ครูสมศรี สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มา 20 ปี ไม่เคยได้สอนชั้นอื่นเลย ครูสมศรีจึงมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในหนังสือเรียนที่สอนได้เป็นอย่างดี สามารถจำข้อความในหนังสือทั้งเล่มได้หมด ซึ่งครูสมศรีรู้สึกภูมิใจในความสามารถของตนเอง และสอนนักเรียนมา 20 ปี โดยไม่มีปัญหา
พักกลางวันวันหนึ่งขณะที่ครูสมศรี นั่งอยู่ที่ห้องพักครู มีเด็กชายวิชา ที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเคยเรียนกับครูสมศรีเมื่อปีที่แล้ว วิ่งเข้ามาหยุดตรงหน้า แล้วบอกครูสมศรีด้วยความตื่นเต้นว่า
“ ครูครับ… ครูครับ เจ้าแก่มันตายแล้ว”
ครูสมศรีไม่เข้าใจในคำบอกเล่าของเด็กชายวิชา จึงถามว่า
“ ควายที่บ้านเธอหรือ มันแก่ตายหรือเป็นอะไรตาย”
เด็กชายวิชาแปลกใจที่ครูสมศรีไม่เข้าใจที่เขาพูด ก็พยายามอธิบายต่อ
“เจ้าแก่ไง คุณครูจำไม่ได้หรือ”
ครูสมศรีก็ยังงุนงงและรู้สึกรำคาญ จึงพูดตัดบท
“เธอบอกมาเลย ไม่ต้องพูดอ้อมค้อม”
เด็กชายวิชา จึงอธิบายว่า
“ ก็ม้าที่ชื่อเจ้าแก่ที่คุณครูสอนในหนังสือแบบเรียนภาษาไทย ชั้น ป.1 ไง มันมาตายในหนังสือเรียนชั้น ป. 2 แล้ว “
ครูสมศรีจึงถึงบางอ้อ เพราะครูสมศรีสอนหนังสือภาษาไทย ชั้น ป.1 ในหนังสือเล่มนี้มา 20 ปี ยังไม่เคยตามไปอ่านหนังสือในชั้น ป.2 เลย จึงไม่รู้ว่าเจ้าแก่มาตายในชั้น ป. 2
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... ถ้าครูไม่อ่าน ไม่ศึกษาค้นคว้า จะปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จได้อย่างไร


ถูกต้องค่ะมีเกิดก็มีตายเป็นธรรมดา วิชาเก่งค่ะที่เชื่อมโยงเนื้อหาได้ เขากำลังเรียนปริญญาชีวิตไปด้วย
ครูสมศรีสรุป
ตามมาอ่านแบบขำ ๆ ราณีไม่เคยเรียนหนังสือเกี่ยวกับ มานี มานะ ปิติ ชูใจหรอกค่ะ เพราะไม่ทัน (หนังสือไม่ทันเรา เราเกิดก่อนหนังสือ เป็นหลักสูตรเก่าค่ะ )
คนที่อยู่ในยุคหนังสือ มานี มานะ ปิติ ได้อ่านหนังสือที่อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ (ผู้เขียนหนังสือนี้) ได้ย้อนรอยเขียนพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มหนึ่งให้ตัวละครเหล่านั้นมาโลดแล่นในยุคปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ขายดีมาก อาจารย์รัชนีเอามาแจกผมเล่มหนึ่งด้วย
อิ อิ คุณเม้งมาโปรโมทถึงถิ่นเลย นายแน่มั่ก ๆ 5555
สวัสดีครับท่าน
บันทึกนี้ เหมือนนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า กบนอกกะกา ประมาณนี้นะครับ
แต่เรื่องมานีมานะน่าสนใจมาก โครงการเรียนแบบสอนจินตนาการไปด้วย น่าจะกลับมา การท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองไม่เห็นเสียหายตรงไหน
ผมจำเอก 7 โท 4 ในโครงสี่สุภาพได้ก็เพราะได้ท่องจำ สูตรคูณจำไม่ลืมก็ท่องจำ กลอนแปดสุนทรภู่ก็ท่องจำ แล้วอยากรู้เหมือนกันว่ามันไม่ดีตรงไหนครับนี่
เคยดูหนังนะครับ ฝรั่งสอนเด็กของเขาก็ให้อ่านวรรณกรรมของ เชคสเปียร์ แล้วก็ตีความ หรือว่าพูดถึงความสละสลวยของภาษา ก็น่าจะคล้าย ๆ สมัยก่อนผมต้องท่องกลอนของสุนทรภู่ให้ได้แล้วไปสอบ หรือต้องขับบทเห่เรือได้ประมาณนี้ ละเมียดละไม และแยบยลอย่างยิ่งยวดครับ
ขำมากค่ะ อาจารย์ แต่ขำปนเศร้า
เพราะว่าสะท้อนชีวิตจริงบางส่วน
หลักสูตรบูรณาการแต่สอนแบบแยกส่วน เกิดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ผู้เชียวชาญไม่เคยเชื่อมโยงให้เกิดความต่อเนื่อง ปล่อยให้นักเรียนขับเคลื่อนความบูรณาการเองเชื่อมโยงเรียงร้อยเอง
เรื่องเล่าของอาจารย์คลาสิกมากเลยค่ะ..ขออนุญาตเอาไปเล่าต่อค่ะ
มานีมีหมาชื่อ เจ้าโต ส่วนชูใจเลี้ยงแมว ชื่อ สีเทา
นิทานที่เล่าในแบบเรียนมี โสนน้อยเรือนงาม เนื่องจากมานีกับชูใจเย็บกระทงใบตอง แล้วย่าชมว่า ทำสวยเหมือนโสนน้อย
</p>
ดีใจจังที่เรื่องเล่านี้ทำให้เราย้อนอดีตสู่การวิเคราะห์สร้างเสริมปัญญา จากหลายๆท่าน ซึ่งล้วนแต่ลุ่มลึกทั้งสิ้น ผมจะนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ อาจารย์รัชนี ผู้เขียนหนังสือนี้ให้ทราบถึงเสียงสะท้อนอันทรงคุณค่าของทุกท่านครับ
น่าจะมีใครสักคนนำประเด็นหนังสือประเภทนี้มาเล่า เพื่อให้กูรูในเรื่องนั้นๆมาแลกเปลี่ยนกัน
สิ่งที่ผมเห็นตรงกับหลายๆท่านคือเรื่องการสร้าง "จินตนาการ" และ "การซึมซับวิถีชีวิตอันงดงาม" ครับ รวมทั้งกระบวนการสร้างความรู้ที่คุณสุมิตรชัยนำ
ของบลูมมาแลกเปลี่ยน ที่เราเคยท่องจำตอนเรียนว่า “จำ ใจ ใช้ วิ สัง ประ”นั่นแหละ
เห็นรูปหนังสือที่ท่านหนึ่งนำมาฝากทำให้หลายคนคงกระหายอยากมีหนังสือเล่มนี้ใช่ไหม?
ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ
สวัสดีอีกครั้งครับ
ได้เลย…
ขำเจ็บมากค่ะ นึกถึงประโยคที่ว่า
"เราต้องรู้ละครทั้งเรื่องก่อน เราถึงจะรู้แจ้งว่าเราต้องเล่นบทบาทเราอย่างไร"
"You have to know the whole play in order to play your part."
ขอบคุณมากๆนะคะ ขอนำไปเล่าต่อเมื่อมีโอกาสนะคะ เรื่องนี้ต้องจำไว้เลย : )
สะท้อนอะไรออกมาเยอะเลยนะครับ
จินตนาการของเด็กถูกเจ้าแก่กักขังไว้
ความรู้ที่ถูกเจ้าแก่เก็บ
การศึกษาที่เจ้าแก่ไม่ได้ผิดกับเขาด้วยเลย