หากเราเบื่อหน่าย ท้อแท้ สับสน วุ่นวาย จากการทำงานและทำให้เราเกิดความเครียดรวมถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานก็พลอยแย่ไปด้วย ทุกวันนี้คนมีความอดทนน้อยลง ใจร้อนมากขึ้นทำอะไรก็อยากให้เห็นผลทันตา การทำงานอย่างมีความสุขจึงหายากมากในสังคมปัจจุบัน การทำงานจึงต้องมีสติ เราต้องเอาสติไปอยู่กับงาน เวลาพูดเอาสติไปอยู่กับการพูด เวลาคิดเอาสติไปอยู่กับการคิด การสวดมนต์ทำสมาธิทุกวัน ใจสงบขึ้นที่ละน้อยเหมือนเราก่อเจดีย์ทราย ค่อยทำค่อยไป เราละความชั่ว บำเพ็ญดีไปเรื่อยๆจะลดความโลภ โกรธ หลงไปได้ทีละน้อย และจะเหนี่ยวนำให้สิ่งดีๆตามมา ซึ่งจะรู้ได้เฉพาะคนที่ทำนะค่ะ ผู้เขียนเองเดิมเป็นคนใจร้อน พูดจาขวานผ่าซาก หลังจากที่ได้ทำสมาธิก็ดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ และมั่นทำบุญกุศลทุกครั้งที่มีโอกาสสามารถช่วยเราได้ เรียกสติที่ดีๆกลับมาทำให้เรานั้นทำงานได้โดย
1.การให้โอกาสตัวเอง การทำงานของเราบางครั้งไม่ได้งานที่เราชอบหรือถนัดเสมอไป จึงควรให้โอกาสตัวเองทำดูก่อนในทันทีไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
2.ทำงานตามลำดับ จัดลำดับความสำคัญของงาน เลืองานที่ต้องใช้เวลามากทำก่อน และใช้สมาธิในการทำงาน
3. จงแก้ไขอย่าแก้ตัว ยอมรับความผิดพลาดของงานที่ตัวเองทำ เป็นเรื่องที่ไม่น่าอายและไม่มีใครว่าหากผลออกมาดี และควรนำไปแก้ไขหรือพัฒนาให้ดีขึ้นในครั้งต่อๆไป
4. แบ่งปัน ความรู้หรือข้อมูลใหม่ๆ เมื่อเรามั่นใจว่าให้งานที่ทำประสบผลสำเร็จ เราควรแบ่งปันเรื่องเหล่านี้ให้เพื่อนร่วมงานได้รับทราบด้วย เพราะทุกคนสามารถนำไปพัฒนางานในสำนักงานให้มีคุณภาพ โดยไม่ต้องกลัวว่าเขาจะเก่งกว่าคุณ
5.การนินทาว่าร้าย เราต้องไม่หวั่นไหวต่อคำวิจารณ์ เป็นคนหนักแน่น อย่าทำตัวให้เป็นเสมือนหนึ่งของวงนินทา
มาเยี่ยม...คุณ ตุ๊กตา
ทั้ง 5 ข้อ นั้นถ้าปฏิบัติได้จะเกิดผลดีต่อการดำเนินชีวิตด้วยนะครับผม
ค่ะยินดีมากค่ะ และเหมือนที่อาจารย์บอกนะค่ะว่าหากทุกคนทำได้หมดทุกข้อชีวิตของเราก็จะดี แต่ส่วนมากก็จะขาดไปในบางข้อ โดยเฉพาะข้อที่ 5 มีบางคนในที่ทำงาน(บางที่)ชอบทำการดำเนินชีวิตก็เลยมีปัญหาบ้างในบางคนนะค่ะ