ดูแลเบาหวานอย่างพอเพียง จะเลี่ยงการใช้ยายืดอายุ

ชีวิตคนเรามี 4 วัย และ 4 ต. คือวัยเตาะแตะ วัยเต่งตึง วัยโตงเตง วัยต้องตาย

      วันก่อนได้ฟังพระเทศน์ทางทีวี ท่านบอกว่าในชีวิตคนเรามี 4 วัย และ 4 ต. คือวัยเตาะแตะ วัยเต่งตึง วัยโตงเตง วัยต้องตาย ซึ่งวัยที่โดนกิเลสลุมเล้ามากคือวัยเต่งตึงและวัยโตงเตง เนื่องจากเป็นวัยที่ทำงาน มีเพื่อน มีเงิน มีสังคมมากขึ้น สามารถสนองกิเลสความอยากได้ ตัวดิฉันจึงมานั่งคิดต่ออีกว่า วัยเต่งตึงเค้ามีทั้งกินและเที่ยว/ช็อบปิ้ง ไปด้วย ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่า "กินแล้วได้ใช้พลังงาน" แต่คนวัยโตงเตงเค้ามีแต่กินและทำงาน เพราะต้องรับผิดชอบธุรกิจและดูแลครอบครัว เป็นการกินแล้วเก็บพลังงานไว้ในตัว น่าจะเป็นวัยอันตรายและถูกกิเลสเข้าครอบงำมากกว่าลุมเล้าเสียอีก เนื่องจากรู้จักเลือกกินมาโชกโชน แถมยังใช้อาหารการกินเป็นองค์ประกอบในการคุยธุรกิจอีกต่างหาก ยิ่งส่งเสริมให้มีการกินมากกว่าวัยอื่นๆ

      อายุและวัยที่สูงขึ้น บอกถึงเครื่องจักรที่ทำงานมานานย่อมเสี่ยงต่อประสิทธิภาพทุกระบบลง แต่เรายังคงกินแบบเดิมและมากขึ้นสวนทางกับระบบ วันหนึ่งเมื่อมันทำงานไม่ไหว มันจะออกอาการโวยวายขึ้นมา ถ้ามันพูดได้คงบ่นน่าดูว่า "เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ไม่เห็นใจกันบ้างเลยหรือเจ้านาย ใช้ฉันจัง แต่ไม่เคยเหลียวแลมามองดูพวกอื่นเลยว่าทำงานไหวไหม"

      ความจริง "ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว" ทั้งคู่อยู่บ้านเดียวกัน ต้องดูแลซึ่งกันและกัน จึงจะอยู่กันอย่างมีความสุข

      วัยโตงเตงถือเป็นวัยที่ทำลายสถิติโลกอีกต่างหากที่สามารถทำให้การมีอายุขัยยืนยาวขึ้น สาเหตุเนื่องจากโลกมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีและยาใหม่ๆ ทำให้อัตราการเสียชีวิตของวัยนี้ลดลง แต่สุขภาพ...ไม่แข็งแรงตามวัย กลับตกเป็นเหยื่อของโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นทุกวัน พบว่าวัยนี้เสียชีวิตจากโรคเรื้อรังเป็น 2 เท่าของโรคติดต่อ โรคเรื้อรังจึงถูกจัดเป็นรางวัลยอดแย่ที่ใครๆ ก็ไม่อยากได้ แต่ใครหลายๆ คนก็มักจะทำให้ได้มาเสมอๆ คนที่มีแนวโน้มจะได้รับรางวัลนี้ให้สังเกตได้จาก...มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่ทยอยเกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น น้ำหนักเริ่มเพิ่มจากปกติ เอวเริ่มโต ตัวเริ่มหนา ความดันจะตามมา พาน้ำตาลและไขมันมาลุมเล้า แล้วเจ้าจะเข้าข่ายอ้วนทันที มีรางวัลเป็นโรคเรื้อรัง จะพังกับทุกระบบนะจ๊ะ

      สุดท้ายคุณหมอต้องมาตามจ่ายยาเก็บตกตามอาการแต่ละเรื่องที่คุณพามา ถ้ามา FU แต่ละครั้งมีเรื่องไม่ซ้ำกัน เรื่องเก่าไม่หายเรื่องใหม่มาเนิ่นๆ เช่น มา FU น้ำแล้วพบว่าน้ำตาลไม่ลด ยาที่กินสีเดียวอาจต้องเพิ่มเป็น 2 สี (กองใหญ่ขึ้นไปอีก) ถ้ามา FU แล้วมีเรื่องใหม่เรื่อยๆ เวลารับยากลับจะได้ยาเป็น 7 สีเหมือนรุ้งกินน้ำ คุณอาจจะลืมนึกไปว่าเงินที่เตรียมไว้หาความสุขในปั้นปลายชีวิตก็อาจต้องนำมาใช้บำบัดทุกข์ในวันนี้ แถมชีวิตปั้นปลายแทนที่จะได้พักใช้เงินเก็บสะสมไว้ ก็ยังต้องมาทำงานหาเงินกินตอนแก่เถ้ามากๆ
 
      วันนี้กลับมาดูแลสุขภาพแบบพอเพียงกันเถอะ แค่กินให้พอเพียงกับระบบของร่างกายแต่ละคน ให้ได้ทั้งพลังงานและปริมาณอาหารที่เหมาะสม เช่น ถ้าอ้วนลดข้าว แป้ง และไขมันลง เพิ่มผัก เนื้อสัตว์ ไม่ติดหนัง ติดมัน ถ้าไขมันสูง ลดของทอดของมัน เพิ่มผัก เนื้อสัตว์ ไม่ติดหนังติดมัน ถ้าน้ำตาลสูง ลดข้าวแป้ง น้ำหวาน น้ำปั่น นมข้นหวาน เพิ่มผัก และเนื้อสัตว์ แต่ไม่ควรอดหรืองดอาหารหมวดใดหมวดหนึ่ง ไม่ว่าจะเจ็บป่วยแค่ไหน ทุกคนก็ต้องกินครบหมู่ จะเลิกกินต่อเมื่ออวัยวะนั้นหยุดทำงานเท่านั้น อวัยวะไหนเจ็บป่วย ทำงานน้อยลงก็ให้กินน้อยลง อย่าพยายามกินแบบเก่าๆ ตามกิเลสของปากกับใจ ควรปรับเปลี่ยนให้มาเจอกันครึ่งทางก่อน ถึงกินยังอร่อยแต่น้อยปริมาณลง หรือกินแล้วอย่าให้น้ำหนักเพิ่มและรูปร่างทุกส่วนสมดุลย์กัน ถ้ากินแล้วน้ำหนักเพิ่มขึ้น เปลี่ยนวิธีกินไม่ได้ ให้ออกกำลังกายช่วยค่ะ

       วิธีคำนวณหาน้ำหนักที่เหมาะสม

            ผู้ชาย  = ความสูง (เซนติเมตร) - 100 เช่น สูง 180 น้ำหนักที่เหมาะสมคือ 80 บวกหรือลบ 3-5 กก.
            ผู้หญิง = ความสูง (เซนติเมตร) - 110 เช่น สูง 155 น้ำหนักที่เหมาะสมคือ 45 บวกหรือลบ 3-5 กก.

บันทึกโดย ยุวดี มหาชัยราชัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน DM Theptarin

คำสำคัญ (Tags)#เบาหวาน

หมายเลขบันทึก: 98048, เขียน: 23 May 2007 @ 13:28 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 18:43 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)