เรามักจะบอกนักศึกษาอยู่เสมอ ๆ ว่า การเป็นผู้ฟังที่ดีหรือที่เรียกว่าพหูสูตนั้นเป็นทางลัดที่จะช่วยให้เราได้ความรู้ ได้เรียนรู้จากผู้ที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิมากกว่า ได้เรียนรู้จากผู้ที่มีความรู้มากกว่า ผู้ที่เก่งกว่า และได้เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า สิ่งที่พูดออกมานั้นได้ถูกกลั้นกรองหรือประมวลความรู้ทั้งหมดออกมาเป็นคำพูด แล้วมาอธิบายให้เราเข้าใจได้ ถ้าสงสัยก็สามารถถามได้ทันทีซึ่งดีกว่าที่จะต้องไปเริ่มต้นทุกอย่างเองทั้งหมดเองคนเดียวณ วันนี้ สิ่งที่เราบอกนักศึกษาไปนั้นเราก็ได้นำมาใช้สอนตัวเองได้เป็นอย่างดี บางครั้งเราอาจจะเป็นผู้พูดมากกว่าผู้ฟัง บางครั้งอาจจะเป็นทั้งผู้ฟังและผู้พูด และบางครั้งก็ต้องเป็นผู้ฟังมากกว่าที่จะเป็นผู้พูด สำหรับการได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ครั้งนี้ เราเริ่มต้นจากการเป็นผู้ฟัง ( ที่ดีหรือเปล่าไม่รู้ ) เราฟังเพื่อที่จะทำความเข้าใจ ฟังเพื่อที่จะเรียนรู้ ฟังเพื่อสร้างมิตรภาพอันดีงามให้เกิดขึ้นระหว่างคณะทำงานทั้งหมด และการฟังนี้เองก็ช่วยให้ความคลุมเครือในเรื่องที่ยังงงงวยในตอนต้นกลับเลือนหายไปทีละน้อย ๆ ๆ ๆ ความเข้าใจเรื่องกระบวนการทำงาน ความกระจ่างในเรื่องการจัดการความรู้ ( แม้จะยังไม่เก่ง แต่ก็มั่นใจและเข้าใจกว่าเดิม ) การรับรู้ธรรมชาติและความเป็นไปของผู้คนในแต่ละภาคนั้นทุกอย่างหลอมรวมกันมากขึ้น ๆ ๆ ๆ สิ่งเหล่านี้เริ่มต้นมาจาก “การได้ฟัง” เมื่อได้ฟังจนเกิดความเข้าใจแล้วก็พร้อมที่จะนำความรู้ ความเข้าใจทั้งหลายทั้งปวงที่ได้จากการฟังและการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมนั้น มาลงมือปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง …เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน… ให้บรรลุผลสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ กว่าจะเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางความหวังที่เป็นจริงได้นั้น ย่อมต้องอาศัยพลังกาย พลังใจ และพลังสมองจากพวกเราทุกคน คิด ๆ ดูแล้วเหมือนว่าตอนนี้พวกเรากำลังทำโครงการ “เรียนรู้ร่วมกัน” ไปพร้อม ๆ กันโครงการวิจัยฯ เสร็จโครงการแล้วคงได้ไปฉลองร่วมกัน ….. เย้ ๆ ๆ ๆ ( ใช่มั้ยคะ หัวหน้าโครงการวิจัย ) live and learn .... forever