คนเราควรได้รับโอกาสในการเริ่มต้นเสมอ แต่นั่นก็มิได้หมายความว่า ให้เริ่มต้นในเรื่องเดิม ๆ ร่ำไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

สมมุติว่ามีคนมาถามท่านว่า   ระหว่างการ "ทำงาน"  กับการ "ติดตามงาน"   ท่านจะเลือกอะไรดี  ...  

 

แต่สำหรับผมแล้ว,  ผมไม่ลังเลเลยที่จะเอ่ยว่าขอเลือกที่จะเป็นคน "ทำงาน"   โดยไม่ต้อง "ตามงาน"   เพราะการทำงานถือเป็นหน้าที่ประจำของเราอยู่แล้ว    และการทำงานก็เป็นเสมือนกิจวัตรประจำวันที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย

 

แต่กลับกลายเป็นว่าในสถานะปัจจุบัน   ผมมีภาระหน้าที่โดยตรงที่ต้อง  "ทำงาน"  เหมือนกับคนอื่น ๆ  ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่บริหารที่ต้อง "ติดตามงาน"  กับลูกน้องและทีมงานอยู่อย่างไม่ว่างเว้น

 

บ่อยครั้งเหมือนกันที่เราต้องปวดเศียรเวียนหัวกับภาระกิจของการติดตามงาน   ทั้ง ๆ ที่คนทำงานต่างก็โตกันแล้ว   แต่กลับเฉื่อยชาและหลงลืมอย่างไม่น่าให้อภัย  .. โดยเฉพาะการหลงลืมและละเลยในเรื่องเดิม ๆ  ซ้ำแล้วซ้ำเล่า !  ราวกับกำลังย่ำอยู่กับที่อย่างคงเส้นคงวา  และไม่มีพัฒนาการของงานอย่างน่าสะเทือนใจ

 

หากการย่ำอยู่กับที่ของงานซึ่งหมายถึงความไม่ใส่ใจ  (Attention)  เกิดขึ้นอย่างถี่ครั้ง   งานและองค์กรย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   แต่เมื่อเกิดภาวะเช่นนี้ขึ้น  ผมเองก็เชื่อว่าหลายท่านก็ย่อม "รักที่จะให้อภัย"  กับลูกน้องได้และพร้อมที่จะให้ "โอกาส"  กับลูกน้องได้ทำงานและขับเคลื่อนงานอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ผมตระหนักเสมอว่าคนทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน  ซึ่งหากต้องพลั้งพลาดแล้วก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ   เพราะเชื่ออย่างหนักแน่นว่า  ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด  และก็ไม่มีใครปรารถนาจะผิดพลาด หรือล้มเหลวอยู่ร่ำไป .. ดังนั้น  ผมจึงใจเย็นพอที่จะรอและให้โอกาสกับคนทำงานได้แก้ตัวกับงานนั้นอีกครั้ง

 

แต่บางครั้ง,  เมื่อวันเวลาล่วงไป   เราจำต้องกลับไปสู่บทบาทและสถานะของการติดตามงานเดิม ๆ กับคนเดิม ๆ  อีกครั้ง   แต่กลับพบว่าสภาพการณ์ไม่แตกต่างไปจากเดิม   ทุกอย่างยังคงย่ำอยู่กับที่ และไม่มีอะไรสื่อให้เห็นถึงพัฒนาการของงานเลยแม้แต่น้อย  ... ราวกับงานไม่มีชีวิต   และคนทำงานก็ไม่มีจิตวิญญาณของการสร้างสรรค์ใด ๆ อีกแล้ว  

 

มันก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ผมจะต้องกระทำการพิพากษาผลของการติดตามงานนั้นอย่างชัดเจนด้วยถ้อยคำอันสุภาพในทำนองที่ว่า  "คนเราควรได้รับโอกาสในการเริ่มต้นเสมอ  แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าให้เริ่มต้นในเรื่องเดิม ๆ  ร่ำไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

เพราะนั่นย่อมสื่อแสดงให้เห็นว่า  เราไม่มีพัฒนาการที่ดีทางความคิดและการงาน   ยิ่งเป็นการงานที่เกี่ยวกับประโยชน์ของส่วนรวม  ก็ยิ่งไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง  ...  "

ผมไม่ได้เอ่ยคำว่า  ขาดความรับผิดชอบ, ไม่เอาไหน,  ไม่ใส่ใจ,  ไม่มีศักยภาพ

 

หากแต่ยังยืนยันว่า ..คนเราควรได้รับโอกาสในการเริ่มต้นเสมอ  แต่นั่นก็มิได้หมายความว่า  ให้เริ่มต้นในเรื่องเดิม ๆ  ร่ำไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

 

นี่คือ ...ถ้อยคำอันเป็นหลักคิดในการทำงานที่ผมเตรียมไว้  เผื่อว่าสักวันหนึ่ง  อาจจะต้องได้ใช้คำนี้กับการติดตามงานกับคนในองค์กร,  ก็เป็นได้