ชาวบ้านมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ...ภูมิใจที่นำความรู้กลับเข้าไปในชุมชนถึงทุกครัวเรือน เป็นการช่วยคุณหมอได้ เพราะลำพังแพทย์ที่มีไม่มากคงไม่สามารถเข้าถึงชุมชนได้ทุกครัวเรือนเมื่อทุกคนในชุมชนมีสุขภาพดี ชุมชนก็จะสามารถไปช่วยกันพัฒนางานใหญ่ได้

วันที่สามของการปฏิบัติงานที่พิษณุโลก

ทีมPCUของร.พ.พุทธชินราชจัดให้ไปที่ศูนย์สุขภาพชุมชนบ้านกร่าง  เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทีมเจ้าหน้าที่PCUที่ประจำการดูแลอยู่ที่ศูนย์ฯและแกนนำชุมชนพูดคุยกันในเรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ว่าเขาทำงานกันอย่างไร คนจากชุมชนทำอะไรในเรื่องเหล่านี้ ทั้งการจะรู้ว่าตัวเอง ครอบครัว และคนอื่นๆในชุมชนมีความเสี่ยงที่จะเป็น หรือเป็นอยู่แต่ไม่รู้ตัว และเมื่อเป็นแล้วดูแลกันอย่างไร

แกนนำชุมชนที่มาคุยกันมีทั้งคนที่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) คนที่ไม่ได้เป็นแต่ป่วยจากเบาหวานอยู่ สมาชิกชมรมร่วมใจต้านภัยมะเร็ง สมาชิกชมรมเบาหวาน-ความดันโลหิตสูง สมาชิกชมรมออกกำลังกายสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ทุกชมรมรวมกันเป็นชมรมสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งคุณปรีชา ศรีชา รองนายกอบต.เป็นประธานของชมรมใหญ่นี้อยู่ และยังเป็นแกนนำของชมรมเบาหวานด้วย เรียกว่าสวมหมวกหลายใบ

ทุกคนที่มาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่ทำงานเพราะสนุก คลายเครียดที่ได้มาพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูงในชมรม และได้ทำสิ่งที่มีประโยชน์โดยสมัครใจ ไม่ได้มีค่าตอบแทนใดๆ คนจากชุมชนได้รับการอบรม ฝึกการเจาะเลือดตรวจน้ำตาล เรียนรู้เรื่องอาหารว่าผัก ผลไม้และอาหารอะไรที่เหมาะกับคนเป็นเบาหวาน เป็นการเรียนรู้จากของจริง ได้จับได้ต้อง ได้ลงมือปฏิบัติ ที่น่าสนใจคือเขามีความเข้าใจเรื่องการเป็นGood Model และมีวินัยในตัวเองมาก

หมออนามัยและเจ้าหน้าที่จากPrimary Care Unitของร.พ.พุทธชินราช ไม่ใช่แค่ผู้มาสอน มาบอก แต่ยังได้เรียนรู้พืชสมุนไพรบางชนิดที่ชาวบ้านนำมาใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน โดยไม่ตัดสินว่าเป็นสิ่งไร้สาระหรือไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ชาวบ้านก็รู้สึกดีที่คนมีความรู้ยังเห็นความรู้พื้นๆของเขาว่ามีคุณค่า

คนจากชุมชนเองเมื่อมีความรู้ก็ตระหนักว่าต้องช่วยผู้อื่นด้วย ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น คนในหมู่บ้านเดียวกันญาติพี่น้องกันทั้งนั้น จึงชักชวนกันทำสิ่งดีๆ การตั้งเป็นชมรมต่างๆก็ริเริ่มจากใจของชาวบ้านเองที่อยากมีกิจกรรมที่ทำให้มาเจอกันได้บ่อยๆกว่าการพบกับแพทย์และทีมPCUที่เข้าไปทีพื้นที่เดือนละครั้ง เขาชวนกันไปออกกำลังทุกวัน มีครูมาสอนจนนำกันได้เอง

ใครที่ยังไม่มาร่วมออกกำลังเขาก็จะไปถึงบ้านไปไถ่ถามปัญหาและช่วยแก้ปัญหาเพื่อให้สามารถไปออกกำลังกายด้วยกันได้ เช่นปู่ ย่าที่ต้องอยู่บ้านดูแลหลานเล็กๆ คุณปรีชาก็จะไปพูดกับลูกให้ว่าควรไปจ้างเลี้ยงเด็กในช่วงให้ปู่ ย่าไปร่วมกิจกรรม ในหมู่บ้านมีบริการเสียเงินแค่เดือนละสองสามร้อยบาท หากผู้สูงอายุแข็งแรงก็จะไม่ป่วย ไม่ต้องไปเสียเงินรักษาตัวมากๆทีหลัง

เขาเห็นคุณค่าและความสำคัญของการออกกำลังกายในการรักษาและป้องกันโรค ฟังแล้วเรายังอายที่ไม่มีวินัยกับการทำอะไรดีๆเพื่อตนเอง

เมื่อมีการมาเจอกันที่ออกกำลังกายทุกวัน ชาวบ้านจะเอาผลิตผลจากบ้านมาขายให้สมาชิก เช่นผักต่างๆที่ชาวบ้านปลูกกินเองไร้สารพิษอยู่แล้ว บางทีก็มีการทำขนมมาขาย ได้ช่วยกันซื้อ เป็นการสร้างรายได้ สมาชิกจึงนิยมมากันสม่ำเสมอไม่ต้องบังคับใจกัน

คุณปรีชาย้ำว่ากิจกรรมที่ทำๆกันอยู่นี้พูดได้เต็มปากว่าชาวบ้านมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สิ่งที่ทีมPCUอบรมให้มีความรู้ เช่นการเจาะเลือดที่นิ้วเพื่อการตรวจน้ำตาล การตรวจคัดกรองผู้เป็นมะเร็งเต้านมด้วยวิธีการคลำ และการดูแลสุขภาพเท้าสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ทำให้ภูมิใจที่นำความรู้กลับเข้าไปในชุมชนถึงทุกครัวเรือน เป็นการช่วยคุณหมอได้ เพราะลำพังแพทย์ที่มีไม่มากคงไม่สามารถเข้าถึงชุมชนได้ทุกครัวเรือนเมื่อทุกคนในชุมชนมีสุขภาพดี ชุมชนก็จะสามารถไปช่วยกันพัฒนางานใหญ่ได้

การที่ชุมชนบ้านกร่างสามารถคิดและทำอะไรดีๆขยายขึ้นเรื่อยๆได้โดยคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพและได้รับการสนับสนุนจากอบต.เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาในเรื่องงบประมาณสนับสนุน(ในขณะที่อบต.ส่วนมากมักเน้นที่การสร้างตึก สร้างถนนเป็นเรื่องของผลประโยชน์ส่วนตัว) คุณปรีชาบอกว่าเป็นเพราะตัวเองเป็นรองนายกอบต.ที่เป็นเบาหวานอยู่เองจึงเข้าใจความสำคัญทีจะต้องทำงานเชิงรุกเช่นนี้และสามารถพูดกับนายกอบต.ให้เข้าใจจนได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบงบประมาณด้านสุขภาพของชุมชนทั้งหมด

คุณปรีชาถึงกับกล่าวว่า"ผมอยากได้นายกอบต.ที่เป็นเบาหวาน จะได้เข้าใจเรื่องนี้เหมือนที่ผมเข้าใจ" จนพี่ๆอสม.และสมาชิกชมรมต่างๆฮาครืน ว่าคุณปรีชาหาเสียงให้ตัวเองในการเลือกอบต.ครั้งหน้า

ได้สัมผัสเรื่องดีๆที่งอกงามในบริบทของชุมชน ที่เขาสามารถตระหนักถึงพลังของตนเองในการดูแลชีวิตของคนทั้งชุมชนในการก้าวไปด้วยกันเช่นนี้ ทำให้ความเชื่อมั่นว่าแผ่นดินไทยจะยังไม่แตกสลายคงผลิบานอยู่ในใจและจะงอกงามต่อไปเช่นกัน