ในยามบ่ายของวันฟ้าเปียก....ข้าพเจ้านั่งมองสายฝนปรอยๆจากยอดฟ้าสู่ปลายผืนดิน....... เหงา และเงียบในบรรยากาศเช่นนี้......การให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ KM ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางหยาดน้ำฟ้าโปรยปราย..... ข้าพเจ้าแอบนั่งอมยิ้มกับตัวเองด้วยความสนุกสนานกับความคิดที่แล่นลิ่วลงไปสู่วัยเด็ก.......การจัดการองค์ความรู้ ช่างดูห่างไกลเหมือนโรตีสายไหมในวันที่ฝันเราผุ..... โลกที่ไร้สิ่งที่เรียกว่ารู้ช่างดูสดสวย และมีเรื่องราวมากมายให้สืบสาว.....นั่นปะไร ข้อดีของการไม่รู้ อย่างน้อยก็กระตุ้นเตือนให้เดินทางออกไปจากกะลาน้อยชั่วคราว....แล้วเราก็ไปหากะลาใบที่ใหญ่กว่ามาครอบทับใบเดิมที่เรารู้สึกอึดอัดพอให้ผ่อนคลายขึ้นก็เท่านั้นเอง......มีมนุษย์มากมายเดินทางเพื่อแสวงหาสติปัญญาและความเฉลียวฉลาดมาประดับประดาให้กับร่างกายและจิตใจ หากแต่ข้าพเจ้าผู้เรียนรู้ว่ายากแก่การเอาถ่านมาเติมเชื้อไฟแห่งปัญญาให้ลุกโชน......กลับเลือกเดินหาหิ้วหอบความไม่รู้กลับมาเป็นรางวัลแห่งชีวิต.....ในวันหนึ่งหลังจากที่จบการศึกษาในรั้วแห่งกรงขังทางปัญญา ข้าพเจ้าเลือกเดินจากกรงเก่าเร่งก้าวเข้ามาสู่กรงใหม่ด้วยรอยยิ้มและแสงแห่งความหวังของสายใยรักจากแม่และพ่อ ปริญญามิอาจกล่าวว่าไร้ค่าในสายตาชายโง่เช่นข้าพเจ้า......มันคือผลตอบแทนของหยาดเหงื่อและหยดหวังของคนสองคนนั้น.....ทำไม ทำไม และทำไม ข้าพเจ้ายังคงต้องการความไม่รู้แม้ในวันที่ได้รับกระดาษอีกใบพร้อมรอยเปรอะเปื้อนเป็นด่างดวงจากความสุขของเขาเหล่านั้นแปะข้างฝาบ้าน....ก็วันหนึ่งในวันที่อากาศสดใสท้องฟ้าสดสวย....ข้าพเจ้าเดินทางสัมผัสธรรมชาติบนวิถีเทางอันนิยมของผู้คนมากมายกล่าวอ้างว่ารักธรรมชาติ สายลมบางเบาแตะผิวกายเบาบาง ข้าพเจ้าสุขกว่าสุข....ถ้าไม่บังเอิญสอดสายตาเล็กหยิบหยีส่งถึงอาคารใหญ่โตยืนโต้ไอหอมของดอกไม้ป่า ในวาบเวลานั้นข้าพเจ้าบอกได้หลายคำว่า ขัดใจ เคืองขุ่น และเกิดความไม่สงบรำงับจากความสบายดังก่อนหน้าเพียงช่วงเวลาในแวบนาทีเท่านั้น... ตกใจ ข้าพเจ้ากล่าวคำว่า ช่างน่าตกใจ ในวัยที่เด็กกว่าช่วงวันเวลานั้น ข้าพเจ้าไม่กังขาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้านั้นหากแต่ซึมซับรับความละมุนละไมให้บังเกิดกับตนเองได้มากมายกว่าที่เป็นอยู่......นี่หรือคือผลพวงแห่งองค์ความรู้......หรือในบางครั้งการได้พบปะกับบุคคลที่สังคมต่างประนามกันว่าเป็นผู้รู้ (มากมาก)ข้าพเจ้ามักจะทำตัวเล็กลงเล็กลงและ ลดลงเพื่อแสวงหาจุดเหมาะสมให้กับสิ่งที่ดูยิ่งยง (ยอดบัวไม่งาม5555) และน่าเกรงขาม.....นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่มากมายกว่าส่วนไหนๆทำให้ให้ข้าพเจ้าหอบหิ้วความไม่รู้ไปได้สะดวกใจในทุกๆที่...... หลายคนอาจชอบ หลายคนอาจบอกว่าไม่ชอบ(แต่จริงๆแล้วชอบ) แต่สำหรับข้าพเจ้าบอกได้อย่างหนักแน่นว่า ไม่ถึงกับไม่เกลียดเพียงไม่อยากหอบหิ้วความรู้มากมายไปทุกๆที่ (เหตุเพราะว่ามันหนักเกินกว่าจะแบกไปมาได้ไหว) การเป็นชายโง่ซึมซับความงดงามและความเป็นไปของโลกได้มากมายในทรรศนะของข้าพเจ้า......มันช่วยลดความคาดหวังจากผู้คน.......แต่บางทีก็แลกมาด้วยศรัทธาจากผู้คนรายรอบที่สลายหายไปดั่งอากาศธาตุ...ความรู้มากมายมักสร้างอัตตา เพื่อมาอัดตนและคนอื่นๆ....หลายคนอาจปฏิเสธมันว่าไม่จริง แต่สำหรับข้าพเจ้ากลับยอมรับว่าเมื่อใดที่ข้าพเจ้ารู้อัตตาจะมาให้ ณ. บัดนั้น......มนุษย์ไม่มีใครได้ค้นคว้าหาสิ่งสดใหม่ได้บนโลกใบนี้ (ตามกฎเทอร์โมไดนามิก) มนุษย์เป็นเพียงผู้ค้นพบรางวัลที่ธรรมชาติประทานให้กับความบังเอิญ หรือพยายามก็เท่านั้น... จะมีประโยชน์อะไรถ้ามนุษย์จะเรียนรู้เรื่องราวมากมายจนสุดรอบขอบจักรวาลจรดใต้ชั้นแมกม่าและลาวาร้อนร้ายเร่งเร้า....แต่เข้าไม่ถึงหัวใจอ่อนนิ่มดวงน้อยของตนเอง.......มีเด็กน้อยที่ไม่ค่อยปรกติ (ในสายตาของข้าพเจ้า)คนหนึ่งเฝ้าถามข้าพเจ้าว่า ดวงดาวที่เขาเฝ้ามองชื่อว่าอะไร.....เขาเดิน และเดิน และเดิน ถามและถามและถาม...... ข้าพเจ้าไม่อายที่จะตอบว่าไม่รู้ แต่ข้าพเจ้าเสียดายที่เด็กน้อยไม่ยอมจินตนาการตามหัวใจตนเพื่อค้นหาความหมายและความสวยงามในหัวใจ ดาวก็ยังคงเป็นดาว ชื่อเป็นเพียงนาม การโคจรของมันเป็นเพียงเรื่องที่เกินกำลังแห่งหัวใจข้าพเจ้าจะเข้าไปถึง เพราะก็ไม่รู้ว่ามันโคจรอย่างนั้นจริงหรือไม่..... ข้าพเจ้าไม่รอที่จะย้อนถามเด็กน้อยว่า....ทำไมเราไม่เสพซับซึมซึ้งกับความงาม และบูชามันด้วยความกตัญญูที่แต่งแต้มผืนฟ้าให้งามงด หงายใจเราให้เปิดรับเรื่องราวแห่งคืนค่ำด้วยความสุข....ไม่รู้ว่าเด็กน้อยนั้นจะเข้าใจหรือไม่ ไม่เป็นไร อย่างน้อยข้าพเจ้าก็ได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด (ที่อาจจะผิดในสายตาใครๆ) ผ่านไปสู่เขาคนนั้น.....เด็กน้อยไม่อาจจะมีความสุขได้เลย (ข้าพเจ้าคิดเอาเองอีกแล้ว) หากรักจะรู้เพียงชื่อแต่ละเลยถึงรางวัลที่ธรรมชาติประทานมาสู่มนุษย์ให้เป็นเครื่องมือต่อสู้ความทุกข์ท้อรันทด.....น่าแปลกแม้ในวันนี้ข้าพเจ้ากำลังนั่งร่ำเรียนเพียรทำความเข้าใจกับบทเรียนตรงหน้า......แต่ท้ายสุดจนสุดท้ายข้าพเจ้าก็ไม่อาจสลัดคำถามในหัวใจได้เกลี้ยงเกลากับการจับกรอง และจัดการองค์ความรู้ของมนุษย์......มันน่าตลกมั้ย....ที่มนุษย์ซึ่งเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆเทียบเท่ากับสัตว์ชนิดอื่นบนพื้นโลกใบน้อย ใช้สิ่งที่เรีกว่าความรู้ เป็นเครื่องมือปล้นชิงสิ่งของและความสุขไปจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่ควรจะได้รับ .....และที่ตลกกว่านั้น.....กลับทำร้ายพวกเดียวกันด้วยคำว่า คนโง่ย่อมตกเป็นหยื่อของคนฉลาด..... ตลกมั้ย ข้าพเจ้าว่ามันตลกดีนี่ล่ะอีกด้านที่ข้าพเจ้าไม่ยอมข้ามผ่านกับคำว่า ความรู้.....อาจขัดเคืองหัวใจ...แต่ก็ยังหวังให่ทุกท่านอภัยให้กับชายโง่ คนหนึ่งก็เท่านั้น.............
เมื่อคนเดินทาง.....หัวใจก็เดินไกล
วันนี้อาจไม่รู้.....พรุ่งนี้ก็คงยังอาจไม่รู้ (ถ้าครูไม่บอก555)
วันใดที่เราไม่อยากแบกความรู้
เราก็ไปนอนดูทะเล ป่าเขา ต้นไม้ แล้วกลับมาสู้ใหม่
ถ้าเรายังไม่พร้อมจะออกบวช
ขอบคุณค่ะ
ความรู้กับความไม่รู้ อาจไม่ใช่สิ่งที่ขีดกันระหว่างกันและกัน แต่บางครั้งความคิดต่างหากที่ทำให้เราแยกจากกัน ลองเอาความดีมาผสานสิ่งเหล่านี้ดู และความปรารถนาดีที่มีจะส่งต่อถึงกัน
ชื่นชมความตั้งใจของชายคนนี้นะ
พี่ฝน
จ้างใครเขียนให้คะเนี่ย 55+
Jan :D
โอ้โห...พระเจ้า....
โกวเล้งหรือเปล่าเนี้ยะที่เป็นเจ้าของบล๊อกนี้ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ (เป็นรอบที่ 2) ว่าอ.ไผ่จะคารมคมหอกซะขนาดนี้ เลยชักไม่แน่ใจว่าเรียนวนฯมาจิงป่าวเนี้ยะ
กวีม๊ากมากกกกกกกกก ชอบคะ อ่านแล้วรู้สึกดี ภาษาสวยดี ทำให้ย้อนมองตัวเอง ที่อยากเป็นนัก (อยาก) เขียน แต่ไม่ลงมือเขียน แล้วเมื่อไหร่จะได้พัฒนาตัวเองซะที ขอบคุณที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คะ
บางทีการไม่ปล่อยวาง หรือจริงจังกับอารายบางอย่างมากเกินไปก็อาจทำให้เราลืมความฝันของตัวเองไปชั่วขณะ
ตกลงว่าจ้างใครเขียนมาคะ 55555
^_^
ความไม่รู้อาจทำให้เราตัวหดเล็กเหลือเพียงธุลีดิน แต่ในขณะเดียวกันความไม่รู้ก็ทำให้เราเดินทางแสวงหา แม้บางครั้งการแสวงหาอาจจะทำให้เรายิ่งดูตัวเล็กลงยิ่งกว่าเดิม แต่ทุกอณูที่ในร่างกายกระจ้อยร่อยนั้น ก็ยังคงอัดแน่นไปด้วยความใฝ่รู้ รู้ไม่รู้ไม่สำคัญ แต่ขึ้นอยู่กับว่าอยากเรียนรู้หรือไม่ต่างหาก
สวัสดีไผ่
นึกว่าอ่านบทกวีของ คำพูน บุญทวี อยู่เลยล่ะ เล่นภาษา เล่นคำซะอย่างกับนักเขียนมืออาชีพ ไม่เสียแรงที่อ่านมาเยอะ ว่าแต่ว่าแม้แต่จะเขียนบทความยังถล่มตัวซะไม่มีเลยนะ ทั้งที่เป็นคนที่รู้อะไรไปเสียเกือบทุกเรื่อง(ในเรื่องที่ดีๆน่ะ) เป็นกำลังใจให้และยังคิดถึงเพื่อนเสมอนะ
เออ..อ่านแล้วก็คิดถึงอดีต อยากไปเที่ยวบ้างจะคอยตามอ่านบทความดีๆนะ