ตักเอา ตักเอา...
ตักอาหารใส่จานจนพูน แยกแทบไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไรภาพอย่างนี้เจอบ่อยจัง เวลาไปกินอาหารประเภทกินตามสบายแบบไม่อั้น หรือตามงานเลี้ยงที่มีการจัดอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ (Buffet) ให้ตักอาหารเอง
ผู้จัดจะวางอาหารนานาชนิดอย่างมากมายล้นหลาม วิธีการจัดจะมีตั้งแต่ วางแยกตามประเภท ของหวาน ของคาว แยกตามสัญชาติว่าเป็นอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง หรือแยกเป็นกลุ่มกับแกล้ม อาหารมังสะวิรัติ ของว่าง ขนม ผลไม้ ทั้งนี้ก็มุ่งให้สวยงามและน่ารับประทาน
ผู้ที่ไปกินมีสองลักษณะคือ ผู้ซื้อบริการที่จัดไว้โดยเฉพาะ กินเท่าไหร่ก็ได้ จ่ายราคาเท่ากันทุกคน มีกติกาคือต้องนั่งกินที่นั่น และอย่าได้หยิบไปฝากหมาที่บ้านพร้อมน้ำจิ้มแยะๆ โดยแอบซุกซ่อนออกไปเป็นอันขาด กับผู้เป็นแขกหรือสมาชิกในงานที่ผู้อื่นจัด เช่น งานประชุมสัมมนา งานฉลองสมรส
วัฒนธรรมการกินแบบนี้ไม่ใช่ของไทย แต่ได้รับความนิยมเพราะให้ความสะดวก ทำให้เราเห็นพฤติกรรมที่ไม่งามเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้กันเสมอ โดยเฉพาะการตักอาหารมามากเกินไปจนกินไม่หมด เหลือทิ้งในจาน
คนประเภทนี้คงมีเพิ่มขึ้นแยะ จึงมีร้านอาหารบางแห่งต้องออกกฎว่า ใครตักไปแล้วกินไม่หมด จะต้องถูกปรับ
บางคน ตาโตกว่าท้อง จะยังไงก็ตักเยอะไว้ก่อน จ่ายแล้วนี่หว่า กินเหลือก็ช่างประไร บางคนเป็นพวกช่างลอง เห็นอะไรก็ตักหมด ตักทุกอย่าง ลองกินดู อันไหนกินไม่ได้ก็ทิ้งคาจาน แล้วไปตักอันที่ชอบใหม่ คนประเภทนี้น่าจะมีบทลงโทษหรือทำอะไรสักอย่างให้เกิดความละอายใจในพฤติกรรมของตนเอง
การกินอาหารที่จัดแบบบุฟเฟ่ต์ ทำให้เรากินมากเกินกว่าปกติ ลองสังเกตดูตัวเองก็ได้ว่าจริงไหม โดยเฉพาะใครที่ไปประชุมสัมมนานานๆ มีการเลี้ยงอาหารแบบนี้ทุกวัน มักจะพบว่านอกจากได้สาระจากการประชุมกลับไปแล้ว ยังได้น้ำหนักตัวเป็นของแถมกลับไปด้วย
ในการกินอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ มีข้อแนะนำและข้อสังเกตบางอย่างที่อยากเล่าสู่กันฟัง ไม่ทำตามก็ไม่เป็นไร แต่ถ้านำไปปฏิบัติได้ก็ดี เป็นศรีแก่ตัวเอง
· ก่อนกิน ควรเดินตรวจดูสักรอบให้ทั่ว จะช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้นว่า จะกินอะไร อย่างไหน ตักแต่พอดี เพราะถ้าหากเห็นแล้วตัก ไอ้โน่นก็ชอบ ไอ้นี่ก็โปรด ไอ้โน้นก็เยี่ยม จะตักเพลินจนเต็มจาน เพราะยิ่งเดินยิ่งเห็น แถมเห็นอะไรก็ชอบไปซะหมด ตักมาแล้วอาหารในจานเหมือนกองขยะไม่ผิด ไม่รู้ว่ากินเข้าไปลงได้อย่างไร
· ถ้าตรวจตราทั่วถ้วนแล้วก็เลือกตักสิ่งที่ชอบที่สุด เลือกอาหารที่เป็นประเภทเดียวกันในการตักแต่ละจาน อาหารแต่ละอย่างมีรสชาติเฉพาะ ตักมาปะปนกันทำให้ไม่ได้สัมผัสรสที่แท้จริงของอาหารชนิดนั้น การเลือกรับประทานทีละอย่างหรือทีละประเภทจะได้รสชาติของอาหารได้ดีกว่า
· จานที่วางให้ในการกินแบบนี้ จะมีจานชามหลายขนาด หลายคนหยิบใช้มั่วไปหมด แบบว่าใช้ของผิดประเภทน่ะ จานขนาดใหญ่สุดสำหรับตักอาหารที่เป็นอาหารหลักของมื้อ จานขนาดกลางสำหรับสลัดหรือจานแบ่งขนม ถ้วยที่วางไว้ก็มีหลายแบบ ถ้วยหูมักจะใช้ตักซุบ หรือแกง ถ้วยมีหูไม่จำเป็นต้องใช้จานรอง ถ้าไม่มีหูจะมีจานรองเพื่อจะได้ถือของร้อนได้สะดวก
· มารยาทของการกินอาหารในถ้วยที่มีจานรองที่เรามักละเลยกันคือ การยกช้อนออกมาวางบนจานรองเมื่ออิ่มแล้ว คนรุ่นใหม่มักไม่สนใจเรื่องของมารยาทในการกิน เคยให้เด็กชงกาแฟมาให้ เธอก็ยกมาเสริฟทั้งๆที่ช้อนคาถ้วยอยู่เลย บางคนหนักข้อเข้าไปอีก ยกถ้วยกาแฟดื่มโดยมีช้อนคาถ้วย ที่ร้ายกว่านั้นคือ ใช้ช้อนคนกาแฟตักชดเหมือนกินแกงจืดแทนที่จะยกถ้วยขึ้นจิบ เห็นแล้วได้แต่ถอนใจ
· การตักอาหารหลายๆจานมาวางไว้ด้านหน้า ความจริงก็ไม่ผิดอะไร เพราะการจัดวางแบบนี้เป็นวิธีกินของคนไทย ซึ่งวางกับข้าวไว้ตรงหน้าหลายๆอย่าง แล้วล้อมวงกันกิน ก็เลยติดนิสัยทำตามความเคยชิน แต่ในสภาพการณ์เช่นนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องทำอย่างนั้น จะกินอะไรก่อนก็ตักมา เช่นเริ่มด้นสลัดก็ตักสลัดมาก่อน แล้วก็ลุกไปตักใหม่ ไม่มีอะไรต้องอาย จะได้กะปริมาณอาหารที่กินได้เป็นระยะๆ
· ตามธรรมดาแล้วลุกไปตักใหม่ก็ต้องเปลี่ยนจานใหม่ แต่ก็ต้องใช้สายตาสังเกตดูด้วยว่า ที่ที่กินอยู่นั้นมีบริกรเดินเก็บจานหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็หยิบจานเดิมของตนไปตักใหม่ แต่ต้องแน่ใจว่าจานของตนนั้นดูเรียบร้อยพอ ไม่ใช่เลอะเทอะด้วยเศษอาหารหลงเหลืออยู่ พาลให้คนอื่นเห็นแล้วอยากคายของที่เพิ่งกินเข้าไป
· ควรเดินไปตักอาหารหลายๆ ครั้ง ดีกว่าตักมาทีเดียวกองพะเนินเทินทึก จะขี้เกียจอะไรนักหนา เดินเถอะ จะได้ช่วยย่อยอาหารไปในตัวไง หากช้อนส้อมจัดวางไว้ให้ที่โต๊ะนั่ง เวลาที่ลุกไปตักอาหารใหม่ อย่าลืมเอาออกวางไว้บนโต๊ะ ถ้าวางในจาน บริกรจะเก็บไป
· ถ้าไปพักโรงแรมหลายวัน ก็มีข้อสังเกตฝากไว้ คือ อาหารมื้อเช้าที่โรงแรมหรือรีสอร์ทจัดนั้น ส่วนมากจะเป็นอาหารเหมือนกันทุกวัน เพราะมีให้เลือกมากมายหลายอย่าง ฉะนั้น ไม่ต้องประโคมกินทุกอย่างในวันแรกก็ได้ กินแต่พออิ่มพอดี ตักอาหารที่ชอบ จะได้แน่ใจว่ากินได้ และกินหมด อะไรแปลกๆอย่าเพิ่งตัก วันต่อๆมาค่อยลองของใหม่
ข้อสำคัญคือ อย่ากินเหลือ เพราะพฤติกรรมอย่างนั้นแสดงให้เห็นถึงความไร้สมรรถภาพและนิสัยไม่ดีของตนเองในหลายเรื่อง ประมาณการไม่เป็น มีความอ่อนแอในจิตใจ ไร้มารยาท เห็นแก่ตัว ตะกละ ละโมบโลภมาก ... ... ...
สวัสดีค่ะ ได้เห็นหน้าสวยๆ ของคุณแหวว ป้าเจี๊ยบก็สบายใจเหมือนกัน..
เข้ามาเยี่ยม....
ก็มาอ่าน ๒-๓ ครั้งแล้ว โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน (ชอบ) แต่ไม่ได้ทิ้งรอยจารึกไว้....
การเลี้ยงทำนองนี้ ในสังคมพระ-เณรก้มีเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเวลาปฏิบัติธรรมเป็นหมู่คณะ....
วิธีการก็คือ... อาหารหวานคาวและผลไม้ก็จัดใส่หม้อ ถาด หรือภาชนะอื่นๆ วางไว้บนโต๊ะ... พระ-เณรจะเข้าแถวไปตักใส่บาตร (ฉันในบาตร) ส่วนผักผลไม้ก็ใส่ในฝาบาตร... หรือบางรูปก็อาจถือติดมือมาอีกต่างหาก...
และเมื่อไม่กิ่เดือนก่อนก็ไปคุมนิสิตปฏิบัติธรรม พระอาจารย์บรรยายธรรมก็บอกว่า อย่าฉันให้เหลือ อย่าพาเผื่อหมา อย่าเมตตาคนงาน ...
อย่าฉันให้เหลือ คือ บางรูปเหลือในบาตรต้องเททุกครั้ง...
อย่าพาเผื่อหมา คือ บางรูป พอถูกถามก็มักจะบอกว่า พาเผื่อหมาด้วย....
อย่าเมตตาคนงาน คือ บางรูป พาไปเยอะๆ เพื่อจะได้เอาบางส่วนไปให้พวกคนงานที่ทำงานอยู่ในวัด...
อาตมานั่งฟัง รู้สึกว่ายังไม่จบกระบวนความ จึงไปบอกท่านอาจารย์ว่าให้เพิ่ม อย่าประจานตัวเอง ...
อย่าประจานตัวเอง คือ การที่เรานำมาเยอะ ฉันเหลือ เผื่อหมาแมว หรือเอาไปให้คนโน้นคนนี้ ... เป็นการประจานอุปนิสัยบางอย่างของตัวเอง.....
ดังนั้น วันต่อมาจึงได้หลักการรับอาหารว่า...
.....อย่าฉันให้เหลือ เอาพาเผื่อหมา อย่าเมตตาคนงาน อย่าประจานตัวเอง.....
เล่าไว้เล่นๆ....
เจริญพร
นมัสการค่ะ ดีใจที่ได้ความรู้เกี่ยวกับวิถีกินในสังคมพระ-เณรเพิ่มขึ้น แต่สงสัยว่า เอาพาเผื่อหมา อย่าเมตตาคนงาน น่าจะดีไม่ใช่หรือคะ เพราะเป็นการแสดงเมตตาแก่เพื่อนร่วมโลก?
ถ้ามีกิจกรรมในวัด... หมาแมวมีกินเหลือเฟือ...
คนงานคือญาติโยมที่ไปช่วยอยู่ในวัด ก็มีอาหารรองรับมากมาย...
ดังนั้น การพาเผื่อหมา หรือ การเมตตาคนงาน เป็นเพียง ข้ออ้าง บางอย่างของผู้ที่มีความละโมบเกินปกติเท่านั้น ...
ดังคำว่า ความจริงต้องมีเหตุผล แต่เหตุผลมิใช่ความจริง...
เจริญพร
..
ได้ความรู้นำไปสอนนักเรียนเพราะชัดเจนในเนื้อหาและน่าจะพัฒนาผู้ใหญ่ด้วยกะว่าจะเขียนติดป้ายไว้เตือนผู้ที่จะไปรับประทานด้วย
ไม่ไหวแล้วครับอึดอัดพุงเหมือนมีช้างเข้าไปวิ่งอยู่ในท้อง
อย่างไรช่วยเอาออกไปด้วยเถอะครับ
ตอนรู้สึกอืดอย่างบอกไม่ถูกเลย
สวัสดีค่ะป้าเจี๊ยบ
เห็นด้วยกับป้าเจี๊ยบค่ะ คนเราเดี๋ยวนี้ทานมากจนโรคอ้วนถามหา
เมื่อก่อนเคยอ้วนมากค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ผอมลงจนคนที่ไม่ได้เจอกันหลายปี เมื่อเจอกันมักทักว่าทำไมผอมจัง
ได้บอกไปว่า วิธีลดความอ้วนมีง่าย ๆ ค่ะ ทานแค่อิ่ม อิ่มก็หยุด แต่ก่อนจะทานต้องประมาณก่อนว่าในจานจะทานหมดไหม
เพราะถ้าเหลือจะเสียดายค่ะ แล้วก็โรคอ้วนก็จะตามมาค่ะ