ทำอย่างไร คนเรียนมากจึงจะหยิบยื่นความฉลาดช่วยเหลือสังคมเพิ่มขึ้น

ต้องขออภัย  เครือข่ายนักอ่าน

เข้ามาปั๊บผญา(พจนานุทิน) แล้วไม่มีอะไรคืบหน้า

หายไปไหน  หายไปไหน   เปล้า ! ไม่ได้ไปไหน

แต่... อินเทอร์เนทไม่เป็นใจ  เพิ่งใช้ได้ในวันนี้  ธ่อ  ธ่อ  ลมหายใจเริ่มแผ่ว  เพราะอะไร อะไร เริ่มประเดประดัง  โดยเฉพาะในยามโลกร้อนแทบจะไม่มีความเป็นตัวขอ งตัวเอง  วุ่นๆๆๆๆๆ

เลยอดบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆ  ไปหลายวันในเดือนเมษายนและวันสำคัญเหตุการณ์สำคัญ   โดยเฉพาะ  3    พฤษภาคม  เวลาหมดไปอีกแล้ว หนึ่งปี

ช่วงเมษา และพฤษภา

เป็นเดือนที่ใครๆเข้าใจว่า น่าจะได้พักผ่อน ในขณะที่นักศึกษาปิดเทอม

แต่เข้าใจผิดแน่ๆ  เพราะอาจารย์ครุศาสตร์  โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาครูฯ

ที่มีหน้าที่บริการสังคม ด้วยการอบรมครู จัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ

สิ่งที่ได้ข้อคิดในวันนี้  คือ ยิ่งเรียนสูง ยิ่งมีวิธีการหลบหลีก เอาตัวสบาย  ไม่น่าจะเกิดในยุคนี้  เพราะมีคนทำงานกันไม่กี่คน เหลือแต่"วัวเกาะคา   ม้าลำปาง  ขุนนางเจียงใหม่  ไก่ทาชมภู ครู สพฐ. ว้าย!

ที่ยังหามรุ่ง หาบค่ำ  

 หาคนมีอุดมการณ์ทำเพื่อสังคม เพื่อองค์กรน้อยเหลือเกิน

บัณฑิต  มหาบัณฑิต  ดุษฎีบัณฑิต  ทั้งหลาย ไม่ค่อยเห็นสู่ชนบท

ทำงานเพื่อสังคมท้องถิ่น  ที่จริงยังไกลไป แค่องค์กร  มีงานยังหลบๆหลีกๆ  แล้วจะเหลืออุดมการณ์อะไร

เห็นท่าจะต้องบรรจุวิชาปลูกฝังอุดมการณ์ให้นักการศึกษา นักวิชาการ

ทำอย่างไร  ที่คนเรียนมาก จึงจะหยิบยื่นความฉลาดช่วยเหลือสังคมและชุมชนยิ่งขึ้น

เพราะในยามนี้  ยิ่งเรียนสูงยิ่งแสวงหาความสุขสบายเก็บใส่ตัว ยิ่ง

เอาเปรียบสังคม 

หรือคุณว่าไม่จริง  ?!!!?