ตอนนี้อยู่ร้าน Internet Café ที่เมืองกาญจนบุรี ช่วงตอนบ่ายสี่โมงเย็นถึงสองทุ่มมีสอบ TOEFL ที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นตอนเย็น แวะไปอาศัยพี่ Handy ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พี่ Handy เปิดห้องให้พัก โชคดีมากเพราะจะได้คุยกันก่อนไปสุพรรณบุรี
อีกอย่างผู้เขียนยังหาที่พักไม่ได้เลย นึกว่าครูภาษาอังกฤษจะรอดจากการสอบ TOEFL ซะอีก เป็นระเบียบใหม่ที่ต้องปฏิบัติตามในขณะที่ Oregon State University ตอบรับมาแล้ว ถ้าสอบไม่ผ่านคงต้องมาสอบใหม่ ไม่ได้กลัวการสอบ แต่เบื่อการเสียเวลา เสียเงินที่ต้องสมัครสอบครั้งละ 5,600 บาท หรือประมาณ 40 $ ผู้เขียนคิดว่าแพงมาก
พรุ่งนี้เช้าพี่อ้อย ไปกับหวานใจ(พี่สะมะนึกะ) (รู้นะแอบ อิจฉาพี่อ้อยนะซิ ) ถ้าไม่ติดสอบคงไปกับพี่อ้อย
พี่อ้อยกรุณาชวนไว้ตั้งนานแล้ว ก่อนหน้านี้กังวลว่าจะไม่มีที่พักในกรุงเทพฯ เนื่องจากปกติจะแวะไปพักกับหลวงพี่ที่วัดวิเศษการ แถวๆโรงพยาบาลศิริราช ไม่อย่างนั้นก็ที่คุรุสภา แต่ช่วงนี้หลวงพี่ลงภาคใต้ พอคุยกับพี่ Handy เลยได้ที่พัก(ต้องขอบคุณพี่ Handy นะนี่) ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นเด็กน้อยเข้ากรุงหาที่พักต่อไป
คุยนานไปหน่อย ขอไปเตรียมตัวสอบก่อน ตอนนี้มีคำถามอยู่ในใจว่าเราเรียนมาเพื่อสอบ อย่างเดียวหรือไร ไม่มีวิธีการประเมินผู้เรียนที่ดีกว่านี้หรือ ใครทราบช่วยตอบผู้เขียนที ขอบคุณครับ ….
เป็นผมนะ ผมไม่ประเมินหรอก
ให้เรียนเลย
เรียนได้ อ่านรู้เลย เขียนถูกต้อง ถามตอบกันได้
สื่อสาร ตรงกัน รู้ตรงกัน เข้าใจตรงกัน
พอเพียงกับการใช้งานในการเรียนรู้
.
บ่อยครั้ง เจอคนมีความคิดดีๆ ผลงานดีๆ แต่ไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ กลายเป็นคนอีกกลุ่มไปก่อนแล้ว
มิได้มีอคติกับระบบแบบนี้นะครับ แต่บางครั้งมันปิดมุมการศึกษาหรือเปล่า
.
แต่ถ้าคนประเมินอยากได้เงิน เราก็เถียงไม่ออกเลยครับ
คิดอย่างเดียวกับคุณขจิตเลยค่ะ คุณ<div class="picture">
</div><p> ตาหยู ก็พูดถูก แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง การสอบเป็นวิธีประเมินผลที่เห็นผลเป็นตัวเลขชัดเจน (เหมือนเราสอนแล้วต้องให้เกรดนักเรียนน่ะล่ะค่ะ เอาอะไรมาวัดว่าคนนี้ได้ A คนนี้ได้ D?) เราเอาตัวเลขมาวัด</p><ul>
</ul>
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ อ.ขจิตเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เก่งอยู่แล้ว…สู้ๆ ค่ะ
ผ่านชัวร์ครับ
ตั้ง 4 ชั่วโมง เป็นผมมึน เดินเซออกจากห้องสอบแน่นอนครับ เชื่อว่าคงไม่ต้องใช้เงิน 5,600.- ต่อไปอีกนะครับ
จริง ๆ แล้วเนี่ย..นิวกำลังมองถึงประเด็นที่ว่า การที่คุณนักศึกษาปริญญาเอก ทั้งหลาย ต้องวิ่งไปสอบ toefl เนี่ย เพื่ออะไรเหรอ..ทั้ง ๆ ที่ทุก ๆ วันคุณต้อง review paper เป็นภาษาอังกฤษ อยู่แล้ว รวมถึงคุณต้องนำเสนองานในเวทีระดับนานาชาติอยู่แล้วว
การสอบเป็นเพียงแค่กระดาษที่บ่งบอกว่าคุณน่าจะเข้าใจภาษาอังกฤษได้ นิวพบว่า บางคนไปอยู่ต่างประเทศเป็น 10 ปี ยังสอบ Toefl ไม่ผ่านเลย แต่สามารถพูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้ และสามารถสื่อสารกับคนต่างชาติได้
อะไรเป็นตัวชี้วัดความสามารถกันแน่ ??
แต่ก็อย่างที่บอกนะ...กระดาษถึงแม้จะเป็นเพียงกระดาษ 1 ใบ แต่สังคมให้การยอมรับ พวกเรานักศึกษาปริญญาเอก ก็ต้องไขว้คว้ามันมาให้ได้ อย่างน้อยก็เพื่อ......(เพื่ออะไรไปคิดกันเอาเอง)...
น้องนิว คนซวย..เอ้ยย คนสวย...5555
ั
ขอให้สอบครั้งเดียวผ่านเลยนะคะ
ถ้าได้มาอ่านความเห็นนี้ก่อนเข้าสอบ ให้อ.ขจิตเอาเสื้อนอกไปด้วยนะคะ จำได้ว่าเค้าเปิดแอร์ได้หนาวเวอร์มาก
ถ้าไม่ทันก็ขอโทษด้วยที่เพิ่งมานึกได้ค่ะ
นั่นซิคะ เหมือนตอนที่เราสอบเอ็นฯ...มันราวกับว่า ชีวิตเราทั้งชีวิต จะหักเหไปทางไหน ขึ้นอยู่กับวันนั้นเพียงวันเดียวเลยหรือไร
ประเทศไทยจะมีทางออกเรื่องนี้หรือไม่ อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้นะคะพี่ขจิต
หนูเชื่อว่า อาจารย์ขจิตต้องสอบผ่านแน่ๆค่ะ
ขอบพระคุณค่ะอาจารย์ที่ไปเยี่ยม blog หนู
มด-ทิพ
แล้วพี่จะรอข่าวดีในครั้งนี้นะครับผม
รอฟังข่าวอยู่น๊า...น้องชายคนดีจ๋า...
แวะมาให้กำลังใจครับ
อาจารย์ขจิตคะ
เคยสอบเหมือนกัน สอบตั้งสองครั้งครั้งแรกเป็น paper based ครั้งที่สองเป็น computer based
แต่ internet based นี่ยังไม่เคยลอง ได้ข่าวว่าปราบเซียนน่าดู หุหุ
สมาธิสำคัญมากๆค่ะ เวลาสอบ
ขอให้ทำใจให้สบายนะคะ
ขอให้สอบได้ตามที่ต้องการนะคะ
คงจำก้านแสดได้นะคะ ตอนนี้กลับมาแล้ว ว่างจากภาระกิจ แต่เข้าระบบไม่ได้ ก้านแสดกำลังขอตรวจรูปแบบค่ะ อ.ขจิต สู้ สู้ นะคะ
ขอเป็นกำลังใจให้ อ ขจิตนะค่ะ และขอให้โชคดีในการสอบค่ะ
สำหรับข้อสงสัยที่ว่า เราเรียนมาเพื่อสอบ อย่างเดียวหรือไร ไม่มีวิธีการประเมินผู้เรียนที่ดีกว่านี้หรือ ใครทราบช่วยตอบผู้เขียนที
จริง ๆ เราเรียนเพื่อให้เรารู้จริง และปฏิบัติได้จริง วิธีการประเมินที่ดี ก็น่าจะมาวัดว่าสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ จริง ๆ การสอบ TOEFL ก็เป็นการปฏิบัติเหมือนกัน แต่เป็นการปฏิบัติที่มีการให้คะแนน เพื่อประเมินความสามารถของเรา
หลายคนไม่ชอบการสอบ เพราะทุกคนก็อยากจะให้คะแนนสอบของตนเองออกมาดี ความอยากก็กลายเป็นความกดดัน ความเครียด และความทุกข์ได้ ถ้าหากว่าเรามองอีกด้านหนึ่ง ถ้าเราสอบโดยที่เราปล่อยวางกับผลการสอบได้ เราพยายามทำดีที่สุดโดยไม่คำนึงถึงผลสอบ เราจะเตรียมตัวสอบอย่างสนุกและมีความสุข เพราะเราได้เรียนรู้สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราอยากปฏิบัติได้จริง และหากเราทำใจเช่นนั้นได้ เราน่าจะมีผลสอบได้ดี โดยที่เราไม่ทุกข์ด้วย
แต่นั้นแหละ การปล่อยวางกับผลการสอบนั้นยากเป็นอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับเราต้องเอาชนะใจตนเอง พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า ชนะตนเองเป็นชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด