งผลเลิศร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่หากละเลยเพิกเฉยกันทั้งชาติ ก็จะพังร้อยเปอร์เซ็นอย่างที่เห็นและเป็นอยู่"

  2. จากบทความ สามวิชา...ที่ครูยุคหลังปฏิรูปการศึกษา ต้ อ ง รี บ ส อ น ! (วิชาครอบครัวศึกษา)

  3. P โดยพี่แอมป์ ดอกไม้ทะเล

 ประมาณนี้นะครับ ยังมีอะไรอีกเพียบเลยครับ เราลองมารวมๆ กันดูครับ คำเด็ดๆ ทางการศึกษา ที่อาจจะส่งผลในการจุดประเด็นให้คิดนะครับ

หากยังไม่รู้จะค้นตะกอนที่ไหน เชิญเริ่มได้ ตัวอย่างที่นี่นะครับ

  • …ฤาจะรอจนสิ้นชาติ ?....จึ่งฟื้นฟู (จากคุณเบิร์ด) ครับ

  • อยากมีครูดี เก่ง ถ่ายทอดเป็น ร่วมปลูกต้น "ครูน้อย" ตั้งแต่วันนี้ ก่อนจะจบประถม...

  • สภาการศึกษา G2K : ไวรัสร้ายที่ทุกคนต้องระวัง "ภูมิคุ้มกันชุมชนบกพร่อง"

  • สภาการศึกษา G2K : ผ่าทางตันการศึกษาชาติ แยกการศึกษาออกจากการเมือง?  

  • ........ ยังมีอีกเพียบเลยครับ เชิญรวบรวมนะครับ

  •   ข้อความเพิ่มเติม

             จากที่ได้สังเกตบทความนี้มา มีหลายๆ ท่านขยันขันแข็งกันมากครับ ช่วยกันทำมาหากิน ตลอดจนเก็บตะกอน หรือผลึกเด็ดๆ มาฝากให้อ่านกันนะครับ พี่เหลียงและผมเลยได้แนวทางใหม่ให้พวกเราเล่นกัน สนุกๆ สนานกันมากขึ้น โดยมีข้อความเห็นเพิ่มเติมว่า.....

    1. เมื่อรวมรวมวาทะเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษา คนดีมีคุณธรรม ใน G2K ได้จำนวน 9,999 วาทะ แล้วเราจะทำการโหวต วาทะเด่น วาทะเด็ด กันนะครับ

    2. โดยจะมีรางวัลให้เจ้าของ วาทะ นั้นด้วย แค่นั้นยังไม่พอ เราจะให้รางวัลคนที่ไปเจอผลึกนั้นด้วยนะครับ ให้มีกัน 5 รางวัลนะครับ อันนี้ยังนึกไม่ออกครับ ว่าจะให้อะไรดี แต่มีรางวัลให้แน่ๆครับ

    3. ต่อไป อาจจะมีการรวมเล่ม หนังสือรวมวาทะเด็ด วาทะเด่น ทางการศึกษา ผลึกผล คน G2K โดยนำรายได้ทั้งหมด ทำเป็นกองทุนช่วยเหลือสนับสนุนทางการศึกษา โดยให้ชาว G2K ช่วยกันคิด เช่น ให้ทุนการศึกษาเด็กยากจน ที่อยากเรียน ที่ห่างไกลโพ้น หรืออยู่ไกลรากแก้วของประเทศไทย และอื่นๆ (โดยที่ข้อความในผลึกนั้นๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของผลึกด้วย...)

    4. รางวัลนั้น พี่เหลียงบอกว่า จะให้แม่น้ำโขงหนึ่งสาย ที่หน้าบ้าน ช่วยกันคิดดูนะครับ

    5. ตอนนี้ ก็ช่วยกันโพสต์ วาทะ ค้นหาผลึกเด็ดๆ กัน ให้ได้ครบ 9,999 ดอกวาทะกันก่อนครับ แล้วเราจะมีอะไรดีๆ สนุกๆ เล่นกันครับ

    6. ...อื่นๆ ...... เปิดไว้ให้คุณบรรเลง ครับ 

    7. ขอบคุณมากๆ นะครับ

    หมายเหตุ หากบทความไหนที่เจ้าของบทความ หรือเจ้าของความเห็นรู้สึกว่า ไม่สมควรหรือโพสต์ที่นี่แล้วไม่สบายใจ ก็แจ้งบอกมาได้นะครับ ผมยินดีจะเอาออกให้นะครับ แจ้งไว้ทางโพสต์คำถามเลยก็ได้นะครับ

    เนื่องจากบทความนี้ ล้นจนเกิดข้อผิดพลาดที่ข้อคิดเห็นล่าสุด เลยยกยอดไปต่อกันที่ ตอนที่สองนะครับ เชิญที่นี่ครับ รวมตะกอนเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษาไทย ใน G2K ตอนที่ 2  

     ขอบคุณทุกท่านมากๆ และล่วงหน้า ที่ให้ความร่วมมือนะครับ

    เม้ง สมพร ช่วยอารีย์

     

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มิสเตอร์ช่วย



    ความเห็น (100)

    รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
    P

    สวัสดีครับพี่เหลียง

    • ขอบคุณมากๆ นะครับพี่
    • อยากให้มี MOB จริงๆครับ MOB ทางการศึกษานะครับ ยอดที่สุดครับ
    • เข้าไปในสวนสมรม เลยครับพี่ มีหนมเพียบเลยครับผม
    •        เชิญทุกท่านนะครับ  ให้กำลังใจครับผม
    • มาช่วยกันประชาสัมพันธ์ นำไปสู่การพูดคุย จนเข้าถึงขั้นปฏิบัติจริงนะครับ
    • ผมไม่ได้ไปไหนนะครับ อยู่ตลอด ตอนนี้เร่งภารกิจสำคัญ อยากให้เชิญเพื่อนๆพี่น้อง ที่เดินเส้นทางแคบเส้นนี้ มาสร้างบรรยากาศดีๆ ร่วมกันนะครับ
    • ขอบคุณมากๆ นะครับ
    เขียนเมื่อ 

     อาจารย์จิตวิทยากำลังสกัดจิต

    P

    สิ่งสำคัญสำหรับการเรียนการสอน ( ทุกระดับตั้งแต่ครอบครัวขึ้นมา ) คือการสอนวิธีการแสวงหาความรู้ที่สนใจ และสอนให้คิดเป็น ( Learning  how  best  to  learn  and  how  to  think )

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293

    สวัสดีครับ เข้ามาอ่านหลายรอบครับ..มีความเห็นของตัวเองแทรกๆมาด้วย ต้องขอบคุณพี่
    P

    ร่วมด้วยช่วยกันครับ "การศึกษา" จำเป็นต้องกลั่นวิธีคิด เพื่อวางยุทธศาสตร์การพัฒนา ...ถึงวันนี้ เราก็ได้คำตอบ ได้บทเรียนที่ดี

    แนวโน้มการเรียนรู้จากนี้ต่อไป ผมคิดว่าความรู้นอกระบบมาแรงมากขึ้น เพราะสอดคล้องกับวิถี เป็นธรรมชาติ และตอบสนองปัญหาได้จริง ต้องยอมรับความรู้ในระบบที่เกิดจากExplicit K ต่างต้องทบทวนวิธีคิด วิธีการเรียนรู้ โจทย์ใหญ่ที่ต้องตีให้แตก คือ ความรู้ที่ให้กันมาโดยตลอด ตอบสนองการพัฒนาคน พัฒนาประเทศได้จริงหรือไม่

    ขอมีส่วนร่วมครับ

    ถือโอกาสนำ"วาทะ"เด็ดๆ มาเพิ่มเติม

    - - - - - - - - - -- - - - -

    P

    นักศึกษาปริญญาโท และเอกที่ผมเห็น ก็ยังทำตัวไม่ต่างจากนักศึกษาปริญญาตรี

    และ นักศึกษาปริญญาตรีก็ทำตัวไม่ต่างกับนักเรียนชั้นมัธยม กล่าวคือ เน้นการท่องไปสอบ

    ไม่อ่านหนังสือเพิ่มเติม การสืบค้นหาข้อมูล ก็ยังไม่ค่อยใช้เป็นข้อมูล กลับใช้เป็นตัวหนังสือเฉยๆ

    โดยใช้ copy และ paste มาเรียงๆกันไปเรื่อยๆ แทบไม่มีการใช้เป็นข้อมูลที่ต้องสะท้อนจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ 

     

    หรือนี่เป็นปัญหาของความสะดวกสบาย ไม่ต้อง เรียน ก็จบได้ปริญญา ตรี โท เอก ก็แค่ท่องไปสอบ copy &paste เป็นเอกสาร ก็ถือเป็นวิทยานิพนธ์แล้ว  

    - - - - - - - - - -

    P

    การเรียนรู้ที่แท้จริงในมุมมองหนึ่งของผมคือ การเรียนรู้แล้วทำ ทำแล้วเรียนรู้ เรียนรู้แล้วทำ วนเวียนไป โดยมีที่มาที่ไปบทหลักเหตุผลและวิวัฒนาการไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อความสงบสุขในสังคมครับ

    http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/82538

    - - - - - - - - -

    P

     ความสะดวกสบายมักจะเป็นปฏิภาคกลับกับการรักการเรียนรู้ - ชอบสู้ของยาก
      เข้าทำนอง ยิ่งสะดวกสบาย ยิ่งขี้เกียจครับ

      สาเหตุอาจเป็นเพราะ ...
    • ถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมาตั้งแต่เล็กๆ  อยากได้อะไรก็ได้มาง่ายๆโดยไม่ต้องออกแรง หรือใช้ความรู้ความคิดอะไร  เรียกว่า  ชอบและชินกับความง่ายๆ  จนเกิดเป็นของใหม่ประจำใจประจำกาย คือ ความมักง่าย กันทั้งบ้านทั้งเมือง 
    • ระบบการเรียนการสอนที่เน้นการท่องจำเนื้อหา ในปริมาณที่มากเกินจำเป็น โดยไม่นำพาต่อกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริงว่าคือการปฏิบัติ  และปฏิบัติด้วยใจรักศรัทธาต่อสิ่งที่เรียน  ด้วยเห็นคุณค่าชัดแจ้ง รู้อยู่ตลอดเวลาว่า เรียนไปทำไม
    • คนรุ่นใหม่โชคร้ายที่มีความสะดวกสบายเป็นเพื่อน  ต่างจากรุ่นเก่าๆเช่นเราคือผมและอาจารย์เป็นต้น  ที่มีความยากลำบาก ความขัดสน ความขาดแคลนเป็นเพื่อน จึงชอบคิดชอบหาคำตอบ ชอบการท้าทาย (ของงานนะ ครับไม่ใช่คน) เรา โชคดีที่เคยลำบาก 
    • การเรียนรู้ที่ผูเรียนไม่ได้ไม่ได้ผ่านสถานการณ์ที่เป็นความยากลำบาก จึงน่าเป็นห่วงเสมอ ว่า คนยิ่งเรียนจะยิ่งหยิบโหย่งและอ่อนแอ.

     http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/82538

    - - - - - - - - - - -

    P

    จินตนาการ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่มาก เขาคิดกันไม่ออก แต่มักจะว่าตามที่เห็นเท่านั้น เลยไม่ค่อยได้เรียนรู้

    http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/82538

    - - - - - - - - - -

    ประเทศไทยขาดอะไร??

    1. การขาดความเชื่อมโยงระว่างความรู้ทางวิชาการที่รับมาจากต่างชาติกับภูมิปัญญาไทย
    • เกิดการพัฒนาแบบขาดความเชื่อมโยง ทำให้ระบบการพัฒนาการศึกษา และการถ่ายทอดความรู้ตีบตัน แปรเปลี่ยนจากการศึกษาเพื่อชีวิต มาเป็นการศึกษาเพื่อให้สอบผ่านเป็นหลัก ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างรุนแรง ทั้งวันนี้และวันหน้า

    - - - - - - - - -

    จากบันทึก http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/80363

    - - - - - - - - -

    นำมาแลกเปลี่ยน เพิ่มเติมเท่านี้ก่อนครับ

                                    จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

    เขียนเมื่อ 

     

    P

    สวัสดีค่ะน้องเม้ง และคุณสิทธิรักษ์

    • ขออภัยอย่างสูงที่มารายงานตัวช้านะคะ  
    • ขอขอบพระคุณมาก  และ   รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง : )   ที่ทั้งพี่และน้องได้นำบางส่วนของเนื้อความในบันทึก มาไว้ที่นี่
    • และเชื่อว่ามีวาทะตกผลึกทางการศึกษาของอีกหลายท่านใน G2K ที่น่าประทับใจและก่อให้เกิดแรงบันดาลใจนะคะ 
    • จะค่อยๆทยอยนำมาใส่ในบันทึกนี้อย่างบรรจงนะคะ  วันนี้ขออนุญาตเข้ามารายงานตัวก่อน 
    • นอกจากเข้ามานั่งมองความน่ารักของสองพี่น้องที่ช่วยกันสร้างกำลังใจให้สมาชิก G2K แล้ว   ยังเข้ามายิ้มกับคำแซวน่ารักๆด้วย 
    • พี่แอมป์เต็มใจแวะเข้ามาช่วย  "ทำมาหากิน" ด้วยคนนะคะ น้องเม้ง   ก่อนที่พี่เขาจะก่อม็อบ  อิอิ
    • พรุ่งนี้จะแวะมาใหม่นะคะ  ราตรีสวัสดิ์ค่ะ  : )

    ปล.คุณสิทธิรักษ์คะ  ดิฉันเล็งความเห็นของคุณ kati   ในบันทึกน้องเบิร์ด ไว้  บรรทัดเดียวกับที่คุณสิทธิรักษ์ยกมาเลยอะค่ะ   ...ผู้น้อยนับถือนัก..  :  )   

    เขียนเมื่อ 

    P
    เบิร์ด
    เมื่อ พ. 23 พฤษภาคม 2550 @ 20:23 [269263]

    การศึกษาเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน...ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งเพียงลำพัง..และอะไรหลายๆอย่างในชีวิตของเรา.. ถ้าเราอยากได้ เราก็ต้อง " ลงมือทำ " ......ไม่ใช่เหรอคะ ? ^ ^

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293

    เขียนเมื่อ 

    จอมยุทธสาว ผู้ไม่กลัวฟ้าดิน

    P
    เบิร์ด
    เมื่อ พ. 23 พฤษภาคม 2550 @ 20:41 [269286]

    แม้แต่หมู่เมฆอันมืดมิด..ยังปิดได้เพียงรอยยิ้มของตะวัน..เท่านั้นเอง

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293

    เขียนเมื่อ 

    จอมยุทธสาว ผู้ไม่กลัวฟ้าดิน

    P
    เบิร์ด
    เมื่อ พ. 23 พฤษภาคม 2550 @ 20:41 [
    269286]

    " ผู้ใดหว่านเมล็ดพันธุ์ของความรัก..ผู้นั้นย่อมได้รับความสุข ".

    .ศีลธรรมของเยาวชนคือสันติภาพของโลก..สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือ " ความดี "..และ " ปัญญา " ..มากกว่า " ความรู้ " นะคะ

    สติปัญญาอาจเป็นมูลฐานของความสำเร็จ...และอาจมีบางคนถือเป็นเงื่อนไขอันจำเป็น..แต่ " จิตใจ " ต่างหากคือตัวชี้ขาดว่าเขาผู้นั้นสมควรแก่ความสำเร็จระดับใด...

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293

     

    เขียนเมื่อ 

     

    P คนไร้กรอบ

    • เมื่อมี ข้อมูลใหม่ๆ เข้ามา   จะ ตรวจสอบ ข้อมูลเดิมในกะลา กระโหลก ของตนเองก่อน
    • หาก ข้อมูลใหม่  ไม่ทำให้ ความเชื่อเดิมๆดีขึ้น จะปฎิเสธข้อมูลใหม่นั้น  เช่น  บอกว่า นรกสวรรค์มีจริง  แต่ ตนเอง เชื่อว่า "อะไรพิสูจน์ไม่ได้ ห้ามเชื่อ"   ดังนั้ นพวกเขา จะไม่เชื่อ  และ ไม่ทดลอง   ไม่เฉลียวใจ ว่า "ของบางอย่าง ณ เวลานี้ อาจจะยังพิสูจน์ไม่ได้   หรือ ของบางอย่าง ต้องลงมือทำเอง จึงจะค้นพบ"
    • หาก ข้อมูลใหม่  สอดคล้อง หรือ ทำให้ความเชื่อเดิมๆ ดูดี หรือ ทำให้ตนเองสบายใจ  ก็จะยอมรับข้อมูลใหม่นั้น  นี่คือ การทำ กะลาให้หนาขึ้น
    • บางข้อมูล  อาจจะยอมรับ   แต่ รับรู้เฉยๆ   ไม่คิดจะทำอะไร   เช่น  บอกว่า น้ำจะท่วมโลก   ก็จะ เออ เห็นด้วย  แล้ว ก็ No Action Talk Only  คนแบบนี้  เป็นนักปริยัติ   ไม่ใช่นักปฏิบัติ  จึงอยู่ในกะลาต่อไป   เป็นกะลา ที่ปะเต็มไปด้วยข้อมูล
    • http://gotoknow.org/blog/ariyachon/84322
    เขียนเมื่อ 

    P คนไร้กรอบ

    จะมีสักกี่คน   ที่กล้าจะคิด   กล้าทวนกระแส   ฉุกคิด   ฝืนบริโภคนิยม    มาสู่  "ธรรมชาติ" 

    คนที่ไม่เคย ค้นพบ สุขทางใจ    ก็ยากที่จะเข้าใจ

    คนที่หลุดไปตามกระแส เสพนิยม วัตถุนิยม   ก็ยาก ที่จะหยุดตนเอง มาดูตนเอง  มาค้นหาตนเอง   มารู้จักใจ ควบคุมใจ   จนเจอความสุขที่ใจ .....  ไม่สนใจศาสนา  ติดสุข

    คนเรียนมามากๆ ในระบบเสพ   จะเป็น นักคิดที่ "มือ กอด อก"     สั่งๆๆๆ ลูกน้อง .....  รอ วิจารณ์ๆๆๆ   รอตำหนิ .....  วิตกๆๆๆๆ   ฯลฯ

    ชอบคิดเอง เออเอง   สั่ง  วิพากษ์   คิดในสมอง ... แต่ ไม่ลงมือทำ   มักทึกทักเอาเองว่า ตนเองเข้าใจ 

    นี่แหละ  .....    "ไม่รู้ ว่า ตนเองไม่รู้"  แต่ คิดว่าตนเองรู้   นี่แหละ หลง

    หลง แก้ยากกว่าโลภ   โลภแก้ยากกว่าโกรธ

    http://gotoknow.org/blog/ariyachon/97975

    [email protected]
    IP: xxx.153.189.1
    เขียนเมื่อ 

    แวะมาฝาก 

    • โอกาสทางการศึกษา
    • ความเสมอภาคทางการศึกษา 

    อยากให้พิจารณาถึงผู้พิการ  ด้วยความเข้าใจในศักยภาพที่เขามีเพื่อการพัฒนา  มิใช่ทำแบบขอไปทีหรือเพื่อเอาบุญอ่ะค่ะ

    การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการไม่ใช่งานสังคมสงเคราะห์อย่างเดียวนะคะ  และไม่ใช่โบ้ยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์เท่านั้น 

    การพัฒนาคุณภาพชีวิต 

    • การศึกษา  (ศึกษาธิการ)
    • สุขภาพ     ( สาธารณสุข)
    • การมีงานทำ ( แรงงาน )
    • การสงเคราะห์ (ในรายที่ทุพพลภาพโดยสิ้นเชิง )  จึงจะเป็นพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์

    จะเห็นได้ว่า  คนพิการก็ไม่ต่างกับคนทั่วไปนะคะ  ถ้าเขาได้รับการศึกษาที่ดีมีความเข้าใจในความแตกต่างของเขา  ส่งเสริมและสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพ

    เขาก็จะมีโอกาสได้งานทำที่มีรายได้เลี้ยงตัวได้  ไม่เป็นภาระใครค่ะ

    แต่ในปัจจุบัน  คนพิการคือผู้ด้อยโอกาสโดยแท้   ไม่มีแม้แต่โอกาสในการมีอวัยวะครบเหมือนคนทั่วไป  ไม่มีโอกาสจะได้เห็น ไม่มีโอกาสได้ยิน หรืออื่นๆ

     เขาผิดด้วยหรือที่เกิดมาพิการ  ด้อยโอกาสโดยไม่มีสิทธิเลือก

    ขอโอกาสให้เขาได้พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเถอะค่ะ

    เขียนเมื่อ 

     สาวไม่เคยสร่าง

    P

    ลองปลดเกียร์ว่างหัวใจ แล้วเข้าเกียร์เดินหน้าสู่การคิดดี ทำดี พูดดี ตั้งแต่วันนี้กันเถอะค่ะ

    เรามาสร้างกระแสการทำความดี  ลองมาปลดเกียร์ว่างแล้ว เริ่มเข้าเกียร์ใหม่ตั้งแต่รู้จักมองกันในแง่ดียกย่องกันวันละครั้ง มองแต่สิ่งดี ๆ ของกันและกัน

    http://gotoknow.org/blog/Ranee/92066

    เขียนเมื่อ 

     สาวไม่เคยสร่าง

    จิตใจงามไม่เคยลด

    P

    นี่เป็นเรื่องสำหรับทุกๆคน   ต้นไม้ในเรื่องคือพ่อแม่
    เมื่อเราเป็นเด็กตัวเล็กๆ   เรารักที่จะเล่นกับพ่อกับแม่...
    เมื่อเราโตขึ้น   เราทอดทิ้งพ่อ และแม่   และกลับมาหาท่าน
    เมื่อเราต้องการบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อเรามีปัญหา
    ไม่ว่าอย่างไร...พ่อ และแม่ของเราก็จะอยู่และให้ทุกสิ่งอย่างที่ท่านทำได้
    หวังเพียงเรามีความสุข

    http://gotoknow.org/blog/Ranee/95693

    เขียนเมื่อ 
    •  รู้ไม่มีหมด
    • งามไม่มีลด
    • หมดจดไม่มีใครเกิน

    P

    แต่ถ้าคนเรามีความรู้มาก  มีทรัพย์สมบัติมาก  แต่ไม่รู้จักทำตัวให้ "อยู่ให้ต่ำ" คืออยู่อย่างฟุ้งเฟ้อ  ไม่รู้จักประมาณตน ชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไร  คำนี้ทำให้ราณี คิดถึงคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง  คนเราถ้ารู้จักคำว่า พอเพียงดีพอ ชีวิตจะมีความสุขอย่างแท้จริง

    http://gotoknow.org/blog/Ranee/82244

    สวัสดีครับทุกท่านนะครับ

    แวะมาให้กำลังใจ ทุกท่านที่เข้ามาช่วยร่วมรวมตะกอน ผลึกทางการศึกษา จากบทความดีๆ ที่มีใน G2K นะครับ

    มีภาพสวยๆ ที่ถ่ายไว้จากหน้าบ้านที่นครศรีฯ เมื่อสองปีก่อนครับ

    สู้ต่อไปนะครับ ผีเสื้อตัวน้อยๆ ช่วยกันกระพือปีกเพื่อให้การศึกษาของไทยก้าวหน้า เหนื่อยก็พักดูดน้ำหวาน ดมดอกไม้โมก บ้างตามเวลา ครับ

    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ

    เขียนเมื่อ 

    P

    http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/95101

    จงทำตัวให้เป็นเช่นสายน้ำที่ซึมซับได้ในทุกที่  ไม่ว่าจะเป็นของแข็ง  ของเหลว   ล้วนมีน้ำเป็นองค์ประกอบทั้งสิ้น 

             จงทำตัวให้อ่อนโยนเช่นสายน้ำที่ไม่เคยแข็งกับใคร  ไม่ว่าจะไหลผ่านหิน  ดิน  ทราย  กรวด  ที่มีความแข็งต่างๆกัน   สายน้ำก็ไม่เคยทิ้งความอ่อนโยน

     จงทำใจให้แข็งเช่นหิน  ที่แม้ถูกน้ำกัดเซาะเท่าไหร่  หินก็ยังคงความแข็งแกร่งเช่นเดิม  ใจเราก็เช่นกันขอให้เข้มแข็งอยู่เสมอ  ไม่ว่าจะถูกกิเลส  สิ่งยั่วยวนต่างๆ มา  หลอกล่อ  ก็ขออย่าได้ตามกิเลส  อย่าให้กิเลสกัดกร่อนจนผุหรือรั่วได้ ”    

    ว้าว..มหัศจรรย์...ทำอะไรกันนี่...น่ารักกันทุกท่านเลย

    ครูอ้อย  สอนสอนสอน   ไม่ได้มาอ่านเลยค่ะ

    เยี่ยมจริงๆค่ะ  พี่เหลียง...นำข้อความมาโพสต์อีก...นับถือ

    แล้วจะมาอ่านใหม่นะคะ...น้องเม้ง

    เขียนเมื่อ 

    ผู้หญิง...ดอกไม้เหล็ก

    http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/93536

    P

    ขอบคุณ gotoknow  รัก gotoknow จังเลย

    ค่ะ  หลงรัก gotoknow จนหมดใจซะแล้วสิ

    เมื่อมองย้อนมาดูตัวเราเอง     เริ่มตั้งแต่ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความดีในจิตใจของเรา    การทำงานของเราก็จะบรรจุไปด้วยความดีงาม  อันจะเป็นสนามพลังแห่งความรักที่จะดึงดูดสิ่งที่ดีเข้ามา     เพราะถ้าคนที่เข้ามาใกล้เราแล้วมีแต่ความสุขใจ    เราก็จะได้รับการช่วยเหลือ  สนับสนุนในสิ่งที่เราทำให้งอกงาม  ประสบความสำเร็จhttp://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/93536


     

    เขียนเมื่อ 

     

    P

    ผู้หญิง...ดอกไม้เหล็ก

      ถ้าเรามีการหยั่งรากแห่งความดีงาม         ก็จะมีการแตกกิ่งก้านแห่งปัญญาที่จะต้านทานต่ออุปสรรค   ปัญหาต่างๆ      ปิดกั้นประตูแห่งความเสื่อม   และเปิดรับความเจริญงอกงาม "

                           เมื่อใดที่จิตใจเราเริ่มคุ้นเคยกับความดี     ความดีก็จะไม่สูญหายไปไหน  และจะติดตัวเราตลอดไป

    http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/93536

    ปีศาจเดียวดาย
    IP: xxx.188.45.237
    เขียนเมื่อ 

    Education … has produced a vast population able to read but unable to distinguish what is worth reading.

    G. M. Trevelyan (1876-1962) British historian

    เขียนเมื่อ 

     

    P

    หนุ่มไฟแรง ชื่อ เม้ง

  • ถึงเวลาแล้วที่ทุกๆ เมล็ดแห่งความดีเหล่านี้จะต้องขยายพันธุ์กันให้ทั่วพื้นที่ที่ว่างๆ อยู่กันต่อและตลอดไป ผลผลิตในที่สุดก็จะกลายเป็นป่าแห่งความดี
  • http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/93536

    • เอามาฝาก นะครับ

    ประธานาธินดี รูธเวลล์ แห่ง อเมริกา กล่าวอย่างขำๆ เกี่ยวกับการศึกษาไว้ว่า " ชายคนนั้นเขาไม่เคยไปโรงเรียนเลยสามารถขโมยรถบรรทุกได้ ถ้าเขาจบปริญญาเขาคงจะขโมยรางรถไฟไปแล้ว "

    ไม่มีรูป
    ปีศาจเดียวดาย

    สวัสดีครับ ดีมากๆ เลยครับ

    หากบทความ ข้อความที่เกี่ยวกับการศึกษามาใส่แบบนี้ ดีมากๆ เลยครับ ทำให้ตกผลึกมากขึ้นครับ

    ขอบคุณมากนะครับ โพสต์ไว้อีกนะครับ

    เขียนเมื่อ 

    http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/93536

    P
    Mr.Direct
    เมื่อ อ. 01 พฤษภาคม 2550 @ 00:44 [244438]

    การปลูกต้นกล้าแห่งความดี คงต้องใช้การใส่ใจและทุ่มเท เพราะต้นกล้าแห่งความดีมักอ่อนแอ...

    กิเลสจากภายนอกพร้อมที่จะทำลายต้นกล้าต้นนี้อยู่เสมอ คงต้องใช้ "สติ" ในการเพาะเลี้ยง...

    เพื่อที่ต้นกล้าแห่งความดีนี้จะได้เติบโตเป็นต้นไม้แห่ง "ปัญญา"    

    ขอคิดเองดูบ้างนะครับคราวนี้ อิๆๆ

    ....... ความดีงาม ได้ถูกฝังไว้อยู่ในการศึกษาแล้ว อยู่ที่ว่าคนที่ได้รับการศึกษา จะหยิบเอาความดีงามนั้นมา ใส่ไว้ให้อยู่ร่วมกันหรือเปล่า.....

     ขอบคุณมากครับ

    เขียนเมื่อ 

     คนสวยสองคนแซวกัน  แอบฟังมา

    P

    P

  • ทำไมต้องรอให้ถึงวันพระจ้า  คนสวย เมล็ดพันธ์แห่งความดีไปถึงไหนหรือตกที่ไหน ก็ขึ้นที่นั่นแหละจ้ะ  ถ้าจิตใจเราดี ก็คิดดี ทำดี พูดดี
  •     http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/93536
  • เขียนเมื่อ 

     

     งามทั้งตัว งามทั้งใจ ยังงามทั้งสายตา

    P

                     ข้อคิดในวันพระอาทิตย์นี้นึกถึงคำพูดของท่านพุทธทาส ภิกขุที่ว่า....

                   "ถ้าเรารู้จักธรรมชาติของจิต   คือ  ใส  ผ่องใสอยู่ตามธรรมชาติ แล้วก็เศร้าหมองเมื่ออุปกิเลสจรเข้ามา 

                    เปรียบกับเพชรนี้มันมีน้ำที่ใส  น้ำเพชรที่สวยงามอยู่ในเพชร     ถ้ามีอะไรมาปิดบังเสียมันก็ไม่ปรากฏ  มันก็ไม่งาม  แม้ว่าธรรมชาติเดิมของมันจะงาม   แต่ถ้ามันเปื้อนโคลน  เปื้อนสี   ของสกปรก   มันก็ไม่งามเหมือนกัน

                    ฉะนั้นเมื่อจิตแจ่มใส  สะอาด สว่าง สงบเย็น  ไม่มีกิเลสจึงเป็นความงามอยู่โดยธรรมชาติ  "

                    เรามารักษาจิตอย่าให้มันเกิดสกปรก     มืดมัว    เร่าร้อนขึ้นมา     ให้จิตคงสภาพปกติ    ประภัสสร    สะอาด  สว่าง สงบ  อยู่ตามธรรมชาติเดิมกันดีกว่าค่ะ

       http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/92089

    ครูอ้อยมีความคิดเห็นคล้อยตามค่ะ   ที่มองว่า..น้องลูกหว้า...น่ารัก  สวย  มีเสน่ห์  มากๆๆค่ะ

    บอกเลยค่ะ...เหมือนครูอ้อย...อิอิ....อยากชมตัวเอง...

    เขียนเมื่อ 

     งามทั้งตัว งามทั้งใจ ยังงามทั้งสายตา

    P

     " ขอให้เรามีเจตนาที่ดีในขณะนี้และเร่งลงมือทำความดี   เชื่อได้

    ว่าโชควาสนาที่สดใสจะเป็นข้าทาสที่ซื่อสัตย์ของเรานั่นเอง"

    http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/93536

    เขียนเมื่อ 

     หญิงดอกไม้เหล็ก ไม่เคยละทิ้งความงาม

    P

     ทุกครั้งที่เกิดความทุกข์   ความสับสน  ความเหนื่อยหน่ายขึ้นในใจ    เชื่อได้ว่าคนเราทุกคนล้วนมีความเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นในใจ  แต่เมื่อใดก็ตามที่เราเกิดปัญญาจากการเรียนรู้ธรรมะ  จะพบว่า "การได้ให้ผู้อื่น   เปิดโอกาสให้เราได้ให้ตัวเอง"         

     

              ใจของคนเราที่คิดจะให้เป็นหัวใจที่ยิ่งใหญ่่  ถือว่าเป็นการเอาชนะความเห็นแก่ตัวลงได้   หลังจากนั้นใจของเราก็จะคลายจากความทุกข์ลงได้                                  

     

               การที่เรามีสติจดจ่อกับการทำสิ่งที่อยู่ในปัจจุับันด้วยความสุข เราก็จะไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาแย่งความสุขของเราไป  

     

    ...........เพราะสุดท้าย...คนรอบข้างก็จะกลายเป็นปัจจุบันขณะของเรา  ขอให้เราเปิดใจให้กว้างขวาง    ขวนขวายที่จะเอาใจใส่ดูแลผู้อื่น   เปิดโอกาสให้ตัวเองได้พัฒนาจิตใจที่ใสสะอาด  ภูมิใจ  เกิดศรัทธา  มั่นใจในความดีของตน

     

                ในวันนี้เราอาจจะเหน็ดเหนื่อยกับสิ่งที่เป็นอยู่และอยากจะหนีไปให้พ้นจากภาระและปัญหาต่างๆ ขอให้เราพลิกใจจากเหนื่อยหน่าย   ให้กลายเป็นวิถีอันงดงาม

      "ไม่ต้องตามใจตัวเองในสิ่งที่อยากทำ   แต่ขอให้ทำสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความสุข"  

              สร้างความดีให้เกิดขึ้นในหัวใจของทุกคนที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง  แล้วเมื่อนั้น....เราก็จะได้ความสุขใจเป็นของขวัญในที่สุด......  

    http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/86628

    เขียนเมื่อ 

     หญิงเปรี้ยวที่มีรสหวาน

    P

    มะปรางได้ข้อคิดของชีวิตอย่างหนึ่งค่ะ  ความสุขอยู่ที่เราเลือกเอง 

    http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/86628

    เขียนเมื่อ 

     ปรมาจารย์ g2k

    P

    สร้างความดีให้เกิดขึ้นในหัวใจของทุกคนที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วเมื่อนั้นเราก็จะได้ความสุขใจเป็นของขวัญในที่สุด......

    http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/86628

    เขียนเมื่อ 

     หญิงเปรี้ยวที่มีรสหวาน

    P

    ทำมาเกิน จัดการไม่้ดี กลายเป็นปัญหา ทำให้พอดี แล้วจะได้จัดการได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นค่ะ ปัญหาก็จะเกิดน้อยลงค่ะ

    http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/86628

    เขียนเมื่อ 
    • โอ้โห...หว้าไม่ได้เข้ามาสองอาทิตย์ เกิดอะไรขึ้นกันคะเนี่ย
    • กราบขอบพระคุณค่ะพี่สิทธิรักษ์ที่ช่วยเชียร์ให้ค่ะ    มีพรายกระซิบไปบอก เลยแอบมาอ่าน
    • เดี๋ยวจะมาช่วยทำมาหากินค่ะ
    เขียนเมื่อ 

     ธรรมะขีดเส้นใต้ ๖: นายเหตุผลถาม....พุทธทาสตอบ

    P

     เหตุยังมีอยู่  ผลก็คงมีอยู่;  เหตุสิ้นไป  ผลก็ดับไป;  ผลจะดับไป  เพราะเหตุดับไป.  เพราะฉะนั้นเมื่อเราจะดับผล  ต้องสาวหาเหตุ  แล้วไปดับที่เหตุ.  อุปมาอย่างเสือหรือสิงห์  เมื่อถูกยิงด้วยลูกปืน  หรือลูกศร  แทนที่จะมัวกัดลูกปืน  หรือลูกศรอยู่  กลับกระโดดไปยังทางที่ลูกศรหรือลูกปืนถูกปล่อยมา,  เพื่อกัดคนซึ่งใช้ปืนหรือลูกศรประหารมัน,  ต่างกับสุนัขซึ่งถ้าใครเอาไม้ไปแหย่มัน  แทนที่จะตรงไปกัดปรปักษ์ของมัน  กลับไปกัดไม้นั่นเอง. 

     เราจะตีราคาเพชรพลอยให้ถูกต้องอย่างไรได้,  ในเมื่อเรายังไม่รู้จักเพชรพลอยที่แท้, และที่ไม่แท้.

            พระพุทธศาสนา  หรือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่อะไร  นอกจากคำสั่งสอนอันประหนึ่งแผนที่บอกทาง  ซึ่งนำตรงไปสู่จุดหมายที่สุด คือ ความดับทุกข์

    http://gotoknow.org/blog/gobetter/86902

    เขียนเมื่อ 

     

    ธรรมะขีดเส้นใต้ ๖: นายเหตุผลถาม....พุทธทาสตอบ[เขาจะทำการงานให้เหนื่อยยากกันทำไม ถ้าโลกมีแต่ทุกข์]

    P

     พุทธศาสนาสอนให้ค้นหาทุกข์  เพื่อกำจัดมันเสีย  ไม่ได้สอนให้งมงายในเรื่องทุกข์และให้จมอยู่ในกองทุกข์เลย

    พุทธศาสนาก็เหมือนกัน  แม้จะมีหลักการสอนที่ชอบด้วยเหตุผลอย่างไรก็ตาม  แต่ก็คงไม่มีอำนาจทำให้คนที่ไม่รู้เหตุผลเห็นได้ง่ายๆ.

    พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้คนเราทุกข์แล้วให้แบกทุกข์ไว้  แต่ให้ปล่อยวางเสีย  โดยถอนรากเง่าของเหตุที่ปรุงแต่งมันขึ้น

    เพราะโลกทุกข์นั่นซิ  เราจึงต้องนอนตีพุงอยู่ไม่ได้;  เพราะโลกทุกข์น่ะซี  ต้องทำให้เราลุกขึ้นทำงานตั้งแต่เช้าจนค่ำ  เพื่อชนะทุกข์ของชีวิต;  แลก็เพราะโลกทุกข์นะซี  ที่ทำให้เราต้องใช้กำลังใจของเรา  ต่อสู้อุปสรรคต่างๆ  ที่เป็นก้างขวางทางแห่งความสุขของเราอยู่เรื่อยไป.

    http://gotoknow.org/blog/gobetter/87200

    เขียนเมื่อ 

    จอมยุทธสาว ผู้ไม่กลัวฟ้าดิน

    P
    เบิร์ด
    เมื่อ พฤ. 29 มี.ค. 2550 @ 06:43 [206820]

    ธรรมะสวัสดีค่ะคุณธรรมาวุธ

    มาร่วมเบิกบานใจด้วยธรรมะดีๆตั้งแต่เช้าค่ะ ..

    " ทุกข์มีไว้เห็น..ไม่ได้มีไว้เป็น " ..ขอบคุณนะคะที่ทำให้รู้สึกเบิกบานในเช้าวันใหม่..

    http://gotoknow.org/blog/gobetter/87200

    เขียนเมื่อ 

     

     

     P      คุณบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

    เรื่องเล่าจากดงหลวง 78 ทฤษฎีงานพัฒนาที่มาจากสงคราม

               "ความดีของวิชาการก็คือ ทำให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ชัดเจนมากขึ้น มีแนวทางในการคิดต่อ และตัดสินใจ นี่คือคุณูปการของวิชาการ 

               แต่หากเมากับวิชาการมากเกินไปก็หลุดจากข้อเท็จจริงพื้นฐาน ในกรณีที่แก่กล้าเกินไปที่เห็นปุ๊บก็ตัดสินใจปั๊บ  ก็พลาดได้ทันทีเช่นกัน"

    หลังจากที่ดิฉันมีโอกาสอ่านงานเขียนของคุณบางทราย ซึ่งเป็นนักพัฒนาที่มีประสบการณ์สูง มีประสบการณ์ตรง   และมีประสบการณ์จริงในงานพัฒนา มาหลายบันทึก   ก็ได้เห็นว่าคนที่รู้จริงในความจริงนั้น  จะมีวิธีเลือกทฤษฎีมาปรับใช้     มิใช่แค่เพียรหาว่าทฤษฎีไหนจะเหมาะกับความจริงชุดนั้น   แต่พร้อมจะยกทฤษฏีออก  ทันทีที่รู้ว่าไปกันไม่ได้กับความจริงที่ปรากฏอยู่  

    บางที งานวิชาการ กับงานพัฒนาสังคม  อาจจะต่างกันตรงนี้  งานวิชาการจะพิสูจน์ไปตามทฤษฎี  งานพัฒนาสังคมจะพิสูจน์กลับว่าทฤษฎีนั้น  ควรทำ "ตาม"  หรือไม่   

     "ผลึก"ทางการศึกษา(ในพื้นที่จริง)ของคุณบางทรายมีมากมายนัก และแทรกเนียนๆอยู่ในเนื้อบันทึก   และดิฉันตั้งใจเลือกเนื้อความข้างต้นนี้มา เพราะเห็นความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง  แม้จะฟังดูเป็นเรื่องสามัญ  แต่หากผู้ใช้ขาดความตระหนัก  อิทธิฤทธิ์ของ"วิชาการ"ก็อาจบันดาลให้เกิดความเสียหายทางสังคมตามมาอีกมากมายนัก   

     ปล. ขออภัยน้องเม้งนะคะ ที่พรรณนาเกินเงื่อนไข เพราะรู้สึกว่ามีคุณค่าแฝงอยู่ในถ้อยคำ  เลยขออนุญาตนำเสนอความรู้สึกที่มีต่อ "ผลึก"นั้น เพิ่มไปอีกเล็กน้อย ...เล็กน้อยไปเกือบสิบบรรทัดอะค่ะ...   : ) 

    เขียนเมื่อ 

     

    Pพชรวรัตถ์ แสงทองชนาพงศ์
    โรงพยาบาลบ้านแพรก

    อาจเป็นเพราะเรารับรู้ว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาหรือสรรพสิ่ง และพวกเขาหรือสรรพสิ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของเรา  ....เรา...ทั้งหลายเป็นหนึ่งเดียวกัน  

    http://gotoknow.org/blog/kmforlife/97394

    เขียนเมื่อ 

     

     

    P อาจารย์สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์

     

     

                 "  ..วิธีการสอนแบบ.. "สอนน้อย เรียนมาก" และเรียนโดย  ไม่เอาวิชาเป็นตัวตั้ง แต่เอา "ชีวิต" เป็นตัวตั้ง    (ตามชื่อและปรัชญามหาวิทยาลัยชีวิต) นี้       จะทำให้เกิดปัญญามากกว่าระบบการศึกษากระแสหลัก ที่เน้นที่ตัววิชาความรู้ เน้นการท่องจำความรู้ แค่ไหน...."

    --------------------------------------------------------------------

    • คำถามนี้ท้าทายมาก  หากท่านอยากรู้คำตอบ  ก็โปรดอย่าพลาดโอกาสที่จะได้อ่านบันทึกของอาจารย์สุรเชษฐ  เวชชพิทักษ์
    • อาจารย์เป็นแรงบันดาลใจในหลายๆครั้ง ให้หลายท่านนำไปคิดต่อ  และบางท่านก็ไปเปิดประเด็นใหม่  จนเราหลายๆคนต้องไปร่วมอภิปรายติดๆกันทีละหลายๆวัน    จนท่านต้องแวะไป "ปิดท้ายบันทึก" ให้อยู่หลายหนค่ะ : )
    เขียนเมื่อ 

     

    คนธรรมดาที่เดินดิน

    ถิ่นเมืองระยอง

    เมืองที่....ผลไม้เลิศล้ำ  อุตสาหกรรมก้าวหน้า

    น้ำปลารสเด็ด  เกาะเสม็ดสวยหรู  สุนทรภู่กวีเอก

    P

    ข้อคิด 1) จงคิดว่าทุกวันที่ไปทำงานคือวันแรกของการทำงานเสมอ 2) จงคิดว่าเราเพิ่งรู้จักคนทุกคนในวันนี้เอง 3) จงคิดว่างานที่ยากในวันนี้จะง่ายมากสำหรับวันพรุ่งนี้ 4) จงหาเหตุผลดีๆให้ตัวเองทุกวันว่าทำไมเราต้องทำงานที่นี่ต่อไป 5) จงหาเหตุผลดีๆให้ตัวเองว่าทำไมเราต้องออกไปทำงานที่อื่น 6) จงมองไปข้างหน้ามากกว่าติดกับปัญหาเมื่อวานหรือวันนี้ 7) จงคิดว่างานที่ทำทุกวันคือขั้นบันไดสู่ความสำเร็จ 8) จงคิดว่าเราจะคิดลบกับงานที่ทำต่อเมื่อเราลาออกจากงานไปแล้วเท่านั้น 9) จงคิดว่าทุกคนในที่ทำงานคือญาติพี่น้องของเรา 10) จงคิดถึงตัวเองให้มากเท่ากับการคิดถึงจิตใจคนอื่น 11) จงลด ละ เลิก การเก็บสะสมสิ่งที่เป็นลบใส่ตัวเองทุกวัน 12) จงมองหาข้อดีของเพื่อนร่วมงานอย่างน้อยคนละ 1 ข้อ 13) จงคิดสิ่งใหม่ทุกวัน ถึงแม้จะไม่ได้ทำสิ่งใหม่ทุกวันก็ตาม 14) จงลืมสิ่งที่ไม่ดีของคนอื่นทุกวัน และจดจำแต่สิ่งที่ดีของเขาไว้ 15) จงเลือกที่จะทำงาน แต่อย่าเลือกงานที่จะทำ 16) จงอย่าจำในสิ่งที่ควรลืม แต่อย่าลืมในสิ่งที่ควรจำ 17) จงเตือนตัวเองทุกวันว่า…เราคือ…………………..

    http://gotoknow.org/blog/addadd/95612

    เขียนเมื่อ 

    คนธรรมดาที่เดินดิน ถิ่นเมืองระยองเมืองที่....ผลไม้เลิศล้ำ  อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด  เกาะเสม็ดสวยหรู  สุนทรภู่กวีเอก

    P

    http://gotoknow.org/blog/6950/95607

    ความรัก ไม่ต้องการ แค่วันเดียว

    ความรัก ไม่ต้องเกี่ยว กับวันไหน

    ความรัก ไม่ต้องมี เวลาใด

    ความรัก ไม่ต้องใช้ ให้ใครชี้

    ความรัก ไม่ต้องมี ข้อวิจารณ์

    ความรัก ไม่ต้องการ การกดขี่

    ความรัก ไม่ต้องให้ ใครตราตี

    ความรัก ไม่ต้องมี เส้นพรมแดน

    ความรัก ไม่ต้องรอ ข้อพิสูจน์

    ความรัก ไม่ต้องพูด ตามแบบแผน

    ความรัก ไม่ต้องการ การตอบแทน

    ความรัก ไม่ต้องการแค่ หัวใจคน

    ความรัก ไม่ต้องการ การเป็นต่อ

    ความรัก ไม่ต้องรอ ขอเหตุผล

    ความรัก ไม่ต้องย้ำ ความมีจน

    ความรัก ไม่ต้องทน ที่จะรัก

    เขียนเมื่อ 

     

    คนธรรมดาที่เดินดิน ถิ่นเมืองระยองเมืองที่....ผลไม้เลิศล้ำ  อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด  เกาะเสม็ดสวยหรู  สุนทรภู่กวีเอก

    P

    จิตใจของเราเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา  ไม่มีการหยุดนิ่ง  เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบๆตัว  ข้อมูลหรืออิทธิพลบางอย่างที่เรายอมรับให้ผ่านเข้ามาในจิตใจในแต่ละวันมีผลกระทบอย่างมากต่อพัฒนาการของความคิดและแนวทางในการคิด.... 

    http://gotoknow.org/blog/addadd/86207

    สวัสดีครับ

          สบายดีกันนะครับ จากที่เปิดบทความนี้ มีหลายคนขยันช่วยกันทำมาหากินมากๆ เลยครับ เลยจะมานำเสนอ กิจกรรมกันต่อไปดังต่อไปนี้นะครับ

    • เมื่อรวมรวมวาทะเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษา คนดีมีคุณธรรม ใน G2K ได้จำนวน 9,999 วาทะ แล้วเราจะทำการโหวต วาทะเด่น วาทะเด็ด กันนะครับ
    • โดยจะมีรางวัลให้เจ้าของ วาทะ นั้นด้วย แค่นั้นยังไม่พอ เราจะให้รางวัลคนที่ไปเจอผลึกนั้นด้วยนะครับ ให้มีกัน 5 รางวัลนะครับ อันนี้ยังนึกไม่ออกครับ ว่าจะให้อะไรดี แต่มีรางวัลให้แน่ๆครับ
    • ต่อไป อาจจะมีการรวมเล่ม หนังสือรวมวาทะเด็ด วาทะเด่น ทางการศึกษา ผลึกผล คน G2K โดยนำรายได้ทั้งหมด ทำเป็นกองทุนช่วยเหลือสนับสนุนทางการศึกษา โดยให้ชาว G2K ช่วยกันคิด เช่น ให้ทุนการศึกษาเด็กยากจน ที่อยากเรียน ที่ห่างไกลโพ้น หรืออยู่ไกลรากแก้วของประเทศไทย และอื่นๆ
    • รางวัลนั้น พี่เหลียงบอกว่า จะให้แม่น้ำโขงหนึ่งสาย ที่หน้าบ้าน ช่วยกันคิดดูนะครับ
    • ตอนนี้ ก็ช่วยกันโพสต์ วาทะ ค้นหาผลึกเด็ดๆ กัน ให้ได้ครบ 9,999 ดอกวาทะกันก่อนครับ แล้วเราจะมีอะไรดีๆ สนุกๆ เล่นกันครับ
    • ...อื่นๆ ...... เปิดไว้ให้คุณบรรเลง ครับ 
    • ขอบคุณมากๆ นะครับ

    ด้วยรักและผูกพัน มิตรภาพนั้น มิเสื่อมคลาย

    เม้ง

    เขียนเมื่อ 

     

    เป็นคนกาฬสินธ์โดยกำเนิด  แต่เสมือนราวกับว่าชีวิตและลมหายใจได้ก่อเกิดและเติบโตสืบมาจนถึงทุกวันนี้เพราะการได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคามโดยการเป็นนิสิตเมื่อปี 2534  ทุกวันนี้ยังมีความสุขกับการเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย และมีความสุขกับการไล่ล่าความฝัน

    http://gotoknow.org/blog/pandin/98699

    P

    ผมเชื่อและเข้าใจอยู่ตลอดเวลาว่า  เด็ก ๆ  ในหมู่บ้านเป็นเสมือนเป็นสิ่งที่มีชีวิตทางสังคม (social being)  ที่มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับชุมชนอยู่ไม่น้อยและการเรียนรู้ชุมชนนั้น ๆ  ก็สามารถ (ร่วม)  เรียนรู้ผ่านปากคำและวิถีชีวิตของเด็ก ๆ  ได้เช่นกัน  เพราะเด็กในหมู่บ้านก็เป็นเสมือนผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (key informant)  ของหมู่บ้านนั้น ๆ  อยู่แล้ว

    การร่วมเรียนรู้ผ่านวิถีของเด็ก ๆ  ผู้ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งอันสำคัญของโลกใบเล็ก  (ในโลกใบใหญ่ที่ชื่อ ประเทศไทย  อันเป็นที่รักของเรา  !)

    เขียนเมื่อ 

    เป็นคนกาฬสินธ์โดยกำเนิด  แต่เสมือนราวกับว่าชีวิตและลมหายใจได้ก่อเกิดและเติบโตสืบมาจนถึงทุกวันนี้เพราะการได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคามโดยการเป็นนิสิตเมื่อปี 2534  ทุกวันนี้ยังมีความสุขกับการเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย และมีความสุขกับการไล่ล่าความฝัน

    http://gotoknow.org/blog/pandin/98328

    P

    แต่ก็ยืนยันครับ โลก G2K ทุก ๆ บันทึก คือสาระแห่งการเติมเต็มโลกการทำงานและโลกของการใช้ชีวิตอย่างดีเยี่ยม

     กระบวนการเดินทางไปสู่การเรียนรู้โลกภายนอก  เป็นการเรียนรู้เพื่อให้เราได้ "เข้าใจ"  ใน  "ตัวตน"  ของเราเอง  ซึ่งหมายถึงการเรียนรู้และเข้าใจในความเป็นสถาบันของตนเอง ...

    เขียนเมื่อ 

    กระบวนคิด ของ ยอดยุทธจักร นับถือ นับถือ

    P
    แผ่นดิน
    เมื่อ อา. 20 พฤษภาคม 2550 @ 20:31 [266261]

    สวัสดีครับ
    P

    ทุกกระบวนความผมถือว่าเป็นทัศนะวิพากษ์ที่อุดมไปด้วยการเข้าใจโลกและชีวิตอย่างมากมาย  รวมถึงการแจ่มชัดในวิถีการดำเนินไปในโลก G2K  แห่งนี้อย่างลึกซึ้ง

    เคยมีคนกล่าวไว้ในทำนองว่า  G2K  เป็นตลาดแห่งปัญญาที่สามารถแลกเปลี่ยน  - แลกเสพสาระทางความคิดได้อย่างหลากหลาย  ทั้งในรูปของบันเทิงเริงรมย์และบันเทิงเริงปัญญา  ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่า  มีให้เลือกแสวงหาอย่างหลากหลาย  สุดแท้แต่ว่า  ใครและใครมุ่งมาดปรารถนาที่จะเสพสัมผัสกับบันทึก หรือสารัตถะในแง่มุมใด  และติดตามบรรยากาศใดจากบันทึกอันหลากหลายและไม่รู้จบ

    หน้าที่ของคนเขียนคือการสื่อสารความคิดของตนเองไปยังผู้รับสาร    ส่วนผู้รับสารจะตีความหมายแห่งสารนั้นอย่างไรเป็นอีกประเด็น    สิ่งที่ผู้เขียนนำเสนอบางทีผู้รับสารอาจมองคนละมุมคนละอย่างก็เป็นได้... และมุมมองนั้นก็ถือว่าไม่ผิด   หากแต่เป็นการมองมุมต่างที่พร้อมไปสู่การ "ต่อยอด"  ทางความคิดในเรื่องนั้น ๆ

    การได้เขียนและบอกเล่า  คือ ความสุขของผม   ส่วนการเสพบรรยากาศและสาระแห่งบันทึก  หรือแม้แต่สไตล์ของผมนั้น  ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้อ่าน หรือผู้เสพจะเลือกเสพ หรือไม่เสพผมก็ไม่ว่ากัน -

    เพราะการได้มีเวทีแห่งการสื่อสารนั้น  ถือว่า   ยิ่งใหญ่  และผมก็มีความสุขกับเวทีเช่นนี้เสมอ...

    ยิ่งมีคนติดตามและพูดคุยอย่างเปิดอก  ผมยิ่งถือว่า  ดีเยี่ยมและภูมิใจเป็นที่สุด

    ....

    ขอบพระคุณครับ  

    http://gotoknow.org/blog/pandin/97302

     

    เขียนเมื่อ 

     คงไม่ต้องบรรยายเพิ่มเติม  ซึ้ง

    http://gotoknow.org/blog/pandin/97132

    ผมเชื่อว่า ..  เราจะยังได้พบกันอีก !  

     

       คุ้นเคย - สนิทแน่น

    แน่นแฟ้นและแสนรัก

    มิตรภาพเอ่ยคำทัก

    สบตา  ประจักษ์ใจ

    เหมือนเพื่อนที่ตามหามาแสนนาน

    พบพาน แบ่งปัน ความฝันใฝ่

    โลกกว้าง  หนทางไกล

    เพื่อน คือ ความยิ่งใหญ่ของชีวิต 

  • P
    ในบทความ จินตนาการ..สำคัญกว่าความรู้จริงหรือ ? (คุณลองไปอ่านดูครับ บทความติดชาร์จหัวใจ อีกหนึ่งบทความครับ)
  • ---------------------------------------------
  • ผลึกความคิดอันนี้คมนัก..

  • ใช้ปัญญา สำคัญกว่า ได้ปัญญา
  • ได้ความรู้ และใช้ความรู้ สำคัญกว่า มีความรู้
  • ใช้ประสบการณ์ สำคัญกว่า มีประสบการณ์
  • มีคุณธรรม ดีกว่า ท่องจำคุณธรรม
  • ใช้จินตนาการ สำคัญกว่า ฟุ้งฝันไปวันๆ
  • ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องผสมผสานกันแล้วไม่ใช่ทำรอบเดียว
  • http://gotoknow.org/blog/beutifulmemories/88301
  • P
    ธรรมาวุธ
    เมื่อ อา. 13 พฤษภาคม 2550 @ 15:34
    • ประเด็นนี้คงเป็นประเด็นร้อน  แต่จริงๆ แล้วคงร้อนกันมาหลายรอบแล้ว
    • ก็หวังว่าจะมีใครช่วยกันทำให้มันร้อนได้ที่จนสุก  ไม่ดิบ เพราะถ้าดิบจะทำให้สุกอีกคงยาก  ถ้าไหม้ก็หมดสิทธิ์ทำให้สุก
    • http://gotoknow.org/blog/mrschuai/95820
    P
    DSS "work with disability" ( หนิง )
    เมื่อ อา. 13 พฤษภาคม 2550 @ 15:37
      การศึกษาของผู้พิการ 
    เราไม่ได้ทำเพื่อคนพิการ หรอกนะคะ  จริงๆแล้ว การให้โอกาสคนพิการได้ศึกษาและพัฒนาศักยภาพของเขา  อย่างเข้าใจในความแตกต่างนั้น
    เขียนเมื่อ 

     พี่สาวปลอบใจน้องชาย

    P

    http://gotoknow.org/blog/ooydiary/98700

    อันว่ารัก  ยากนัก  ปักใจหลง 
    หากพะวง  พะวังรัก  ปักใจหวัง 
    ย่อมมีสุข  ทุกข์เคล้า  เศร้าใจจัง 
    ยังมีหวัง  ต่อไป  ให้ลืมมัน  

    ******

    ทำหน้าที่  การงาน  อย่าหยุดพัก 
    จงหารัก  ในการงาน  สรรพสรรค์ 
    มุ่งฝ่าฟัน   สร้างสรรค์  สารพัน
    กำลังใจ  อเนกอนันต์  หลั่งไหลมา
    *******
    พี่หนึ่งคน   ตั้งใจ  ช่วยเหลือเจ้า 
    อย่าสร้อยเศร้า  ปวดใจ   สาหัสสา
    อีกหลายท่าน  วานช่วย  ปลอบใจมา
    คุณขจิตพา   ดังเพื่อนพี่    น้องผูกพัน

     
    เมื่อพี่ว่าง   พี่จะเข้า  มาหาอีก 
    จะหลบหลีก    การงาน    ปลอบใจมั่น 
    จงยืนหยัด    สู้ไป   ให้ได้ฝัน 
    เพื่อคนนั้น  คนจริง  มิ่งหทัย
    **ครูอ้อยปลอบใจน้องชาย**

    P
    Handy
    เมื่อ ส. 26 พฤษภาคม 2550 @ 05:16 [271815]

             คนอกหัก  เชิญทางนี้...

        คนอกหัก  เชิญทางนี้  มียาแก้
    ได้บาดแผล  มาจากใคร  ใช่ปัญหา
    ใจร้าวราญ  จากไหน  เชิญเข้ามา
    จะรักษา  ใจให้  ไม่คิดตังค์

        ก่อนกินยา  ฟังทางนี้  ให้ดีก่อน
    ไม่ใช่สอน  แต่อยากให้  ได้สมหวัง
    อยากหายขาด  ต้องฉลาด  และระวัง
    จะลุกนั่ง  ยามตื่นอยู่  ให้ดูใจ

        ถามตัวเอง  หน่อยเถิด  เกิดชาตินี้
    เกิดมาแล้ว  ทั้งที  จะไปไหน
    ชีวิตตน  จะแขวนไว้  กับสิ่งใด
    หรือจะให้  เขากระชาก  ลากไปตาย

        ฉลาดคิด  จงถอนจิต  อย่างี่เง่า
    ชีวิตเรา  เริ่มใหม่ได้  ไม่มีสาย
    ตัวของเรา  ตัวของเขา  ตัวของใคร
    ต้องก้าวไป  ข้างหน้า  หาสิ่งดี

        ขยายรัก  ออกไป  ให้กว้างกว้าง
    ทั่วทุกทิศ  ทุกทาง  อย่าหน่ายหนี
    จะถูกรัก  รุมล้อม  ตอมชีวี
    ทำอย่างนี้  อกไม่หัก  เพราะรักลวง.

    เขียนเมื่อ 

     ขยายความ "ล้างจานเพื่อล้างจาน" และความสงบจากชิ้นส้ม

    P

    แล้วท่านล่ะครับ  เวลากินส้ม  ท่านกำลังกินโครงการ  กินโปรเจ็กต์  กินสัมมนา ในอนาคต  หรือกินส้มอยู่ครับ?

    http://gotoknow.org/blog/gobetter/94602

    IP: xxx.123.67.29
    เขียนเมื่อ 

     Run DM SmileyEntertainer

    พักสายตา

    แวะมาฝาก 

    • โอกาสทางการศึกษา
    • ความเสมอภาคทางการศึกษา 

    อยากให้พิจารณาถึงผู้พิการ  ด้วยความเข้าใจในศักยภาพที่เขามีเพื่อการพัฒนา  มิใช่ทำแบบขอไปทีหรือเพื่อเอาบุญอ่ะค่ะ

    การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการไม่ใช่งานสังคมสงเคราะห์อย่างเดียวนะคะ  และไม่ใช่โบ้ยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์เท่านั้น 

    การพัฒนาคุณภาพชีวิต 

    • การศึกษา  (ศึกษาธิการ)
    • สุขภาพ     ( สาธารณสุข)
    • การมีงานทำ ( แรงงาน )
    • การสงเคราะห์ (ในรายที่ทุพพลภาพโดยสิ้นเชิง )  จึงจะเป็นพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์

    จะเห็นได้ว่า  คนพิการก็ไม่ต่างกับคนทั่วไปนะคะ  ถ้าเขาได้รับการศึกษาที่ดีมีความเข้าใจในความแตกต่างของเขา  ส่งเสริมและสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพ

    เขาก็จะมีโอกาสได้งานทำที่มีรายได้เลี้ยงตัวได้  ไม่เป็นภาระใครค่ะ

    แต่ในปัจจุบัน  คนพิการคือผู้ด้อยโอกาสโดยแท้   ไม่มีแม้แต่โอกาสในการมีอวัยวะครบเหมือนคนทั่วไป  ไม่มีโอกาสจะได้เห็น ไม่มีโอกาสได้ยิน หรืออื่นๆ

     เขาผิดด้วยหรือที่เกิดมาพิการ  ด้อยโอกาสโดยไม่มีสิทธิเลือก

    ขอโอกาสให้เขาได้พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเถอะค่ะ

    P
    เบิร์ด
    เมื่อ พ. 23 พฤษภาคม 2550 @ 20:23 [269263]

    ในการกู้ชาติด้วยการปฏิรูปการศึกษา...สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้อง มองให้ครอบคลุมทุกด้าน..ซึ่งมีความสัมพันธ์กันไปหมดในต้นทุนทุกอย่างที่คนไทยมี ไม่ว่าจะเป็นทุนทางสังคม  ทุนทางศาสนา  ทุนทางปัญญา  ทุนทางทรัพยากร ( ทั้งธรรมชาติและคน ) ทุนทางเศรษฐกิจ  ฯลฯ...ไปจนถึงการบริหารจัดการทุนเหล่านี้ทั้งทางด้านนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดการที่ดี ( กว่าเดิม ) ต่อไปค่ะ..

    ที่มา http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293 ขออนุญาตคุณเบิร์ดด้วยนะครับ



     

    พักสายตา คลายริมฝีปาก

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะคุณเม้ง

    P

    พี่ชายที่ทุ่มเทให้กับการศึกษาของชุมชน...

    ในทางหลักการพัฒนาคน เราก็ยอมรับกันว่า คนพัฒนาได้ แต่ขอให้เราเข้าใจเขา  และเราต้องมีเทคนิค วิธีการต่างๆในการพัฒนาคน..

    จาก    http://gotoknow.org/blog/dongluang-1/92072   ของพี่บางทราย

     “ชาวบ้านคือพลังที่สามารถกระตุ้นให้ปลดปล่อยศักยภาพแห่งการสร้างสรรค์ได้ ทั้งเพื่อตัวเขาเองและเพื่อมวลมนุษยชาติ

    จาก  http://gotoknow.org/blog/dongluang-1/91061

    การพัฒนาความรู้ใดๆก็ตาม สาขาใดๆก็ตาม ทั้งหมดก็เพื่อคน เพื่อสังคม เพื่อความงอกงาม ความดี ของสังคม ท่านเหล่านั้นๆที่เป็นผู้สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ หากไม่เข้าใจคน ไม่เข้าใจสังคม หรือเข้าใจแบบผิดๆ องค์ความรู้นั้นๆก็อาจจะไม่เหมาะแก่สังคม แก่คน ดังที่เราพูดกันบ่อยๆว่า บุคลากรทางด้านต่างๆจำนวนไม่น้อยเมื่อไปทำงานกับคน สังคม โดยเฉพาะชุมชนชนบท มักมีปัญหาเรื่องต่างๆ ดังนั้นก็สะท้อนถึงระบบการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาว่าผลิตคนมาอย่างใด "หากต้องการให้ศาสตร์นั้นๆรับใช้คนก็สมควรที่จะต้องเรียนรู้เรื่องคนมากขึ้น"

    จาก  http://gotoknow.org/blog/dongluang-1/87609

    .................................................................................

     P

    นักสู้ผู้กล้าเพื่อการศึกษาไทย..

    "ไทยเราเองยังไม่เชื่อกันอย่างจริงจังว่าการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ เราจึงจัดการศึกษาแบบงาน routine ซึ่งยากที่จะทำให้การศึกษาสามารถนำสังคม หรือเปลี่ยนแปลงประเทศได้"  

    "การปฏิรูปการศึกษาคือการปฏิรูปคนในวงการศึกษา"

    "ชะตากรรมของประเทศขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชน" โทนี่ แบร นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบันก็เคยพูดทำนองเดียวกันว่า "ถ้าคุณถามผมว่าสิ่งสำคัญ ๓ อย่างที่รัฐบาลผมจะทำคืออะไร ผมก็จะตอบว่า การศึกษา การศึกษา และการศึกษา"

    ..ทำอย่างไรให้การศึกษาของเรามีความหมายมากขึ้น ผมคิดว่าท่านตั้งใจถามหาวิสัยทัศน์ของผู้มีอำนาจหน้าที่ในเชิงนโยบายและการจัดสรรทรัพยากร ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ตลอดถึงปลัดกระทรวง อธิบดีหรือเลขาธิการหน่วยงานต่างๆ ทางการศึกษา ซึ่งในความเห็นผม ถ้าท่านทั้งหลายเหล่านั้นเชื่อว่าชะตากรรมของประเทศขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชนจริง และลงมือทำบางสิ่งบางอย่างในเชิงนโยบายและผลักดันการปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็จะเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ..
  • มีคนจำนวนมากทำเรื่องนี้อยู่แล้วทั่วแผ่นดิน คนทำมีทั้งที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาโดยตรงและที่ทำเพราะเห็นความสำคัญ ทำกันโดยไม่รอวิสัยทัศน์ นโยบาย หรือทรัพยากรจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ทำด้วยใจไปตามความเชื่อ กำลังสติปัญญา เงื่อนไข โอกาส และทรัพยากรที่อำนวย แล้วก็ทำกันทุกระดับตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม (เช่น โรงเรียนวิถีพุทธหลายรูปแบบที่ไม่เอาวิชาเป็นตัวตั้ง แต่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง) จนถึงอุดมศึกษา รวมทั้งการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้ว (เช่นโรงเรียนชาวนา ที่เรียนกันโดยวิธีการจัดการความรู้) กลุ่มที่ทำเรื่องการจัดการความรู้ในสถานศึกษา ในชุมชน ในหน่วยงานต่างๆ ผมคิดว่าล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์ทางใดทางหนึ่งกับการสร้างปัญญาเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม โครงการมหาวิทยาลัยชีวิตเป็นหนึ่งตัวอย่างเล็กๆ ในนั้น ผมเองเชื่อเรื่อง การเปลี่ยนแปลงจากข้างล่าง การเปลี่ยนแปลงจากรากฐานจริงๆ เท่านั้นคือการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน  
  • คุณภาพของประชาชนในบ้านเมืองใด ขึ้นอยู่กับคุณภาพการศึกษาของบ้านเมืองนั้น" (รวมทั้งเรื่องของโอกาสทางการศึกษาสำหรับทุกคน ทุกรูปแบบ ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศรัย) อันนี้เป็นการดัดแปลงจากของดิสราเอลี่ที่ว่า "อนาคตของประเทศขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชน"..

    P
    วาทะของยอดจิตแพทย์..

    สังคมที่จะเห็นคุณค่าของการศึกษาก็จะเป็นสังคมที่มีคุณภาพระดับหนึ่ง ซึ่งมีรากมาจากค่านิยมในสังคมเป็นพื้นฐานด้วย เช่น ชาวยิวที่เน้นเรื่องการศึกษา แต่ถ้าสังคมที่ค่านิยมในเรื่องนี้ยังไม่แรงพอ คนที่เป็นหัวหอกหรือกลุ่มแกนนำที่เห็นคุณค่าหากทำไปนานๆ ผมเชื่อว่าชุมชนนั้นๆ ก็จะเปลี่ยนไปได้ในที่สุด..

    จาก  http://gotoknow.org/blog/surachetv/90758

    ...............................................................................

    วาทะนักสู้ผู้กล้าเพื่อการศึกษาไทย..อ.สุรเชษฐ 

    คุณลักษณะอันจำเป็นสำหรับครูคือ ความอ่อนน้อมถ่อนตน เพราะครูไม่ได้รู้ทุกเรื่อง... 

    จาก http://gotoknow.org/blog/surachetv/81766

     

     

     

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะคุณเม้ง

    อันนี้เอามาให้ดูเล่นๆว่าเคยเห็นอะไรที่น่ารักสุดหัวใจ..และช่างเอาอกเอาใจขนาดนี้บ้างมั้ยคะ ?

    P
    สิทธิรักษ์
    เมื่อ อ. 22 พฤษภาคม 2550 @ 02:30 [267442]

    สวัสดีครับ คุณครู อ้อย ที่นับถือสูงสูง

    มาต้อนรับไม่ทัน รอนานไหมครับ เชิญนั่งซิครับ ผมเพิ่งไปซื้อชามา เขาว่าชารุ่นนี้อร่อย เรียกว่าชาสี่ฤดู นุ่มนวล หอมหวาน  นั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมต้มน้ำเดี๋ยวเดียวครับ   ขอโทษนะครับต้อนรับช้าไปหน่อยต้องรอนาน   วันหน้าจะไม่เป็นอย่างนี้อีกครับ

    แล้วครูอ้อยจะเล่านิยายต่อไหมครับ  แฮะๆ..

    ......................................................................

    P
    สิทธิรักษ์
    เมื่อ อ. 22 พฤษภาคม 2550 @ 14:26 [267929]
    ท่าน
    P

    หลงดีใจนึกว่าจะได้ฟังนิยายเสียแล้ว

    รีบกลับมาเล่านะครับ   จะต้มน้ำร้อนรอ รอ รอ รอ............


    ...........................................................................

    P
    สิทธิรักษ์
    เมื่อ พฤ. 24 พฤษภาคม 2550 @ 11:06 [269761]

    ครับผม ครูอ้อย

    P
    ฟังอยู่ครับ เพียงแต่แว๊ปไปโน่นทีไปนี่ที  คอแห้งไหมครับ เดี๋ยวเตรียมน้ำชาให้ครับ  นั่งก่อนครับอย่าเพิ่งลุกไปไหนครับ นะครับ นะครับ   ฟังตลอดเลยครับผม

    ................................................................................

    P
    สิทธิรักษ์
    เมื่อ พฤ. 24 พฤษภาคม 2550 @ 11:27 [269802]

    ครับ  ครับ 

    P
    ฟังอยู่ครับ  ฟังอยู่ครับ   ไม่ได้ไปไหนแล้วครับ  ถ้าจะไปก็รีบกลับมาครับ  นะครับ

    ...............................................................................

    จาก  http://gotoknow.org/blog/dol3377/96630  ค่ะ

    ^               ^

    • สวัสดีครับคุณเบิร์ด
    • น่ารักเนอะ หมีตัวนี้ แถมช่างเอาใจด้วย แถม(อีก)ยังเอาจริงเอาจังเรื่องการศึกษาอีก แถม(อีกทีครับ)ขยันขันแข็งอีกครับ
    • มีภาพมาให้กำลังใจครับ

    • ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยรบกวนกันนะครับ
    เขียนเมื่อ 

                : )  .... แว่บมาดูอะไรน่ารักๆอะค่ะ ....   : ) 

                             (เบิร์ดก็ช่างดีงมาแปะ)

                      มาขำ'ตูน "อุบัติเหตุรัก" ด้วย  อิอิ 

           (ว่าแล้วก็แว่บกลับไปทานข้าวเย็นก่อนนะคะ)  : )

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีครับทุกท่าน.... 

    ผมชอบนิทานรถไฟของคุณ สิทธิรักษ์ P

    ครับ...

    วันนี้จะนำเสนอ ในนิทานเรื่องหนึ่ง..............

    •           เฒ่าดล เป็นหนึ่งในผู้คนที่ออกันอยู่ในชานชลาสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง  ผู้คนมากมาย มีทั้ง ผู้เฒ่าคนแก่  ลูกเด็กเล็กแดง หญิงและชาย ทั้งรูปพรรณร่ำรวย เรียบร้อย ทั้งสภาพอิดโรย คละกันไป
    •           เฒ่าดล ใช้เวลาส่วนหนึ่งเดินสำรวจดูรถไฟที่จะต้องโดยสารไปด้วย  ซึ่งมีสภาพเก่า หัวรถจักรดีเซล  มีตู้สัมภาระมากมาย  ด้านหน้าเป็นโบกี้บรรทุกคนมีระดับหน่อย   เห็นตู้โบกี้สะเบียง มีโต๊ะอาหารเรียงราย  ผู้คนแต่งตัวเลิศหรู นั่งล้อมวงจิบไวน์ถกปัญหากันอยู่  ถัดๆมาเป็นตู้โบกี้ผู้โดยสารยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา  บรรยากาศผู้โดยสาร มีทั้งยิ้มแย้มแจ่มใส  ทั้งนั่งเหม่อลอย  ตู้โบกี้ท้ายๆจะเต็มไปด้วยผู้คนแออัดยัดเยียดสัมภาระห้อยกระโตงของกระเตงลูกกันไปหมด   เฒ่าดลใช้ความคิด...ต้นขบวนกับท้ายขบวนช่างมีความแตกต่างกันมาก โบกี้ด้านหน้าสะอาดเรียบร้อยแข็งแรง  โบกี้ด้านท้ายๆ ดูเก่าทรุดโทรมสกปรก  น่าจะเป็นปัญหาการบริหารจัดการแน่ๆ  แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร
    •            เฒ่าดลคิดขึ้นได้  มีโต๊ะเก้าอี้ติดตัวมาชุดหนึ่ง    จึงนำออกมากาง ชุดน้ำชาตั้งบนโต๊ะ  แล้วเขียนประเด็นตัวโตๆ "รถไฟในฝัน"วางไว้กลางโต๊ะ  และมีคำถามต่างๆตามมา  สุดท้ายประเด็นตกที่ การศึกษา        กางโต๊ะเสร็จก็เดินไปซื้อตั๋ว
    •            กลับปรากฏว่ามีคนร่วมเดินทางด้วยคนหนึ่งจัดการต้มน้ำชาให้เรียบร้อยแล้ว  ทราบภายหลังว่าคือ คุณ ราณี
    •            เวลาต่อมามีผู้ทรงคุณวุฒิได้เข้ามาร่วมสนทนาด้วย หลายคน รางรถไฟ...การศึกษา สำคัญนะคะเพราะถ้าไม่มีรถไฟไปไม่ได้ค่ะ และยังต้องนำทางให้รถไฟแล่นตามอีกด้วย ^ ^    เป็นความเห็นที่ยิงเข้าก่อนของคุณ เบิร์ต  แล้วตามด้วยความเห็นมากมาย   เฒ่าดลคิด    เอ.....เอาการศึกษาทำหน้าที่รางรถไฟเลยหรือ  ไม่เลวทีเดียว     คุณราณีก็แวะเข้ามาพอดี  พึมพำว่า คุณเบิร์ต เพิ่งจะเจอที่โต๊ะเขา มาเจอโต๊ะนี้อีก มีใจตรงกัน แล้วก็แวบไปอีก    เฒ่าดล.....เอ ใจตรงกันจริงหรือ หรือว่ายังไม่รู้จะออกความเห็นอย่างไรเดี๋ยวคงแวะกลับมาอีก
    • กำลังจะตอบพอดีครับว่า  การศึกษาคือรางรถไฟครับ  แต่คุณเบิร์ด ชิงลอกไปเสียก่อน อิอิ (ใครลอกใครกันแน่หว่า)  คุณ ธรรมวุธ  ก็พูดแทรกขึ้นมา   และในขณะนั้น ครูอ้อย ก็เข้ามาทักทายแต่ยังไม่ได้ให้ความเห็นอะไร
      • แวะเข้ามาทักทายค่ะ...เห็นท่านเขียนเรื่องรถไฟ  ก็เลยรีบเข้ามาค่ะ
      • พ่อบ้านทำงานรถไฟค่ะ...อิอิ    ครูอ้อยเอ่ย
    •            คุณ ดอกไม้ทะเล  นั่งอยู่ถัดไป  ก็ขยับต่อ    เอ่อ...  ดิฉันคิดว่าการศึกษา(= วิชขา  อันเป็นนามธรรม)  ต้องอยู่ทุกองคาพยพของรถไฟ   เพราะการจะนำพาขบวนรถไฟไทยไปข้างหน้า   ทุกฝ่ายต้องเรียนรู้และศึกษาให้รู้เท่าทันความเป็นไปของสังคมไทยและสังคมโลกตลอดเวลา.......       โอ้......คุณดอกไม้ทะเล ให้ความเห็น"ต้องอยู่ทุกองคาพยพ"  สำคัญ !สำคัญ  !  ความคิดเฒ่าดลกำลังบรรเจิด  ก็มีบทกลอนลอยตามมา 

                                 ขบวนรถจะทอดรางไปทางไหน
                        ขบวนไทยจะถูกทิศหรือผิดนั่น  
                        การศึกษาเป็นคำตอบสำคัญ 
                        รู้เท่าทันเป็นทักษะกำหนดใจ  
                                 เพียงความรู้ไม่พอจะนำชาติ 
                        ต้องฉลาดรู้เท่าทันเป็นเรื่องใหญ่  
                        รู้ว่า "เขา"จะนำเราไปทิศใด  
                        ขบวนไทยจักได้ไม่หลงทิศ

      • โอ้โห!สุดยอดครับ  เฒ่าดล  นัยตาเบิกกว้าง
      •            คุณ กมลนารี นั่งอยู่ถัดไป พูดแทรกขึ้นบ้าง     
        • แวะมาทานน้ำชาก๊อกสองคะ
        • ตอนนี้หัวตื้อไปหมดคะ ให้เรียงลำดับโบกี้ต่างๆของรถไฟ ดูจะเป็นเรื่องยาก ซับซ้อนหน่อยคะ บางอย่างอาจจะทับซ้อนกันซะด้วยซ้ำ
        • ไว้รอดูความเห็นท่านอื่นๆก่อนดีกว่า
        • ครั้งนี้อนุญาตแต่นั่งจิบน้ำชาอ่านความเห็นแทนนะคะ           

      ผมว่าการศึกษาเป็นต้วเชื่อมโยงทุกหน่วยงาน เป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาในทุก ๆ หน่วยงานครับ...

      ถ้าเปรียบกับตัวรถไฟผมให้เป็นส่วนของทางเดินที่เชื่อมแต่ละโบกี้ครับ...

      ขอบคุณครับ... 

      •            คุณ Mr. Direct  พูดด้วยเสียงดังฟังชัด   ใช่แล้ว  ใช่แล้ว  ไม่ผิดเลย   เฒ่าดล พึมพำในใจ  แต่ก็ยังลังเล    หันไปดูผู้ทรงคุณวุฒิต่อไปว่าจะมีความเห็นอย่างไรอีกบ้าง  

      •            เฒ่าดล ถึงกับตลึงเหลือบไปเห็นร่างหนุ่มไฟแรง เม้ง นั่งอยู่ถัดต่อไปไม่ทราบว่าบินมาจากเยอรมันตั้งแต่เมื่อไร มาร่วมรถไฟขบวนเดียวกัน  

      • การศึกษาก็คือเนื้อเหล็ก เนื้อไม้ เนื้อชิ้นส่วนไงครับ ซึ่งต้องฝังแน่นอยู่ในทุกอุปกรณ์นั้นๆ เพราะการศึกษามันสำคัญมากๆ และสำคัญมากๆ ที่สุด
      • การศึกษาจะต้องฝังอยู่ในรางรถไฟ หัวรถจักร เนื้อไม้ที่เก้าอี้แต่ละโบกี้ ฝังอยู่ในตู้เสบียง อยู่ในคนตรวจตั๋ว อยู่ในดวงไฟเวลารถไฟเข้าถ้ำ ก็ต้องมีแสงสว่าง ดังนั้นการศึกษาแทรกอยู่ทุกอณูของรถไฟครับ
      •            เฒ่าดล ยิ้มที่มุมปาก ความคิดหลากหลายเช่นนี้ สุดยอดจริงๆ  คงได้มุมมองมองที่มากมาย     แต่ทันใดนั้นหวูดรถไฟได้ดังขึ้น ทุกคนต้องเตรียมตัวขึ้นรถไฟกัน เฒ่าดลได้พับเก็บชุดโต๊ะ พร้อมคำนับเหล่าผู้ทรงวุฒิ พร้อมกับเปรยว่าพวกเราคงจะได้มา แลกเปลี่ยนกันอีก โดยเฉพาะท่านอื่นๆที่ยังไม่ได้มาร่วมโต๊ะน้ำชากัน  พวกเราจากกันชั่วคราวด้วยรอยยิ้ม แยกย้ายกันขึ้นรถไฟ
    • ขอบคุณครับ...

    เขียนเมื่อ 

    เข้ามาเยี่ยมชม  "ชุมชนวาทะความคิด"  ของชาว โกทูโน

    ปลื้มทั้งวันที่เห็นวาทะตนเองถูกหยิบมาเป็นส่วนหนึ่งในบันทึกนี้

    ....

    ขอบคุณครับ

    เขียนเมื่อ 

    มาเพิ่มเติมนิทานรถไฟมาจากลิงค์นี้ครับ...

    http://gotoknow.org/blog/dol3377/95397

    Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

    ขอบคุณครับ...

    • สวัสดีครับทุกท่าน
    • พอดีจัดรูปแบบหน้าตาบล็อกใหม่นิดหน่อยครับ
    • เป้าหมายอยากจะให้สบายตาครับ แต่ไม่แน่ใจว่า สบายตาขึ้นหรือเปล่าครับ
    • ขอบคุณมากครับ
    เขียนเมื่อ 

       จบพยาบาล แต่สนใจด้านการจัดการศึกษาของคนพิการค่ะ    จบพยาบาล แต่สนใจด้านการจัดการศึกษาของคนพิการค่ะ    จบพยาบาล แต่สนใจด้านการจัดการศึกษาของคนพิการค่ะ 
    P

    อย่าพยายามอดทนกับคนที่ไม่ใช่ อย่าพยายามยึดใครไว้เพราะความเหงา อย่าพยายามต่อจิ๊กซอว์ชิ้นที่ผิด

    http://gotoknow.org/blog/dss-msu/96797

    บางครั้งเราก็ต้องหัดทบทวนเรื่องที่ยากให้เป็นบ้าง
    อย่าใช้ชีวิตและมีความรักแบบเอาง่ายเข้าว่า
    ฝึกหายใจด้วยหัวใจตัวเอง
    แล้วหัวใจก็จะเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ

    P
    ย่ามแดง
    เมื่อ ศ. 25 พฤษภาคม 2550 @ 13:08

    ย่ามแดง เป็นหนุ่มบุรีรัมย์ ผู้ตามหาฝันไกลถึงชายแดนใต้.....น่าศรัทธายิ่งนัก

    ทุกวันนี้เรามี

    1. นิสัยดี   เรียนดี   แต่ยากจน
    2. นิสัยดี   เรียนไม่ดี   แต่ยากจน
    3. นิสัยไม่ดี  เรียนดี  แต่ยากจน
    4. นิสัยไม่ดี  เรียนไม่ดี  แต่ยากจน

    แบบนี้เราจะให้ทุนคนไหนดีครับ....

    • ถ้าเอาเกณฑ์ยากจน  ทุกคนก็มีสิทธิ์
    • ถ้าเอาเกณฑ์การเรียน  คนที่  1  และ  3  ก็มีสิทธิ์
    • ถ้าเอาเกณฑ์ความดี  คนที่  1  กับคนที่  2  ก็มีสิทธิ์

    จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/98372

    เขียนเมื่อ 

     จอมยุทธสาว ผู้ไม่กลัวฟ้าดิน

    P

    ประเทศไทยควรบังคับให้ผู้บริหารทุกระดับ (รวมทั้งนักการเมือง) ต้องผ่านการตรวจไอคิว ( เอาไว้ย้ำเตือนตัวเองเล่น ) ทักษะความคิดและสุขภาพจิตก่อนรับตำแหน่งดีมั้ยคะ ?.. และทำต่อเนื่องทุกปีไปเลย เนื่องจากผู้บริหารมีโอกาสในการสร้าง และทำลายสังคมสูงกว่าคนทั่วไปเยอะ...( งานนี้ถูกปิดบันทึกแหงมๆ  ^ ^ )

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293

    หญิงแกร่ง เหล็กกล้า ท้าฟ้าดิน   นับถือ นับถือ

    ขอคารวะ หนึ่ง จอก

    เขียนเมื่อ 

    เริ่มต้นหาวาทะเด็ดจากบันทึกตัวเองก่อนเลยนะครับ...

    คุณย่ามแดง P ...
    • เริ่มที่ตัวเรา 
    • แผ่ความดีสู่คนใกล้ตัวของเรา 
    • แผ่ความดีสุ่ชุมชนของเรา
    • แผ่ความดีสู่สังคมของเรา
    • แผ่ความดีสู่ชาติบ้านเมืองของเรา
    • แผ่ความดีสู่โลกและสรรพสิ่ง
    • ขอความดีงามจงบังเกิดครับ...

    คุณเบิร์ด P...

    ทำไมคนดีถึงอ่อนแอ..คงเป็นเพราะเรา " ดี " แบบติดกับคำว่า " ดี " ของคนอื่นและคำว่า " ดี " ของตัวเราด้วยมั้งคะ..

    ตอนเรียนถูกอาจารย์ฝึกว่าต้องอยู่เหนือดีและไม่ดี..คือไม่ติดกับสิ่งที่ให้คุณค่าใดๆ แต่ทำด้วยจิตสงบ..เพราะกายต้องเคลื่อนไหวจึงจะแข็งแรง แต่จิตต้องสงบจึงจะแข็งแรงน่ะค่ะ

    ทำไมคนดีถึงอ่อนแอ..คงเป็นเพราะเรา " ดี " แบบติดกับคำว่า " ดี " ของคนอื่นและคำว่า " ดี " ของตัวเราด้วยมั้งคะ..

    ตอนเรียนถูกอาจารย์ฝึกว่าต้องอยู่เหนือดีและไม่ดี..คือไม่ติดกับสิ่งที่ให้คุณค่าใดๆ แต่ทำด้วยจิตสงบ..เพราะกายต้องเคลื่อนไหวจึงจะแข็งแรง แต่จิตต้องสงบจึงจะแข็งแรงน่ะค่ะ

    คุณน่านฟ้าทะเลลม P...

    • เมื่อคนทำดีสิ่งที่จะได้รับจากผู้อื่นมี  3  อย่างคือ1.  ได้รับเสียงหัวเราะ  (จะถูกหัวเราะเยาะจากผู้อื่น)  2ได้รับการต่อต้าน  (ได้รับการต่อต้านจากผู้ที่เห็นว่าคนคนนั้นทำดี)  3. ได้รับการยอมรับ แต่ว่ากว่าจะผ่านพ้นข้อ 2  มาถึงข้อ  3  ได้นี่ก็ร่วงไปเกือบหมดแล้วหละค่ะ...หมดกำลังใจในการทำดีต่อไป  และอ่อนแอไปในที่สุด
    • ประมาณว่า  "เพียงลมพัดใบไม้ก็ร่วงหล่น  เพียงลมปากคน  (ที่ไม่ดี)  จิตใจก็เปลี่ยนไป"

    คุณทิพวัลย์ ศรีจันทร์ ...

    คนดีแท้ไม่อ่อนแอหรอกค่ะ เพราะคนดีย่อมมั่นคงในความดี ไม่ว่าพายุจะพัดโหมเพียงใด คนดีย่อมมีพลังใจที่จะหยัดสู้เสมอค่ะเพียงแต่ "ชีวิตเป็นของน้อย" ...วันเวลาที่ล่วงไป ๆ สังขารกายก็ร่วงโรยตามด้วย สิ่งที่หวังและใฝ่ฝันคือการให้เพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายบนโลกใบนี้ได้มีโอกาสเรียนรู้ "ความเป็นจริงของชีวิต" มากขึ้น มาร่วมด้วยช่วยกันสร้าง "เครือข่ายคนดี" ที่จะช่วยเสริมพลังคนดี และเป็น"ต้นแบบ" เป็นตัวอย่างที่จะเป็นกำลังใจให้อีกหลาย ๆ คนในสังคมกันนะคะ

    จากบันทึกนี้ครับ http://gotoknow.org/blog/Social/95209

    ขอบคุณครับ...

     

    เขียนเมื่อ 

    อันนี้จากบันทึกนี้ครับ...

    http://gotoknow.org/blog/Intregration/94201

    คุณแผ่นดิน P...

    เพราะเราทุกคนมีส่วนในการรับผิดชอบสังคมนี้ร่วมกัน...   

    ร้อยพ่อ  พันแม่ ร้อยพันธุ์สันดานดิบ ..แต่ร้อยร่วมกันได้  เพราะมีหัวใจที่เปิดกว้าง....

    คุณแจ็ค P...

    อย่างที่ว่าที่ไหนๆ ก็มี "ก๊ก" ก๊กไหนก็คุยกันแต่ภายในก๊ก ยิ่งกลุ่มที่คิดว่าตนเองอยู่ชั้นสูง แล้วก็ไม่ยอมมองลงข้างล่างหรือฟังผู้อื่นยิ่งแย่นะครับ

    แต่เกิดการผสมผสานระหว่างความคิด วัฒนธรรม ลดทิฐิลงคงจะดีในทุกสังคมครับ 

    คุณราณี P...

    ต้องหาจุดกลางที่ลงตัวค่ะ ถึงจะอยู่ร่วมกันได้ค่ะ  ในความต่างต้องมีความเหมือนของอีกคนที่ขาดหาย และช่วยกันเติมส่วนที่ขาดให้แก่กัน ส่วนคนเราถ้ารู้จักยอมรับถึงความแตกต่างของคนได้เราก็จะอยู่กันได้อย่างด้วยความสงบสุขค่ะ  สังคมก็จะสุขสงบด้วยเช่นกัน

    คุณสาว แสงนภา P...

    น่าจะใช้คำว่า "แสวงจุดร่วม  สงวนจุดต่าง"ได้นะคะ แต่ทำอย่างไรเราจึงจะยอมรับจุดต่างของกันและกันได้เท่านั้นเอง

    คุณ น. เมืองสรวง P...

    การแสวงหาถึง "จุดร่วม" เพื่อแสดงถึงข้อแตกต่างแล้วนำเข้าสู่กระบวนการ " จุดเปลี่ยน" การสร้างแรงจูงใจเป็นสิ่งสำคัญ แล้วสู่การเกิด"แรงบันดาลใจ" เพื่อสานสายใยให้เป็นหนึ่ง

    คุณจารุวัจน์ P...

    การยอมรับความแตกต่างเป็นเรื่องสำคัญ และผมมองว่า จุดเริ่มของการยอมรับความแตกต่างคือ ยอมรับตัวตนของตัวเองเสียก่อน หากไม่รู้จักตัวเอง ไม่เข้าใจตัวเอง แล้วจะเข้าใจคนอื่นได้อย่างไร

    การศึกษาไทยในปัจจุบัน อาจจะยังห่างไกลจากการสร้างให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง กลับพยายามสร้างคนให้เหมือนผลผลิตของโรงงานที่ต้องเหมือนกัน คุณภาพเท่ากัน จริงๆ การศึกษาไทยน่าจะเป็นศิลปินที่พยายามผลิตผลงานศิลปะมากกว่า

    ขอบคุณครับ...

    เขียนเมื่อ 
    P
    ดร. แสวง รวยสูงเนิน
    เมื่อ พฤ. 08 มี.ค. 2550 @ 19:53 จาก 202.12.97.116 ลบ

    ความรู้เหมือนมีดครับ

    ยั่งลับยิ่งคม ยิ่งใช้ยิ่งดี ไม่ใช้เป็นสนิมครับ

    คนใช้เป็นไม่มีพิษภัยหรอกครับ อย่าไปเชื่อใคร ต้องลองดูจึงจะรู้ครับ

    จาก blog ขุมความรู้ ...ตักไม่หมด(Book Tag) ที่อาจารย์เข้ามาตอบราณีค่ะhttp://gotoknow.org/blog/Ranee/82667 

    เขียนเมื่อ 

     ทุกท่านครับผมเอาดีๆมาฝาก

    จอมยุทธสาว ผู้ไม่กลัวฟ้าดิน

    คุณเบิร์ด P...

    ความคิด ความรู้สึกเป็นคุณสมบัติที่ติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิดเลยก็ว่าได้ ...แต่มีส่วนน้อยที่คิดเป็น หรือได้รับการฝึกการคิดที่ถูกต้อง

    ทักษะการคิดมี 2 ประเภท

    1. ทักษะการคิดพื้นฐาน เช่นการสำรวจ  การสังเกต  จำแนก  แยกแยะ  เปรียบเทียบ  จัดกลุ่ม / จัดหมวดหมู่  การเชื่อมโยง / สัมพันธ์  จัดลำดับ  การให้เหตุผล / คาดคะเน  การตั้งสมมติฐาน  การประเมิน  ตัดสินใจ  การเลือก  การให้ความหมาย  การแปลความ  ตีความและการสรุปเรื่องราวสำคัญ ฯลฯ...พูดง่ายๆว่าเป็นการคิดทั่วๆไปที่จำเป็นต้องใช้อยู่เสมอในชีวิตประจำวันและเป็นพื้นฐานของการคิดขั้นสูง...แค่ทักษะพื้นฐานคนไทยได้ฝึกคิดแค่ไหนคะ ?

    2. ทักษะการคิดระดับสูง เช่น

    คิดอย่างมีวิจารณญาณ = การคิดที่ผ่านกระบวนการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ มีเหตุผลเกี่ยวกับข้อมูลหรือสถานการณ์ที่ปรากฎ  โดยอาศัยความรู้ ความคิดและประสบการณ์ของตนเอง รวมกับข้อมูลที่เชื่อถือได้ แสวงหาความรู้ความจริงเพื่อนำไปสู่การสรุปและตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล...ถ้าดูในความหมายนี้  " เรา "..มีแค่ไหนคะ ?

    คิดอย่างสร้างสรรค์  =  เป็นการคิดเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติหรือการสร้างสิ่งใหม่ๆที่แปลกแตกต่างจากเดิม..." เรา " มีแค่ไหนคะ ?..เพราะข้อนี้คือการทำให้เรายืนบนขาตัวเราเองได้

    คิดวิเคราะห์ = เป็นการคิดที่สามารถจำแนกสิ่งซึ่งเรียนรู้มาตามองค์ประกอบที่เป็นอยู่จริง  เข้าใจโครงสร้างของสิ่งนั้นๆ...ข้อนี้คนไทยมีมากกว่าข้ออื่นๆ (เราจะถนัดวิจารณ์ แยกแยะประเด็น ^ ^ )

    คิดสังเคราะห์ = เป็นการคิดที่สามารถรวมสิ่งต่างๆตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้สิ่งใหม่ที่มีคุณลักษณะแตกต่างไปจากส่วนประกอบย่อยๆของเดิม...เรามีมากน้อยแค่ไหนก็ไม่ทราบนะคะ

    เรากำลังเข้าสู่การแข่งขันในโลกแบบใหม่ที่คุณภาพของประชากร ความคิดริเริ่มต่างๆมีความสำคัญมากขึ้นทุกทีเพื่อนำพาไทย ให้ยืนอยู่บนขาของตัวเองได้  ความสามารถในการคิดไม่ใช่พรสวรรค์  ไม่ใช่ความเป็นอัจฉริยะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด..แต่เป็นศักยภาพที่เรียนรู้และพัฒนาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก..

    เราพูดกันมากว่าเด็กไทยคิดไม่เป็น ป.ตรี ป.โท  ป.เอกไม่มีคุณภาพ..ก็คงต้องถามว่าหลักสูตรที่เรียนมีการฝึกทักษะการคิดขั้นสูงอย่างเป็นรูปธรรมด้วยหรือไม่ ?..เป็นหลักสูตรเฉพาะที่เรียนในหนึ่งภาคเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยมีบ้างมั้ย ?..เวลาอาจารย์สอบเคยให้คะแนนแบบที่เบิร์ดเล่าให้ฟังหรือเปล่าที่ใครท่องจำมาสอบคือ ตก ! ..และพ่อแม่เคยฝึกการคิดให้กับลูกแค่ไหน ?...

    เราคงโทษใครไม่ได้หรอกนะคะถึงผลผลิตที่เกิดขึ้น..แต่เราคงต้องมาดูว่าเราจะสังเคราะห์ให้เกิดสิ่งต่างๆที่เราวาดฝันไว้ได้อย่างไร จากทุนที่เรามี...

    เรามีความคิดกันทุกคน....แต่เราใช้ความคิดของเราแค่ไหน ? และระดับใด ?...เพื่อสร้างสรรค์หรือเพื่อทำลาย ?...

    เบิร์ดเล่านิทานเรื่องฮาร์วาร์ดให้ฟังอีกดีกว่าค่ะ...( เริ่มติดลม อิ อิ )

    เมื่อถูกถามว่า " ทำไม ? ภูมิปัญญาและอัจฉริยภาพทั้งหลายจึงถูกสั่งสมไว้ ณ ที่ริมแม่น้ำ Charles แห่งนี้ ".. Abbott  Lawrence  Lowell ประธานสภามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็ตอบว่า...

    " ทุกปี เรารับนักศึกษาที่มีความคิดสร้างสรรค์เข้ามาเป็นจำนวนมาก  เมื่อ 4 ปีผ่านไป ทุกคนเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นและความท้าทายในตัวเอง เมื่อเขาจากไปเขาจึงต้องทิ้งภูมิปัญญาและอัจฉริยภาพไว้ ณ ที่นี้ "...

    คำตอบของเขาแฝงไปด้วยปรัชญาแห่งการพัฒนาภูมิปัญญา...เช่น

    • นักศึกษาทุกคนจะถูกสอนให้ " คิดเป็น " และ " กล้าทำ " มีอัจฉริยภาพอย่างเพียงพอที่จะไปเผชิญโลกภายนอกและไปสร้างอัจฉริยภาพใหม่เองได้
    • อัจฉริยภาพที่ถูกทิ้งไว้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำนั้น อันที่จริงแล้วก็มีต้นกำเนิดจาก " ตัวองค์กร "..คือมหาวิทยาลัยที่มีคณะเจ้าหน้าที่ คณาจารย์  นักวิจัยและเครือข่ายที่จะเชื่อมโยงภูมิปัญญากับโลกภายนอก

    เราพอจะทำให้เป็นแบบนี้ได้บ้างมั้ยคะ ?
    เราทำนุบำรุงต้นคิดเป็นตั้งแต่เด็กๆเลยได้มั้ยคะ ? วางรูปแบบบำรุงอย่างเป็นระบบ หรือจะแยกเป็นเรื่องๆตั้งแต่ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการระดมสมอง  ฝึกการตัดสินใจ ฯลฯ ก็ได้..แต่อยากให้ " บำรุงต้นความคิด "...เพราะหากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป..แผ่นดินไทยจะเหลือหรือเปล่ายังน่าสงสัยอยู่ค่ะ ..

    ขอบคุณสำหรับ " นักคิด " ที่หน้าตาฉลาดหลักแหลมจนทำให้เบิร์ดพูดเรื่องนี้อย่างยืดยาวนะคะ  ^ ^

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293

    เขียนเมื่อ 
    P
    P
    วาทะ  หลักแหลม

    สวัสดีครับคุณเบิร์ด

    ประเทศไทยควรบังคับให้ผู้บริหารทุกระดับ (รวมทั้งนักการเมือง) ต้องผ่านการตรวจไอคิว ( เอาไว้ย้ำเตือนตัวเองเล่น ) ทักษะความคิดและสุขภาพจิตก่อนรับตำแหน่งดีมั้ยคะ ?.. และทำต่อเนื่องทุกปีไปเลย เนื่องจากผู้บริหารมีโอกาสในการสร้าง และทำลายสังคมสูงกว่าคนทั่วไปเยอะ...( งานนี้ถูกปิดบันทึกแหงมๆ  ^ ^ )

    • ให้ไปทดสอบไอคิว แล้วอีคิว และ {A-Z}Q กรณีมีตัวอื่นๆ ที่จำเป็นนะครับ ฮี่ๆๆๆ ก่อนจะมาสมัครทำงานบริหารกันเลยดีไหมครับ ห้าๆๆ หรือก่อนจะมาลงสมัครเลือกตั้งก่อนดีไหมครับ เช่นต้อง มี {A-Z}Q ผ่านเกณฑ์ ถึงจะสมัครได้ครับ
    • ผมว่างานนี้ คงมีสถาบันเปิดกวด {A-Z}Q กันเต็มประเทศแน่ๆ ครับผม
    • อย่าเครียดนะครับ เข้ามาแซวเล่น แต่เอาจริงๆ ดีไหมครับ
    • ขอบคุณมากครับ
    • http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293
    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะคุณเม้ง

    เขาว่ากันว่าการศึกษาพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์..เรามาดูว่าการศึกษาทำให้แพนด้าธรรมดากลายเป็นเล่าฮูแพนด้า ( แปลว่าแพนด้าอาวุโสที่เป็นที่เคารพ  นับถือศรัทธา ) ได้อย่างไร ? อิ อิ..

    P
    สิทธิรักษ์
    เมื่อ จ. 07 พฤษภาคม 2550 @ 18:59 [252316]

    ขอแนะนำตัวเองเพิ่มเติมครับ จริงๆแล้วเป็นคนกรุงเทพฯ จับพลัดจับพลูมาใช้ชีวิต ชร. สนใจเรื่องจิตวิทยาพอสมควร แต่ไม่เป็นระบบ  ชีวิตผจญเรื่องราวมากมาย  สุดท้ายสรุปเบื่องต้นว่าจะแก้ปัญหาพื้นฐานของประเทศ จะต้องแก้ไขในเรื่องการศึกษา แนวทางการศึกษาได้ถูกละเลยในทุกยุคทุกสมัย    มาได้พบเห็นชุมชนใน g2k ได้เกิดความคิดมากมาย คิดได้ถึงว่าพลังมากมายมหาศาลใน g2k ไม่สมควรมองข้ามได้เลย  มีมิติของความหลากหลายในความรู้ความสามารถ ไม่เฉพาะแต่ความรู้ แต่ได้เห็นความเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรม 

    ทำไมการศึกษาได้ถูกมองข้าม ทำไมพึ่งพาอาศัยผู้มีอำนาจไม่ได้ พวกเราควรจะหยิบยกขึ้นมาถกเถียงแลกเปลี่ยนกัน  

    การศึกษาน่าจะได้ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปในทางที่ถูก ที่ควร  ผมจึงได้เฝ้าติดตาม รวมพลังใน g2k ของคุณเม้ง อยู่ตลอดเวลา  หวังว่าสักวันจะได้เห็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น

    ขอบคุณมากๆครับ

    จาก  http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/94801

    P
    P

    สวัสดีครับคุณเบิร์ดและเล่าฮูพ้าแดน(แพนด้า)

    • หยอกกันได้น่ารักจริงๆ ครับ ดีมากๆ เลยครับ ผมชักสนุกตามด้วยแล้วซิครับ
    • ถึงขนาดต่อไปเล่าฮูจะขอเรียนจิตวิทยามาสู้กันเลยนะครับเนี่ย ไม่ธรรมดาจริงๆครับ
    • ขอบคุณมากครับ
    เขียนเมื่อ 

    เครือข่ายคนดี

    P

    ในสังคมทุกวันนี้ที่มีค่านิยมเกี่ยวกับความดีลดลง มองเห็นคุณค่าของวัตถุมากกว่าจิตใจ วัดคุณค่าของความสำเร็จจากความร่ำรวยมากกว่าความดีในตัวบุคคล แสวงหาความร่ำรวยโดยไม่สนใจว่าเงินทองที่ได้มานั้นจะได้มาด้วยความสุจริตหรือไม่...

    เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงนะครับ เมื่อพลังของความดีมีกำลังน้อยกว่าอำนาจของเงิน หลายคนเลือกที่จะเป็นคนเลวเพียงเพื่อจะได้เงินมา ส่วนคนที่เลือกที่จะเป็นคนดีกลับถูกมองว่าเป็นคนโง่... ผมว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องฉีดวัคซีนความดีให้กับคนในสังคม แล้วร่วมด้วยช่วยกันสร้างเครือข่ายคนดีให้เข้มแข็งขึ้นกว่านี้ เพื่อสักวันหนึ่งพลังของความดีจะได้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง...

    http://gotoknow.org/blog/Social/95209

    เขียนเมื่อ 

    มีเป้าหมายอนาคตชัดเจน แน่มาก  พยายามหน่อยนะจ๊ะ

    P
    เบิร์ด
    เมื่อ พฤ. 29 มี.ค. 2550 @ 10:22 [207001]

    สวัสดีค่ะคุณDirect

    มาชื่นชมรูปใหม่..กับความคิดดีๆค่ะ

    เบิร์ดคาดว่าตัวเองน่าจะอยู่ในขั้นพยายามไปให้ถึง Self  Actualization มั้งคะ..คงอยู่ในช่วงปีนบันไดจะไปให้ถึงน่ะค่ะ ^ ^..

    http://gotoknow.org/blog/Social/87226

    เขียนเมื่อ 

     วันนี้เอามุมของความรู้สึกดีๆมาดูกัน

    P

      มีรูปของเพื่อนคนหนึ่งที่ไปบริจาคที่ "บ้านเฟื่องฟ้า" ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์เด็กพิการซ้ำซ้อนมาฝากครับ...

             

             

             

              

              ลองเปลี่ยนมาเป็น "อยากให้" แทน "อยากได้" ในวันพิเศษของคุณปีนี้ วันเกิดปีนี้อาจจะเป็นวันที่มีความสุขมากกว่าทุก ๆ ปีก็ได้ครับ...

    http://gotoknow.org/blog/Social/85473

    เขียนเมื่อ 

    อะไรอะไรที่เย็นๆลึกๆ

    P
    ดอกไม้ทะเล
    เมื่อ อา. 06 พฤษภาคม 2550 @ 22:08 [251413]

    โขดดีที่ดิฉันตั้งเป้าชีวิตไว้เตี้ยมาก  ไกลนะคะ แต่เตี้ย...  ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกรันทดกับภาวะบีบคั้นเท่าไร  แต่ค่อยๆทำไปทุกวัน  หรือสงสัยว่าไปฝากเป้าเอาไว้ที่คนอื่น  ก็เลยต้องรอใจเย็นๆ

    การฝึกเด็กๆให้เกิดทักษะการรู้เท่าทันการสื่อสาร  ต้องใจเย็นและต้องอดทนรอ   ดิฉันรอมาแล้วค่อนชีวิต  ที่เหลืออีกนิดหน่อยก็เลยทำใจรอต่อไปได้  สงสัยกว่าจะได้เห็นอย่างที่ฝัน  ก็คงตอนผมสีเงินยวงพอดีอะค่ะ ..  :)

    http://gotoknow.org/blog/LifeLearning/93822

    เขียนเมื่อ 

    วาทะนี้มีความหมาย

    P
    Conductor
    เมื่อ อา. 27 พฤษภาคม 2550 @ 03:19 [272806]

    บังคับทดสอบไอคิวเลยหรือครับ อย่างนี้ก็ไม่เหลือใครเล่นการเมืองซิครับ
    เขียนเมื่อ 

    อาชีพ:ขายฝัน
    ตำแหน่ง:เดินทาง สร้างแรงบันดานใจ
    องค์กร/บริษัท:มหาวิทยาลัยชีวิตปากพนัง

    P


    คนเรามีทางเลือกเสมอครับ...เมื่อเจอความทุกข์ยากของชีวิต...ไม่มีคำว่า "ความล้มเหลว"...ในการเดินทางผ่านเส้นทางที่เรียกว่า "ชีวิตมนุษย์"...มีแต่ "ผลลัพธ์"...ที่ได้จากเหตุแห่งการปฏิบัติ...ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นไปดังที่เราตั้งใจไว้...ก็ปรับเปลี่ยน "การกระทำ" ที่เป็นเหตุของผลลัพธ์เสียใหม่...จนกว่าจะได้ผลตามที่ตั้งใจไว้...ส่วนตัวผมเอง...กว่าจะเปิดตามองเห็น "กฎง่าย ๆ" ข้อนี้...อายุก็ล่วงถึงวัย 36 แล้ว...แต่ไม่ว่าจะอายุเมื่อไหร่...ทุกคนเริ่มต้นใหม่ได้เสมอครับ...

    http://gotoknow.org/blog/humanhorizon/98739

    เขียนเมื่อ 

     วาทะดีๆให้คิดให้ทำ

    P

    เราไม่มีทางรู้เลยว่า...เรื่องราวของเราจะมีความหมายกับใคร...เราไม่มีทางรู้...และเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้...ขอเพียงเราเชื่อมั่นว่า...เรื่องราวดี ๆ นี้ อาจสร้างแรงบันดานใจแก่ใครสักคนบนโลกนี้...เราอย่าลังเลที่จะถ่ายทอดมันออกมา....เพียงเรื่องราวเล็ก ๆ อาจเปลี่ยนโลกของเราให้สวยงาม...โลกที่เต็มไปด้วยความฝัน...โลกที่เต็มไปด้วยความหวัง...และโลกที่เต็มไปด้วยนักเดินทางล่าฝัน...ได้อย่างง่ายดาย

    คลิกไปดูทั้งหมดได้เลยครับ

    http://gotoknow.org/blog/humanhorizon/98276

    เขียนเมื่อ 

     การแลกเปลี่ยนที่ทรงคุณค่า จาก บล๊อค

    http://gotoknow.org/blog/engteacher/98733

    ความคิดเห็น
    P
    สวัสดิ์
    เมื่อ ส. 26 พฤษภาคม 2550 @ 09:38 [271898]
    สวัสดีครับ...คุณครูอ้อย

    จากหัวข้อ "สอนคนที่เท่ากัน...สอนยากจริง ๆ"...ถ้อยคำน่าสนใจครับ...ผมก็เชื่อว่า...อาการเหล่านี้คนอยู่ในความรู้สึกของผู้ที่คิดว่าตัวเองมีหน้าที่สอนทุกคน...

    ...ผมอยากจะแลกเปลี่ยนดังนี้ครับ...ความคับข้องหมองใจนี้เกิดจากการตั้งโจทย์แบบหลงทางว่า "จะสอนคนอื่นต้องทำอย่างไร?" โจทย์หรือหรือเปล่าที่กำหดนทิศทางการศึกษาของโลก...

    ...ลองเปลี่ยนเป็น "จะเรียนรู้จากคนอื่น  ต้องทำอย่างไร?"  ดีไหมครับ?...ชีวิตการของผู้ที่คิดว่าตัวเองมีอาชีพสอน...หรือดูแลการสอน...หรือบริหารการสอน...คงจะเรียบง่าย...และมีความสุขกว่าที่ปรากฏให้เห็นบนโลกนี้นะครับ...คุณครู...

    สวัสดิ์
    P
    สิริพร กุ่ยกระโทก
    เมื่อ ส. 26 พฤษภาคม 2550 @ 10:03 [271919]

    สวัสดีค่ะท่าน..สวัสดิ์

    • ขอบคุณท่านมากเลยค่ะที่ยินดีมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
    • พอดีบันทึกนี้อยู่ในบล็อก...งานของครูผู้สอนภาษาอังกฤษนอกเหนือจากการสอน  โดยพื้นฐานที่ครูอ้อยต้องทำความเข้าใจกับท่านก่อนก็คือ...ครูอ้อยเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระฯ   จึงมุ่งเข็มแห่งความสำเร็จไปยัง...การสอนเท่านั้น
    • โอกาสหน้า...ครูอ้อยจะปฏิบัติตามคำแนะนำของท่านนะคะ
    • แต่สำหรับวันนี้  คราวนี้  ขอยืนยัน..ชื่อบันทึกนี้ล่ะค่ะ
    • ต้องรู้เรื่องกันก่อนนะคะ..จึงจะเข้าใจกัน

    ยังไงก็ต้องขอบคุณค่ะ...สวัสดี

    เขียนเมื่อ 

     ปราชญ์ชาวบ้านผู้ยิ่งใหญ่

    P

    อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ลอยนวล

    วิธีการอิงระบบที่ว่านี้ใช่ว่าใครก็ทำได้ ถ้าไม่มีจิตเป็นกุศล ไม่มีมิติทางสังคม ถึงจะเข้ามาอยู่ในวงจรG2K. ก็เก้ๆกังๆยังลีลาที่จะแง้มประตูใจ อาจจะต้องฝึกฝนจิตใจไปสักระยะหนึ่งถึงจะเข้าไปสู่วิญาณของมนุษย์สายพันธุ์KM

    ที่ปรึกษาคณะกรรมการอุดมศึกษาให้ความเห็นว่า..การจัดการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต หรือฐานวัฒนธรรม เพื่อแสวงหาความมีเหตุมีผลของคุณงามความดี และศักยภาพของผู้คนในชุมชนแล้ว ใช้ความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์มาเป็นตัวบูรณาการ ให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า  จิตตปัญญาศึกษา วิธีการคือ นักศึกษาจะต้องเข้าไปคลุกคลีอยู่ในชุมชน เพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชุมชน จากความอยากรู้ของตัวนักศึกษา พยายามนำความรู้ที่ตนมีอยู่ไปประยุกต์ใช้เพื่อทำให้เกิดวัฒนธรรม ผลงานที่เกิดขึ้นคือคะแนนที่นำไปใช้สำหรับการประเมินผลเรียนในมหาวิทยาลัย เราเชื่อว่า ด้วยกระบวนการเรียนรู้ลักษณะดังกล่าว จะสามารถทำให้นักศึกษาผสานการเรียนรู้เข้ากับจิตสำนึกของตนเอง รู้จักแผ่นดินของเรา และรู้จักตนเองดียิ่งขึ้น มีความเข้าใจต่อเพื่อนมนุษย์ รู้จักวิธีตอบสนองความชั่วดีในสังคมของตนเอง และสามารถปรับตัวเองให้อยู่ร่วมกับคนในสังคมได้

    วิธีการอิงระบบที่ว่านี้ใช่ว่าใครก็ทำได้ ถ้าไม่มีจิตเป็นกุศล ไม่มีมิติทางสังคม ถึงจะเข้ามาอยู่ในวงจรG2K. ก็เก้ๆกังๆยังลีลาที่จะแง้มประตูใจ อาจจะต้องฝึกฝนจิตใจไปสักระยะหนึ่งถึงจะเข้าไปสู่วิญาณของมนุษย์สายพันธุ์KM. บางทีอาจจะเป็นเพราะตั้งวัตถุประสงค์แตกต่างกัน เรื่องนี้ไม่ว่ากัน ตามอัธยาศัยเถิดนะ ใครทำอะไรก็ได้อันนั้น ทำแค่ไหนก็รับไปแค่นั้น มีความรักให้คนอื่นแค่หางเต่า แต่ไปคาดหวังว่าทั้งโลกจะมอบความรักให้ตนเอง มันก็เกินไป  อันนี้เรียกว่า ค้ากำไรความรักเกินควร สรุปว่า เรื่องนิยามความรู้ไม่มีจำกัด สามารถคิดเขียนได้เรื่อยๆ ยกตัวอย่าง เช่น.. 

    • รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา
    • รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง
    • รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
    • รู้ดีรู้ชั่ว
    • รู้รักสามัคคี
    • รู้นะเด็กโง่         

    ขออนุญาติคัดลอกจาก

    http://gotoknow.org/blog/sutthinun/99041

    เขียนเมื่อ 

     

     ปราชญ์ชาวบ้านผู้ยิ่งใหญ่

    P

    ตกเครื่องบิน

    วันนั้นละครับรัฐบาลถึงจะหันมาแก้ไขปัญหาการศึกษาอย่างจริงจัง ช่วยกันสะท้อนคิดเรื่องนี้อย่างเป็นระบบดีไหมครับ อย่าเอาแต่อมยิ้ม..จะมาอารมณ์ดีในช่วงที่มีวิกฤติการศึกษา ไม่บ้าก็เมาครับผ๊ม!

    เรื่องคุณภาพของบัณฑิตทุกระดับมีการทบทวนกัน ทุกมหาวิทยาลัยควรจะมีแผนยกระดับมาตรฐานการศึกษาที่หวังผลได้  จึงมีเรื่องที่ต้องสะสางและปรับปรุงกันในหลายจุด ปัญหามันสุกงอมมากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น แต่กระบวนการแก้ไขและพัฒนาระบบการศึกษา มันเชื่อมโยงกันทั้งระบบ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ไม่สามารถที่จะตัดตอนเอาเฉพาะช่วงนั้นช่วงนี้มาใส่ตะกร้าล้างน้ำได้ ควรจะเอื้ออาทรความรู้ระหว่างกันอย่างเป็นระบบ ทำอย่างไรปัญหาการศึกษาถึงจะวิ่งอยู่ในลู่เดียวกัน ดูแลกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รับผิดชอบร่วมกัน  

    ขอให้ถือว่าการศึกษาเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะช่วยกันเป็นเจ้าภาพ ถ้าประชาชนดูดายเฉยเมย หรือลอยเพการศึกษา การศึกษาก็นับวันจะสึกกร่อน ถ้าวันใดประชาชนลุกขึ้นมาเรียกร้องหาคุณภาพของการศึกษา วันนั้นละครับ ระบบการศึกษาจึงจะขยับ รัฐบาลจึงจะเขยื้อน การศึกษาจะไม่ถูกคุมกำเนิดความก้าวหน้าเช่นที่เป็นอยู่นี้  เราช่วยกันชี้ชวนให้ประชาชนลุกขึ้นมาทวงถามคุณภาพการศึกษามากๆ จนเกิดเป็นกระแสประชาคม และยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ วันนั้นละครับรัฐบาลถึงจะหันมาแก้ไขปัญหาการศึกษาอย่างจริงจัง  ช่วยกันสะท้อนคิดเรื่องนี้อย่างเป็นระบบดีไหมครับ อย่าเอาแต่อมยิ้ม..จะมาอารมณ์ดีในช่วงที่มีวิกฤติการศึกษา ไม่บ้าก็เมาครับ

    ขออนุญาติคัดข้อความบางส่วนจาก

    http://gotoknow.org/blog/sutthinun/98953

    เขียนเมื่อ 

     ปราชญ์ชาวบ้านผู้ยิ่งใหญ่

    P
    บทร้าย เชิญที่แผนกผู้ป่วยนอก

     เราจะเอาความรู้อะไรใส่ลงไปในคนที่ไม่ตระหนักเรื่องการเรียนรู้

    • เราจะเอาวิธีการอะไรมาบำบัดโรคไม่รู้ไม่ชี้
    • เราจะเอาเครื่องมืออะไรมาขัดเกลาสนิมที่พอกความอยากรู้ไว้

     ถ้าทำให้คนไทยใส่ใจเรียนรู้ไม่ได้  ประเทศนี้มีหวังถูกลอยเพ เพราะเราไม่สามารถพัฒนาคนที่ไม่ยอมเรียนรู้ได้ นโยบายต่างๆควรจะมีมาตรการออกมารองรับกัน ใครจะขออนุญาตประกอบการทำอะไร ขอดูใบความรู้ก่อน ผ่านการฝึกฝนอะไรมาบ้าง ได้อบรมเรื่องอะไร มีความรู้ ความสามารถ และศักยภาพในระดับใด ถ้าทุกเรื่องวัดกันที่ความรู้ สังคมแห่งภูมิปัญญาจึงจะเกิดขึ้นเหมือนที่ในต่างประเทศเขาทำกัน เลิกอี๋อ๋อกันเสียที หมดเวลาแล้ว  

    เขตพื้นที่การศึกษาบางแห่ง รับผิดชอบการศึกษาเชิงรุกไม่ได้อย่างแท้จริง เอะอะก็จะจัดประกวดยันเต เรื่องนี้ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขออภัย แต่ก็เห็นว่าเขตพื้นที่การศึกษาในระดับส่วนกลาง ระดับจังหวัดไปได้ดี แต่เขตพื้นที่ฯระดับอำเภอหลายแห่งยังไม่ประสีประสา แถมยังสำลักอำนาจ !! 

    คัดลอกข้อความบางส่วนจาก

    http://gotoknow.org/blog/sutthinun/98178

    เขียนเมื่อ 

     นำในมุมบางส่วนที่สดชื่นแจ่มใส

    http://gotoknow.org/blog/sutthinun/97982

    ปราชญ์ชาวบ้านผู้ยิ่งใหญ่

    P

    กอด กอด และกอด
    ผมแก่แล้ว ผู้สูงอายุมักจะเป็นฝ่ายถูกกอด แต่ไม่ว่าจะกอดอย่างไรล้วนประทับใจทั้งนั้น เพราะเป็นความปรารถนาดีระหว่างกัน ตามที่เคยเขียนไว้ในตอนเฮฮาศาสตร์ว่าผมถูกกอดจนน่วม วันนี้ขอย้อนรอยกอด

     

    ·        กอด บอกให้รู้ว่า ยังรักและห่วงใยเสมอ

    ·        กอด บอกให้รู้ว่า เมื่อมีความทุกข์ฉันพร้อมปลอบใจ

    ·        กอด บอกให้รู้ว่า เมื่อทำผิด พร้อมให้อภัย เริ่มต้นใหม่

    ·        กอด บอกให้รู้ว่า ดีใจในความสำเร็จ

    ·        กอด บอกให้รู้ว่า ตื่นเต้นที่ได้พบ

    ·        กอด บอกให้รู้ว่า คิดถึง คิดถึงมาก

    ·        กอด บอกให้รู้ว่า เรามีกันและกัน*                                                                  

      

    เรื่องครอบครัวอบอุ่น ครอบครัวแข็งแรง บางที่เราก็ยกเอาทฤษฎีหรือวิธีการอะไรต่อมิอะไรมากมายมาอธิบาย กลายเป็นเส้นผมบังภูเขา อ้อมกอดเอยู่กับเรามาแต่อ้อนแต่ออก ตอนตัวแดงๆเราก็อบอุ่นอยู่ในอ้อมกอดของผู้ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเรา ต่อเมื่อโตขึ้นสายใยที่อบอุ่นกลับทอดยาวออกไปๆ จนละเลยและลืมเลือน

    ถ้าไม่มีเรื่องต้องปลอบโยนก็ไม่โผเข้ากอดกันเสียที สมาชิกในครอบครัวกอดกันแทบนับครั้งได้ ทั้งนี้เพราะเราไม่ได้สร้างสัมพันธ์ด้วยอ้อมกอดให้เคยชิน ทั้งๆที่ทำได้ง่ายๆ มีอานุภาพทางใจลึกซึ้งยิ่งนัก ทุกอ้อมกอดจำได้มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ถ้าให้ไล่เลียงจะไม่ลืมเลยแม้สักครั้งเดียว  เคยโผเข้ากอดในล็อบบี้โรงแรม ที่ทำงาน ที่บ้าน เป็นความรู้สึกดีๆที่มนุษย์สามารถถ่ายทอดให้กันได้  

     

    กอดล่าสุด เป็นกอดของลูกสาวคนเล็ก ที่เธอเผลอทำอะไรตามอำเภอใจ เป็นความห่วงอาลัยจนน้ำตาชุ่มอก ปลอบโยนในอ้อมกอดอบอุ่นใจที่สุดเท่าที่มนุษย์จะให้กันได้ เสียดายที่เรากอดกันช้า และกอดกันน้อยไปหน่อย ถ้ากอดกันจนเป็นปกติ บางที่เรื่องร้ายๆอาจจะไม่บานปลายขยายผลให้กังวลถึงเพียงนี้ 

    ผู้สูงอายุมักจะเป็นฝ่ายถูกกอด แต่ไม่ว่าจะกอดอย่างไรล้วนประทับใจทั้งนั้น เพราะเป็นความปรารถนาดีระหว่างกัน ตามที่เคยเขียนไว้ในตอนเฮฮาศาสตร์ว่าผมถูกกอดจนน่วม วันนี้ขอย้อนรอยกอด เอาภาพลูกสาวคนโตโผมากอดให้กำลังใจ ตามด้วยกอดของคุณน้า คุณลูก คุณหลาน กอดประสานไมตรีมีค่าล้ำน้ำใจ ถ้าตราบใดยังกอดกันไหวก็กอดให้กำลังใจกันต่อๆไปเถิดนะคนดี 

    กอดเป็นความรู้สึกที่ดีไม่มีลืมเลือน ต่อยอดไปถึงสรรพสิ่งต่างๆ อยากให้ต้นไม้ สัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข อะไรทำให้ได้ก็จะพยายามทำเต็มที่  ทุกค่ำคืนแผ่เมตตาฝากลมฝากฟ้าไปถึงสม่ำเสมอ แถมตัวเองยังนอนหลับฝันดี ฝันเป็นสี คงได้อิทธิพลจากทีวี  ที่สมัยนี้ไม่มีระบบขาวดำ เทคโนโลยีช่วยให้อะไรๆออกมาเป็นสี ช่วยให้ฝันพลอยมีสีสันไปด้วย 

    ผมชอบเพลงที่นักศึกษาพยาบาลมาร้องที่นี่  ฟังครั้งใดก็ซึ้งใจกับเพลงที่เปล่งออกมาจากปากน้อยๆพยาบาลตัวจริง.. 

    ..เธอคือดอกไม้อยู่ในป่าเขา เธอคือสีขาวในโลกสีดำ

    เขียนเมื่อ 

     

    • เพราะมีฝัน จึงตามฝัน ในวันนี้   
    • จากอีสาน  สู่ถิ่นที่  จะมีฝัน
    • จิตก็ตื่น  ใจก็เต้น  อยู่ครืนครัน    
    • จะถึงฝัน  หรือเปล่า  ก็ไม่รู้   
    • อยู่ขอบฟ้า ชายแดน แสนเสียวซ่าน 
    • ถิ่นอีสาน  แดนกันดาร เคยอาศัย
    • บุรีรัมย์ แล้งน้ำ งามน้ำใจ
    • สู่ถิ่นใหม่ ใต้ฟ้า ปัตตานี 
    • ตามหาฝัน  คนเดียว  ให้เปลี่ยวจิต
    • อยากมีมิตร  ข้างกาย ไม่หน่ายหนี
    • คุยกับเธอ เท่าไหร่ ไม่ใยดี
    • หรือจะหนี  กลับบุรีรัมย์  ชอกช้ำใจ

    P

    วันนี้ทำให้ผมเข้าใจความจริงเพิ่มขึ้นอีกข้อหนึ่ง  นั่นก็คือ  "ความรักไม่ต้องการเหตุผล" 

    http://gotoknow.org/blog/wanpichit/98271

    เขียนเมื่อ 

    P

  • ผมมองว่า คนเราเกิดมาพร้อมกับการทำวิจัยครับ หลักที่สำคัญคือ การทำวิจัยตัวเอง เพราะเราเองไม่ใช่จะรู้จักตัวเราเองได้ทั้งหมดครับ ดังนั้นหากเราทราบตัวเอง ทราบในสิ่งที่ตัวเองเป็น โดย มอง ตัวเรา และสิ่งรอบตัว  การให้และการรับ วิจัยตัวเรา วิจัยสิ่งรอบข้าง วิจัยการให้และการรับ วิจัยการสร้างความสมดุล
  • คงต้องกำหนดอะไรหลายๆ อย่าง ต้องมีเป้าหมายก่อน ถึงจะเดินได้ ไม่งั้นเราจะคลำไปจนทั่ว จนกว่าจะเจอว่าอะไรใช่ หรือไม่ใช่ อาจจะสายไป หรือช้าไปได้
  • ทางออกหนึ่งที่อาจจะช่วยในการค้นหาเป้าหมายให้เจอ คือ การศึกษา ครับ
  • การศึกษา เรียนรู้ เพื่อรู้จักตัวเอง รู้จักสิ่งรอบตัว ใกล้ๆ ตัว และประยุกต์เป็น คิดสิ่งใหม่ได้ เพราะเป้าหมายชีวิตของเราคือของเราครับ เราลิขิตเองเป็นสำคัญ ส่วนเส้นทางเดินไปยังเป้าหมายนั้น ต้องทำวิจัยครับ คือวิจัยตัวเองและสิ่งรอบข้างนั้นหล่ะครับ
  • http://gotoknow.org/blog/inspiring/98969
  • เขียนเมื่อ 

     

    ปราชญ์ชาวบ้านผู้ยิ่งใหญ่

    P

    ไม่มีใครแก่เกินเรียน ไม่มีมะพร้าวแก่เกินแกง
    สรุปว่าการศึกษาหาได้อยู่ในเฉพาะโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาแต่อย่างใดไม่ การศึกษาที่แท้มีอยู่ทุกซอกทุกมุม แทรกเป็นยาดำอยู่ในวิถีชีวิตของทุกผู้ทุกนาม ทุกครัวเรือน ทุกชุมชน ทุกสังคม

     

     

    สรุป การศึกษาหาได้อยู่ในเฉพาะโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาเท่านั้นแต่การศึกษาที่แท้มีอยู่ทุกซอกทุกมุม แทรกเป็นยาดำอยู่ในวิถีชีวิตของทุกผู้ทุกนาม ทุกครัวเรือน ทุกชุมชน ทุกสังคม ตรงกับสิ่งที่เราอยากจะเห็น นั่นคือ.. 

    ชีวิตคือการศึกษา การศึกษาคือชีวิต

    http://gotoknow.org/blog/sutthinun/99265

    เขียนเมื่อ 

    P

    ดอกไม้งามในทะเลลึก

  • การสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กเล็ก  ครูจำเป็นต้องเข้าใจทั้งจิตวิทยาทางภาษา และจิตวิทยาคณิตศาสตร์  (คือหมายถึงระดับพื้นฐานที่จะทำให้ครูเข้าใจกระบวนการรับรู้ภาษาทั้งสองชุด  และวิธีถ่ายทอด  ภาษา  ทั้งสองชุด)  ครูชุดนี้ต้องถูกฝึกมาอย่างดี  เพื่อรับมือกับโลกที่"ภาษาของตัวเลขในชีวิตประจำวัน"เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  ตามอิทธิฤทธิ์ของเทคโนโลยี 
  • ครูต้องใส่ใจว่า  ประโยค ที่ประกอบเอา "ภาษาไทย และภาษาสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์"  เข้าไว้ด้วยกันนั้น  ครูจะคิดแบบภาษาทั่วไปในชีวิตประจำวันแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้  แต่ต้องคำนึงถึงตรรกะทางคณิตศาสตร์เป็นสำคัญ  เพราะคณิตศาสตร์อาศัยตรรกะเป็นหลักคิด  ถ้าผิดจาก "หลัก" นั้นแล้ว    ทุกอย่างจะผิดไป จากที่ว่าไว้ทั้งหมด  นักคณิตศาสตร์ต้องไปตั้งหลักกันใหม่   ไม่ใช่แบบ  "ไหลรื่นเรื่อยไป" อย่างที่นักภาษาใช้กันเป็นหลัก  : )
  • http://gotoknow.org/blog/lan-maths/98861
  • เขียนเมื่อ 
    Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
    ประกาศจับคนร้ายทาง TV

     

     

    "...และนี่คือ ภาพสเก็ตช์ของคนร้ายฆ่าข่มขืนจากปากคำบอกเล่าของพยาน..."

    http://gotoknow.org/blog/funny-stuffs/99351

    เขียนเมื่อ 

    ขอคั่นรายการหน่อยครับ ครั้งที่สอง

    Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
    ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ : รุ่นนี้แหละที่เขาหากันนัก!

     

     รุ่นนี้แหละที่เขาหากันนัก.....

     

    รุ่นนี้ชื่อ โอลิโออุ
    จากวัด นาบิดสะโก
    เป็นรุ่นพิมพ์นิยมของวัยใส มีไว้ชีวิตจะพบแต่ความหวานนน....
    ผู้นิยมนับถือจะมีพลานามัยสมบูรณ์กว่าคนทั่วไป (เอ่อ...แต่ต้องระวังฟันดำ)
    มีสรรพคุณให้พละกำลังรวดเร็ว
    นิยมบูชาด้วยน้ำนมสด

    http://gotoknow.org/blog/funny-stuffs/92914

    เขียนเมื่อ 

     ขำ กลิ้ง

    Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
    คำถามจากชายนิรนาม
    เรื่องนี้เพื่อนส่งมาให้อีกที…ม่ายช่ายผมแน่ๆ ! ;-)

     


     
    ณ จุดพักมอเตอร์เวย์ ตอนตีสองครึ่ง ระหว่างที่ผมกำลังขับรถไป จ.ตราด คนเดียว

    ปวดท้องสุดๆ รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูปัง
    นั่งทันที 
     

    สักพักมีคนเข้ามานั่งห้องข้างๆ แล้วก็มีเสียงลอดมา

    "สวัสดี เป็นไงมั่ง สบายดีไหม?"


    ผมนึกในใจ อืมม์อะไรของมันเอาวะ...ใจดีสู้เสือตอบไป

    "เอ่อ สบายดีครับ สวัสดีครับ"

    ชายนิรนามถามต่อ

    "ทำอะไรอยู่ล่ะ"

    ผมนึกจะให้ ทำอะไรฟะ ก็นั่งอยู่ในส้วมนี่ไง

    "เอ่อ ก็รู้ๆกันอยู่นะครับ"
     

    ชายนิรนามถามอีก

    "นอนดึกนะเนี่ย ไม่หลับไม่นอน จะไปไหนเนี่ย"


    ผม..อืมม์แปลกดีวุ้ย ดันชวนคุยต่อ...

    " เออ ไป ตราดครับ ต้องไปงานแต่งตอนเช้า"

     

    แล้วชายนิรนามก็พูดประโยคที่ทำให้ผมช็อคสุดๆ

    "เฮ้ย! แค่นี้ก่อนนะไอ้ห้องข้างๆ มันเป็นอะไรไม่รู้ พูดตอบมาตลอดเลย"    ^__^

    ขออนุญาติ

    คัดลอกมาจาก

    http://gotoknow.org/blog/funny-stuffs/87981

    เขียนเมื่อ 
    Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
       สุดยอดจริงๆ
    อบต. ย่อมาจากอะไร?

    หลังจากที่บอกเคล็ด (ไม่) ลับเกี่ยวกับวิธีการใช้เว็บทำลายล้าง NetDisaster ได้ไม่นาน คุณนักลงทุนเงินน้อยก็ได้ยื่นกระป๋องสีสเปรย์มาให้...

    ผมก็เลยละเลงอย่างเมามันส์ในอารมณ์ยามเช้าซะหน่อย! ;-P

     

     

     


    ส่วนข้างล่างนี้ เพิ่มเติมเข้ามาเพราะน่าจะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน...

    • กทม. = รูจะขุดท่รึงจะทำไม? (ขออภัยที่ไม่สุภาพ..อิอิ) 
    • สตง. = สำนักงานงฉินตกาน (เห็นอยู่ใน มธ. รังสิต)
    • คมช. = นไม่ (ค่อย) เชื่อน้ำยาแล้ว
    • ครป. = ระเทศ  (เอ่อ...อันนี้ได้ยินมาจากวิทยุอ่ะ) 
    • กฟผ. = าราดฟันผลประโยชน์ / รูาดอิ่มแล้วเผ่
    • สส. = ามีสุดที่รัก  (หลังเกิดเหตุ สภาผัว-สภาเมีย เมื่อครั้งกระนู้น...)

     

    นี่คือกลั่นครับ  ส่วนหนึ่งเป็นตะกอนอยู่ที่ก้น

                ส่วนหนึ่งไม่ใช่จะไม่มีค่านะครับ มันลอยขึ้นสู่อากาศ

                 ผมยืนยันว่า "คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน เป้าหมายจึงอยู่ที่หมู่บ้าน"

                   ขอบคุณเหล่าชาวยุทธ์

    เขียนเมื่อ 

     ครูอ้อยที่น่ารัก  เพชรเม็ดงาม ใน G2K

    P

    ครูอ้อยชอบการยกตัวอย่างของท่านว่า...ต้องรู้ว่า...นักเรียนคาดหวังอะไรกับครู อย่าคิดแต่ว่า ครูคาดหวังอะไรกับนักเรียน ให้มองในทางกลับกันเสมอ แล้วจะได้ข้อคิด และแนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆ หรือ ไม่ใช่แต่เพียงว่า...เราอยากได้อะไรจากตัวนักเรียน อยากให้เขาเข้าใจ อยากให้เขาทำได้ แต่มองในทางกลับกัน ครูล่ะเป็นที่คาดหวังจากนักเรียนแค่ไหน

    http://gotoknow.org/blog/skuikratoke/99472

    ขออณุญาติคุณครูอ้อยมาครับ

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะ

    มีข้อคิดเห็นบางอย่างให้คุณเม้งเล็กน้อย

    คลิกที่นี่

    เขียนเมื่อ 

     ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่บุคคล ระดับ 6
    สังกัด : สํานักงานเลขานุการ
    ฝ่ายงาน : หน่วยการเจ้าหน้าที่
    หน่วยงาน : งานบริหารและธุรการ

    P

    Miss somporn poungpratoom

    ภายใต้การทำงานที่อิงระบบ  เมื่อเราไม่สามารถปรับกระบวนการทำงานให้ไปอิงระบบได้  มันเป็นการตีกรอบความคิดให้แคบ ไม่ให้โบยบิน  เหมือนนกปีกหัก เหมือนนางนวลที่อยู่ในกลุ่ม บินตามฟ้าลิขิต บินตามที่กลุ่มนำไป แล้วที่เคยฝึกไว้มันอยู่ที่ไหน  บินแบบกลิ้ง บินแบบเบิกเป็นวง บินช้า บินกลิ้งตรง บินหมุนกลับ บินหมุนลูกข่าง  สารพัดวิธีบินที่ไปฝึกปฏิบัติ ไปฝึกอบรม ไปสัมมนา  แล้วกลับมาบินเหมือนเดิม บินตามกลุ่ม  คุณค่ามันอยู่ตรงไหน

    การทำงานก็เช่นเดียวกัน อิงระบบไม่ได้ ก็นอกระบบมันซะบ้าง หาหนทาง แวะทักทาย ค้นหาให้ได้ว่าเราจะทำอะไร ทำสุดความสามารถไหม ทุกอย่างสำคัญอยู่ที่ใจ ถ้าใจถึง ใจให้ ใจสั่งทำ หรืออีกนัย ว่าใจสั่งมา หนทางข้างหน้า ไม่ว่าจะตีกรอบ อิงระบบ มีทำนบกั้น  ก็จะฝ่าฟัน  เพราะความคิด จิตสำนึก ที่คิดเสมอว่า เป็นข้าแผ่นดิน

             คัดลอกมาจาก http://gotoknow.org/blog/sompornp/99463

    เขียนเมื่อ 

    บันทึกดีๆทรงคุณค่า

    P

    คนเราจะรวยหรือจน ขึ้นอยู่กับ ความสามารถในการใช้แรงงานของตนและแรงงานผู้อื่น แต่การใช้แรงงานของตนเอง สนองต่อความต้องการของตนเองได้อย่างจำกัด ส่วนใหญ่ ผู้ที่บรรลุความต้องการของตนเองได้มากๆนั้น ล้วนแต่อาศัยแรงงานผู้อื่น

  • เรากำลังรอการเลือกตั้ง และรัฐบาลใหม่ ดิฉันคิดว่า เสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาก็กำลังจะสุกงอมเต็มทีแล้วค่ะ คิดในทางบวก คือ เรากำลังจะเห็นแสงสว่างอยู่รำไรแล้วค่
  • P
    พวกเราทุกคนภูมิใจ ที่เราโชคดีได้เกิดมาเป็นคนไทย ภูมิใจกับความเป็นไทย
    ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ ไปไหนแล้ว มีความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ไปขอข้าวใครเขากิน ไปขอที่พักเขาได้เหมือนเมืองไทยอีกแล้ว
     

          พวกเราทุกคนภูมิใจ   ที่เราโชคดีได้เกิดมาเป็นคนไทย  ภูมิใจกับความเป็นไทย  เกิดในบวรพระพุทธศาสนา  ที่สอนให้เราทราบถึงธรรมชาติสูงสุดหรือ"สัจธรรมสูงสุดที่ทำให้เรารู้และเข้าใจในธรรมชาติของสรรพสิ่ง  และสามารถฝึกตัวให้มีทุกข์น้อยลงได้ในที่สุด

    เรามีสิ่งดีๆในประเทศเรามากมาย   ขอเพียงแต่ให้เรารู้จักจัดการทรัพยากรที่มีค่าเหล่านี้ ให้ดีที่สุด เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม 
    P
    ผศ. เพชรากร หาญพานิชย์
    เมื่อ อา. 27 พฤษภาคม 2550 @ 21:34 [273529]

    ไปไหนๆ ก็ภูมิใจ พูดได้อย่างเต็มปาก เต็มใจ และดีใจที่เป็นคนไทย ไชโยที่เกิดเป็นคนไทยครับ

    P

    อยากให้วัยรุ่นไทยได้คิดกันหน่อย ถ้าทุกครอบครัว/ทุกโรงเรียนช่วยกัน ก็น่าจะดีขึ้น ไม่ต้องไปตื่นเต้นกับดาราต่างประเทศมากนัก ดาราไทยมีเยอะแยะ

    P
    บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
    เมื่อ จ. 28 พฤษภาคม 2550 @ 00:50 [273684]

    สวัสดีครับ

    ขอบคุณมากๆครับที่เชิญมาดูบันทึกดีเยี่ยมบันทึกนี้  ผมชอบมากครับถูกใจสาระมากครับ 

    ใช่แล้วครับทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญของทุนทางสังคมของเรา ไม่มีใครมาขวางกั้นการเปลี่ยนแปลงที่ไหลไปตามตะวันตก  ผมก็ไม่ต่อจ้านจนสุดโต่งเพราะทราบดีว่า "มีในเสีย และมีเสียในดี" เพียงแต่ต้องแยกแยะ และต้องช่วยกันทุกภาคส่วน รัฐก็ต้องมีหน้าที่ที่สำคัฐ เอกชนก็ไม่ควรมุ่งกำไรสูงสุดเท่านั้น ช่วยกันรับผิดชอบสังคมด้วย ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ใกล้ชิดลูกๆมากที่สุดต้องอบรมสั่งสอนครับ

    ขอบคุณบันทึกดีดีอย่างนี้ครับ

    P
    มาโนช
    เมื่อ อ. 29 พฤษภาคม 2550 @ 01:33 [275265]

    ผมจะภูมิใจในบ้านเรา ถ้า คนของเรามีการศึกษาดี มีความสุข ชาวบ้านไม่ลำบากมากอย่างทุกวันนี้ ช่องว่างระหว่างรายได้ไม่ต่างกันมาก รัฐบาลให้ความสำคัญกับชาวบ้านชาวนาอย่างจริงจัง  ชีวิตคนจนมีสวัสดิการดีพอสมควร ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจกับการศึกษาของลูกหรือในยามคนในบ้านเจ็บป่วย

    P
    mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
    เมื่อ อ. 29 พฤษภาคม 2550 @ 13:23 [275693]

    ซึ่งก็ควรจะเป็นหน้าที่ ของผู้ใหญ่ทุกภาคส่วน ไม่ว่า  จะเป็นครอบครัว  ภาครัฐ  ภาคเอกชน ที่จะช่วยกันทุกรูปแบบที่จะปลูกฝังค่านิยมของความเป็น ไทยให้มากที่สุดเท่าที่ จะมากได้  

    P
    sasinanda
    เมื่อ อ. 29 พฤษภาคม 2550 @ 19:36 [276133]
    P

    สวัสดีค่ะคุณเม้ง

    ดีใจทึ่เข้ามาเยี่ยมค่ะ

    คุณเป็นคนหนึ่งที่มีพลังอันมหาศาลมาก ชื่นชมมากค่ะ ขอให้กำลังใจค่ะ

    เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่มากของประเทศไทยค่ะ

    ปัญหาการศึกษา เป็นปัญหาพื้นฐานปัญหาหนึ่งในสังคมไทยที่เดิกขึ้นและดำรงมายาวนานมาก

    การศึกษา ในแนวใหม่ที่จะมีต่อไป ต้องเป็นการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม ปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของทางเศรษฐกิจและสังคม

    และที่สำคัญคือ ต้องให้มีการส่งเสริมความรู้และให้มีจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยค่ะ

       การที่ต้องเสนอรัฐให้มีการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ ศูนย์กีฬา และอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นต้นค่ะ เพราะการเรียนรู้ มิใช่มีแต่ในห้องเรียนค่ะ

    P

  • การศึกษารัฐต้องเอาจริงครับ มันต้องเป็นนโยบายแรกที่นักการเมืองต้องชูประเด็นนี้
  • นักการเมืองไทยต้องเปลี่ยนทิศทางลมของตัวเองได้แล้วครับนะครับ หันมามุ่งการศึกษา โดยปรับฐานความต้องการเรื่องปากท้องในพื้นที่แร้นแค้นเร่งด่วน นโยบายนี้เรียกว่าอภิมหาฉุกเฉินเลยครับ ต้องทำให้เค้าเกิดภาวะการอยู่รอดได้ แล้วชี้ทางออกด้วยการศึกษา โดยการอยู่กับชุมชน ผูกให้ติดกับสิ่งแวดล้อมชุมชน แล้วผนึกโครงสร้างการศึกษา ชุมชน โรงเรียน ครอบครัวให้เข้าถึงกัน
  • ยังไงผมก็ยังเชื่อเสมอว่า การศึกษาเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ครับ แม้แต่ปัญหาการคิดไม่ออกว่าจะบริหารงานอย่างไร การศึกษาก็จะช่วยได้ครับ
  • การศึกษาและคุณธรรมมันฝังอยู่ด้วยกัน เพียงแต่ว่า เราผู้ศึกษาจะมองปรัชญาคุณธรรมในสิ่งที่เรียนรู้แล้วหยิบคุณธรรมนั้นมาด้วยหรือเปล่าครับ
  • รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น