วันนี้ เป็น วันแรก ที่ ปูนฯ แก่งคอย ให้ ผม ผสมพันธุ์ TPM (Total Productive Mainatenance) กับ LO & KM
ผมก็บอกว่า มันเรื่องเดียวกัน ...... TPM เป็นเฟือง โดยมี LO เป็น น้ำมันหล่อลื่น
เอาแต่ เฟือง ไม่มีน้ำมันหล่อ เฟืองก็สึก
TPM เป็รเครื่องมือ แบบ system มันเป็น Hard side management tool แต่ LO & KM เป็น culture เป็น Soft side management
นโยบายเดิม ชอบบอกว่า เรา ทำ TPM / TQA / ISO / PMQA โดยมีนโยบาย องค์กรจะได้อย่างโน้น อย่างนี้
ทำ TPM แล้ว องค์กรจะรวย ลูกค้าจะพอใจ ผลิตมากๆ
ผมบอกว่า คิดใหม่ได้แล้ว เอาพนักงานเป็นสำคัญ ดีกว่ามั๊ง
นโยบาย TPM คือ เครื่องจักรนำความสุขให้พนักงานได้อย่างไร
ประเมินที่ พฤติกรรมว่า พนักงานรัก เครื่องจักรแค่ไหน
เราเอา เครื่องมือ ทางจิตวิทยา การตลาด KM มาใช้ เพื่อ ยั่วให้ พนักงาน รักเครื่องจักร
สามปี ที่ผ่านมา เราฝึกพนักงาน 18 รุ่น เพื่อให้เป็น Learner ให้เรียนรู้วิธีเรียนรู้ ไปดูงาน ครูบาสุทธินันท์ พี่เดชา มาร์ติน แพรกหนามแดง ฯลฯ
ตอนนี้ เราจะเข้า Learning camp อีกรอบ
ชาวนา ทำนา รัก ดิน รักควาย รักต้นไม้ สิ่งแวดล้อม ชุมชน ฯลฯ
เรา ชาวโรงงาน รักเครื่องจักร สุขภาพของเรา สิ่งแวดล้อม ชุมชน ฯลฯ เช่นเดียวกัน
บัณฑิตของการศึกษาไทย มือไม่เปื้อนฝุ่น ติดสันดาน ใช้เงินฟาด ยืนดู สั่งงาน รอลอก เลียนาย บ้ากอล์ฟ ฯลฯ ต้องมาดัดสันดาน ให้ ลงไป หน้างาน ลงไปขันน็อต ถอดเครื่องจักร ฯลฯ เริ่มจากศูนย์ใหม่
นี่เป็นแนวทาง การทำ TPM แบบธรรมชาติ ไม่ใช่ แบบ format คือ เอาแต่กรอกแบบฟอร์ม หาคนทำแฟ้ม ทำแผ่นใสหลอกกรรมการ ฯลฯ
ผมอยากเห็นแบบนี้ในโรงพยาบาลเหมือนกันครับ
ไม่ใช่เขียนแบบประเมิน เพื่อให้ผ่านการรับรอง แล้วตีฆ้องร้องเป่าว่าผ่านการรับรองแล้ว
แต่เจ้าหน้าที่บอกเหนื่อยแทบลากเลือด
เห็นด้วยครับ การทำ TPM ต้องมี LOและKM เป็นฐาน และต้องทำแบบให้พนักงานมีสุข ไม่ใช่เจ้านายมีสุขหน้าบานเพราะผ่านการประเมิน แต่พนักงานต้องมีป่มในใจ เพราะถูกสั่งให้ทำ เสร็จการประเมินแล้วไม่รู้จะวางตัวกันอย่างไร
เห็นด้วยกับอาจารย์จริงๆค่ะ ดิฉันถูกบังคับให้ใช้เครื่องมือคุณภาพหลายตัวจาก กพร ทำให้สงสารลูกน้องจริงๆ
ผมก็เห็นด้วยเช่นกันครับ ถ้าทำให้พนักคิดว่าบริษัทคือบ้านจะทำอะไรก็สำเร็จแต่ผู้บริหารต้องทำตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวคือต้องให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านมีความสุขด้วยไม่ใช่ผู้นำครอบครัวมีความสุขคนเดียว