<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">วันหยุดกลับมาบ้าน นั่งอ่านหนังสือรายสัปดาห์เล่มหนึ่งที่ผมชอบอ่านเป็นประจำ สะดุดกับถ้อยคำหนึ่งในหนังสือ จากคอลัมน์ “ฝรั่งมองไทย” โดย ไมเคิล ไรท</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มีคำว่า “อนาถาทางการศึกษา” ประโยคนี้ทำให้ผมคิดไปได้เยอะทีเดียว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อนาถา หมายถึงโดดเดี่ยว ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว ไม่สนใจ ไม่เหลียวแล ดังนั้น อนาถาทางการศึกษาน่าจะหมายถึง การเข้าไม่ถึงการศึกษาของสังคม การถูกเพิกเฉย ขาดการเหลียวแลใยดี เป็นการศึกษาแบบทิ้งๆขว้างๆ ไม่ถึงแก่นการเรียนรู้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไมเคิล ไรท ได้วิพากษ์ ถึงปรากฏการณ์ไขว่หาหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของสังคมไทย และวิพากษ์ที่มาของประวัติศาสตร์ที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง จนถึงขั้นอุปโลกน์ สิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเองก็มองว่า เราล้วนอยู่ในกระแสกลุ่มคนอนาถาทางการศึกษา ถึงแม้ว่าได้รับการศึกษาจากสถาบันต่างๆ ได้ผลผลิตเป็นปริญญาบัตรแต่กลับไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นและเป็นแรงพลังขับเคลื่อนให้กับสังคมได้ อย่างที่ควรจะเป็น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นเพราะการศึกษาในระบบเป็นเพียง Explicit knowledge จะว่าไปก็เพียง 20 % ของการเรียนรู้ ส่วน Tacit knowledge อีก 80 % ที่ต้องใช้วิธีการสังเคราะห์จากองค์ความรู้เป็นปัญญาจากตัวคน แต่จะมีสักกี่คนที่จะก้าวถึงระดับแบบนั้น เพราะระบบการศึกษาผูกติดวิธีคิด หล่อหลอมให้คนคิดแยกส่วน คิดไม่ปะติดปะต่อ หรือแม้กระทั่งมองรากเหง้าที่ตัวเองเกิดมาไม่เห็นความดีงามของวิถีตนเอง ความภูมิใจที่ลดลงทุกที….นี่หละ ปรากฏการณ์อนาถาทางการศึกษาไทยของจริง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บทส่งท้าย…ที่ไมเคิล ไรท์ เขียนก็จับใจผมนัก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“ในที่สุดผมได้แต่โทษระบอบสังคมและการศึกษาที่ผูกวัฒนธรรมและความรู้ดีๆ ไว้เป็นสมบัติเฉพาะของชนชั้นผู้ดี แล้วทิ้งประชาชนจำนวนมากเป็นอนาถาให้งมงายขวนขวายหาที่พึ่งกับผีสางเทวดาที่ไม่มี (และไม่เคยมี) ในโลกแห่งความเป็นจริง”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>นั่น!!! เป็นความจริงที่เราต้องเปิดใจยอมรับครับ
อนาถาทางการศึกษา
เป็นความจริงที่เราต้องเปิดใจยอมรับ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
เพื่อนร่วมทาง · 8 พ.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 8 พ.ค. 2550
ศูนย์GTXNAN2 น่านคริสเตียนศึกษา · 8 พ.ค. 2550
น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ · 8 พ.ค. 2550
Dr.Anongpanuch · 8 พ.ค. 2550
ช่างเป็นการผ่า กลางอกสังคมไทย แล้ว ควักใจ ออกมาดูจริงๆเลยครับ
ขอบคุณ ครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>บางทีความจริงที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งจากระบบวิธีคิดการวางแผนเพื่อพัฒนาประเทศที่ไม่ได้มองถึงพื้นฐาน ความเป็นจริงของสังคมเมืองไทย</p><p>ฝรั่งมองไทย เขาก็มองกันตรงๆ เว้ากันซื่อๆนะครับ</p><p> </p>
สวัสดีครับน้องเอก
ประเด็นนี้ “ในที่สุดผมได้แต่โทษระบอบสังคมและการศึกษาที่ผูกวัฒนธรรมและความรู้ดีๆ ไว้เป็นสมบัติเฉพาะของชนชั้นผู้ดี แล้วทิ้งประชาชนจำนวนมากเป็นอนาถาให้งมงายขวนขวายหาที่พึ่งกับผีสางเทวดาที่ไม่มี (และไม่เคยมี) ในโลกแห่งความเป็นจริง”
มุมมองหนึ่งนะครับ พี่ว่า หากเป็นโบราณพี่ก็ว่าการนับถือผีสางนางไม้เทวดา ก็ดีแล้ว เพราะลึกๆเขาก็มีความหมายในทางที่ทำให้สังคมอยู่อย่างผาสุข เพราะคนเกรงกลัว ไม่กล้าทำผิด หากจะงมงายเพื่อสังคมอยู่กันอย่างมีสุข ก็ดีกว่าฉลาดปราดเปรื่องแต่รบราฆ่าฟันกัน เอารัดเอาเปรียบกันอย่างปัจจุบัน
แต่เมื่อสังคมก้าวมาถึงปัจจุบัน มองย้อนหลังไปเห็นสิ่งนั้นเป็นเรื่องล้าหลัง งมงาย แล้วระบบการศึกษาไทยปัจจุบันมีส่วนดีก็มาก ส่วนบกพร่องก็ประจานกันอยู่ทุกวันนี้
พี่ไม่สรุปนะครับ
พี่ก็ชอบอ่านงานของไรท์ เพราะได้มุมที่ไม่เคยมองครับ
"ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"
เป็นคำที่ได้ ยินทุกครั้งที่มีการพยายามอธิบายสิ่งต่างๆ
ระบบการศึกาาขั้นพื้นฐาน(ครอบครัว) ของเราป้อนมาอย่างนี้แล้วครับ
เป็นเรื่องที่น่าเศร้าทุกครั้งที่ได้ฟังครับ
พี่บางทรายครับ
ผมเองก็ชอบมุมมองของ ไรท์ ทุกครั้งที่อ่าน ผมคิดว่าวัฒนธรรมการวิจารณ์หากเราเปิดใจให้กว้างก็จะเห็นตัวเราเองชัดขึ้น
ผมเห็นด้วยว่า ระบบการนับถือ ผี สาง เทวดา ของคนไทยเราแต่ครั้งอดีต ถือว่าเป็นจารีต เป็นกฏเกณธชฑ์ที่ผูกติดกับความเชื่อ เป็นกุศโลบายที่ทำให้คนอยู่ในกรอบ..นี่เป็นข้อดีครับ
ส่วนระบบการศึกษาก็เช่นกัน ส่วนดีก็มี ส่วนไม่ดีก็คงต้องช่วยกันคิดใหม่ครับ ว่ายุทธศาสตร์พัฒนาระบบการศึกษาควรก้าวไปอย่างไร
ทุกวันนี้เรียนปริญญาโทก็โปรโมทแถมโน๊ตบุค บล๊อกคอร์ส ไปต่างประเทศ ผมคิดว่า ในที่สุด การศึกษาระบบพาณิชย์แบบนี้ เป็นจุดอ่อนของเมืองไทย
แต่ผมก็ได้ดีมาเพราะการศึกษาครับ ฉะนั้นแล้วส่วนดีก็มีมาก แล้วแต่ใครจะเก็บมาพัฒนาตนเอง ดึงความรู้มาเป็นปัญญาให้มากที่สุด
ขอบคุณพี่บางทรายมากครับ
วันก่อนผมไปขอนแก่นได้เจอพี่สาว(แฟนพี่บางทราย)แล้วครับ ที่ RDI มข. และได้ทักทายกัน ฝากความระลึกถึงด้วยนะครับ
"ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" เป็นการตอกย้ำถึง การแสวงหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เช่นกัน
ผมเองก็เติบโตมาจากความเชื่อที่หลากหลายเหล่านี้ การศึกษา เรียนรู้เองก็ทำให้ผมเข้าใจ วิเคราะห์สิ่งที่เห็นเป็นเหตุเป็นผล (ซึ่งบางทีก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายแบบเหตุผล)
บ่อยครั้งที่ผู้ใหญ่จะตัดบทเมื่อเราถามซอกแซก ...
ก็ใช้เหตุผลในการดำเนินชีวิตมากขึ้นครับ แต่ก็อีกละครับ เหตุผลก็ไม่จำเป็นกับทุกเรื่อง
ขอบคุณครับ ที่มาเติมเต็มและเเลกเปลี่ยนครับ
สวัสดีค่ะคุณเอก
อาฮ้า ! อนาถาทางการศึกษาและการศึกษาระบบพาณิชย์..รวมทั้งการไม่รู้จักวิเคราะห์ สังเคราะห์สิ่งที่ตนมีให้เกิดเป็นปัญญา ชอบจำมาทั้งดุ้น..ทำวิจัยก็ไม่เคยดูว่าจะเอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง ( อันนี้เบิร์ดต่อเองค่ะ )..ล้วน " โดน " ทั้งสิ้น แล้วเราควรทำอย่งไรดีล่ะคะคุณเอกที่จำทำให้สิ่งเหล่านี้เบาบางลง ( ดึงให้กลับไปตอบบล็อกเบิร์ด อิ อิ )
ขอบคุณค่ะสำหรับคำตอบที่มันส์จริงๆ
สวัสดีครับ คุณ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table>จริงๆแล้วผมก็อยากจะเชื่อมไปที่บันทึกของ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ที่ท่านเขียนบันทึกเรื่อง เจ้าแก่มันตายแล้ว เราจะวิเคราะห์ต่อไปอีกว่า นอกจากเจ้าแก่จะตายแล้ว ยังมีสิ่งที่ใกล้ตายอีกมากในเรื่องนั้น</p><p>แล้วผมจะตามไปตอบที่บันทึกคุณเบิร์ดนะครับ</p>
มุมมองของผมนะครับ...
ผมไม่ค่อยชอบการวิจารณ์สังคมไทย จากมุมมองของชาวตะวันตกเท่าไหร่นัก...
ความแตกต่างของแต่ละสังคม แต่ละวัฒนธรรม มันยากที่จะเข้าใจ หากเราไม่มีข้อมูลมากพอในเรื่องนั้น ๆ ครับ...
ขอบคุณมากครับ...
คุณดิเรก

Mr.Direct
ครับ
ก็มองกันไปครับ ผมก็อ่านและเก็บมุมมองที่เขามองเรา ก็มีส่วนจริงเยอะทีเดียว
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ว่าระบบสังคมเฉพาะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมาก ไม่ใช่เห็นเพียงผิวเผินแล้วเก็บมาวิจารณ์
อย่างนั้นก็เถอะครับ วิจารณ์แบบนี้ ก็คงมีส่วนจริงบ้าง... :)
นักวิจัยที่ทำงานกับพื้นที่ตระหนักเรื่องนี้ดีครับ
ขอบคุณมากๆครับผม คุณดิเรก
คุณเม้ง ครับ
บางทีสื่อมวลชนนิยมใช้คำหนักๆ แรงๆเพื่อจะจุดประกาย เพื่อสร้างจุดสนใจ
ในส่วนตัวผมเห็นด้วยมากทีเดียว ประสบการณ์ด้านที่เจอ เราก็พบความอ่อนด้อยเรื่องนี้อยู่ จริงอยู่ครับ มองให้เป็นกลางก็มีทั้งดีและไม่ดีปะปน อยู่ที่นำประยุกต์เลือกสิ่งดีๆที่เรียกว่า Best prectice เราก็พยายามกันอยู่
เป็นเรื่องดีครับร่วมมือร่วมใจ เพื่อพัฒนาโดยคนรุ่นใหม่ และนักพัฒนาที่เข้าใจ
ทำไมจึงโทษระบบ?
ในหนังสือที่อ่าน หรือ คนหลายคนต่างกร่นด่าระบบว่าเป็นสาเหตุให้ล้มเหลว เป็นต้นตอให้เกิด อนาถาทางการศึกษา
ถามว่าจริงมั้ย ผมก็ว่าจริงครับ แต่ลึกกว่านั้นคือ "คน" ที่ร่วมกันสร้างระบบ บริหารระบบที่มีปัญหามากว่า
บางที Bad practice ก็ฉุกใจคิดได้ดีเหมือนกัน
เพราะเป็นสังคม ตั้งแต่สังคมเล็กระดับชุมชน จนถึงสังคมโลก ทำอะไรก็ถึงกันได้หมด แบบเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว
การวิพากษ์ วิจารณ์ หมายถึงภาพลักษณ์ที่ปรากฏสู่สายตาประชาคมโลก เพราะไปเร็วและแรงผ่านสื่อที่หลากหลาย
ดังนั้นแล้ว จึงจำเป็นที่ต้องสนใจ ใช่หรือเปล่าครับ??? ที่ผมคิดแบบนี้
ผมคิดว่าผู้ใหญ่ที่เป็นระดับผู้บริหารเข้าใจปัญหาแบบนี้ดี และพยายามจะแก้ไขปัญหาอยู่ ด้วยว่าปัญหามันหมักหมมยาวนานและซับซ้อน การคิดใหม่จึงต้องใช้พลังของความคิดและบุคลากรที่มีคุณภาพ
หากจะแก้ไขปัญหาอาจต้องเปิดใจกว้าง
...........................
ไม่ได้ดุดันมากหรอกครับผม เพียงอ่านแล้วสะดุดเลยเอามาเล่าสู่กันฟังเผื่อประเด็นนี้จะได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ขอบคุณมากครับอาจารย์ :)
ไม่รู้สิครับ...ในมุมมองผม ผมเห็นว่าบ้านเมืองเราก็ดูแลเรื่องการศึกษาพอสมควรแล้วนะ จนบางครั้งผมก็มองว่าถูกดูแลมากเกินไปจนกลายเป็นการศึกษาไม่รู้จักโต
ผมจึงอยากสรุปว่า ระบบการศึกษาบ้านเราโอเคแล้วแหละ ดีกว่าบ้านอื่นเมืองอื่นเยอะ แต่คนบ้านเรา "ไม่รักการเรียนรู้" เท่านั้นเองครับ
ขอต่อประเด็น อ.ย่ามแดง นะครับ
ทำอย่างไร ให้คนไทยรักการเรียนรู้????
How to????
มาเพิ่มเติมครับ...
สิ่งที่เกิดขึ้นบางทีก็ไม่ได้เกิดจากเรื่องระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียว มีปัจจัยทางสังคมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนในสังคมครับ...
ขอบคุณมากครับ...
หวัดดีค่ะ คุณเอก
สบายดีนะคะ ไม่ค่อยมีเวลาต่อยอดกระทู้ แต่ก็คอยติดตามอยู่คะ
สังคม การศึกษาและความรู้ดีๆ ที่ผูกวัฒนธรรมและความรู้ดี ๆ ไว้กับชนชั้นผู้ดี แต่อย่าลืมนะคะ ว่า "การศึกษาในระบบเป็นเพียง 20 % อีก 80 % เป็นเรื่องของการสังเคราะห์องค์ความรู้" <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าชนชั้นผู้ดี จะได้เปรียบในส่วน 20 % ก็จริงอยู่ แต่ในส่วนของการสังเคราะห์องค์ความรู้อีก 80 % นั้น อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น นอกจากความมีโอกาสในการเรียนในระบบ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าบุคคลนั้น ๆ ถูกเลี้ยงดูมาแบบที่มีการฝึกฝนการคิดวิเคราะห์ด้วย(ลำแข้ง)ตัวเองมาต้องแต่เล็ก ก็น่าจะสามารถเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จได้มากกว่า ชนชั้นผู้ดีบางส่วน ที่มีการศึกษา แต่อาจจะไม่มีกระบวนการคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง เนื่องจากมีผู้คิดให้ และทำให้ตลอดค่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น ถ้าจะพิจารณาปรับปรุง อาจจะต้องมองทั้งในเรื่องโอกาสในการศึกษา และโอกาสในการเรียนรู้ของคน</p>
ต่อ อ.ย่ามแดง อีกครับ
ประเด็น "ไม่รักการเรียนรู้" น่าสนใจดีครับ
- การแข่งขันเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับที่สูง โดยใช้วิธีคัดเลือก ผู้ที่พร้อมกว่าก็ได้เข้าไป คนที่ด้อยก็หลุดออกไป ส่วนใหญ่ผู้ที่พร้อมก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้อันมีจะกิน คนจนก็กระเด็นตกขอบไปเลย
- คุณภาพการสอนในโรงเรียนที่ต่างระดับ (เท่าที่เห็นมาก็เห็นว่าจริง)
ปัญหาที่มีสารพัน ผมคิดว่า เราคงต้องมีเวทีในการเรียนรู้ วิเคราะห์ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่าทางออกน่าเป็นแนวทางใด...
ขอบคุณ คุณดิเรกที่มาเต็มเต็มครับ
หากวิเคราะห์กันไปให้ลึก คงเจอความซับซ้อนของปัญหาที่โยงใยกันอยู่
ในบันทึกนำเสนอมุมเฉพาะ "การศึกษา" ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาชาติ
หากการวิพากษ์วิจารณ์ครั้งนี้ เป็นจริงบ้าง...คราวนี้ก็เป็นโจทย์ใหญ่ที่เราต้อง ไคร่ครวญให้ดี และจะร่วมด้วยช่วยกันอย่างไร??