ชีวิตคือการเรียนรู้

ตั้งแต่ตัดสินใจร่วมทำวิจัยเรื่องแรกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยชุมชนร่วมกับพี่ปอหรือ อ.จิตศักดิ์  ( หนุ่มตัวใหญ่ที่นั่งทำงานโต๊ะติด ๆ กัน ) นั้นก็ต้องบอกเลยว่า  "ชีวิตมีสีสันและมีความวุ่นวายมากขึ้นกว่าเดิมเยอะจริง ๆ "  

ชีวิตที่คลุกคลี่อยู่กับการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยมาประมาณ 6  ปี  ก็ได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวในอีกรูปแบบนึงซึ่งแตกต่างไปจากการชอบเที่ยวแบบทั่วๆ  ไปที่เคยเป็นมา   ยอมรับเลยว่าต้องพยายามศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อที่จะสร้างความเข้าใจให้กับตัวเอง   ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำวิจัยเพราะก่อนที่จะเข้าสู่อาชีพอาจารย์นั้นก็รู้อยู่แล้วว่าอาจารย์กับการทำวิจัยเป็นของคู่กัน  แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ลองของหรือได้ลงมือทำวิจัยเลย  พอได้ทำวิจัยเรื่องแรกก็เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับสาขาวิชาที่จบมาเลย  งานนี้ก็เลยต้องเพิ่มความเพียรให้มากขึ้นกว่าเดิม 

แต่อย่างน้อยก็โชคดีที่มีโอกาสได้ไปสัมผัสชุมชนต่าง ๆ  อยู่บ้างตั้งแต่ปี 47  ที่มาเป็นอาจารย์สังกัดสาขาวิชาการจัดการชุมชน  จากวันนั้นมาถึงวันนี้คนภาษาไทยอย่างเราก็เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับชุมชนบ่อยขึ้นแม้ว่าจะไม่มากนัก   แถมยังได้รู้กับศัพท์แปลก  ๆ  ที่ไม่ใช่ในสายภาษาไทยมากขึ้น  เช่น  การจัดเวทีชาวบ้าน  การทำประชาคม   การทำวิจัยแบบ PAR   การลงภาคสนาม  หรือการจัดการความรู้... เป็นต้น   

3  ปีกว่า ๆ  ที่ได้เข้ามาเรียนรู้ชุมชนนั้นถือว่ายังน้อยมาก   แต่พอเริ่มเข้าสู่ปีที่ 4  ของการทำงานที่นี่ชีวิตก็ได้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่ท้าทายความสามารถและความรับผิดชอบขอบตัวเองมากขึ้นไปอีกเพราะมีทั้งงานสอน  งานบริหาร ( ฝ่ายกิจการนศ. )  และการทำวิจัย   เราจะต้องเรียนรู้และทำงานทั้งสามอย่างนี้ในเวลาเดียวกัน 

ขอบอกว่าตอนนี้  "ยังไม่เหนื่อย  ยังสนุกที่ได้รู้จักคนมากขึ้น  ได้เที่ยวมากขึ้น  ได้ทำงานมากขึ้น  และได้ปวดหัวมากขึ้นในบางครั้ง"

อย่างวันนี้ก็ได้มีโอกาสมาลองเขียนบล็อกของตัวเอง  มันเป็นสิ่งใหม่ที่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว  เราคงไม่ได้มาทำอะไรอย่างนี้หรอก  แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างมันกลับมาอยู่ใกล้ ๆ  ตัวเรา และเป็นอีกอย่างนึงเราต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ  กับการทำงานวิจัยเรื่องแรกในชีวิต 

ชีวิตยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ  และยังมีเรื่องมาเขียนอีกเพียบ  เอาไว้เราจะกลับมาใหม่

อ. หนุ่ย