หลายท่านอ่านหัวเรื่องแล้วคงจะมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว แต่ขอความกรุณาเก็บเอาไว้ก่อน เดี๋ยวตอนท้ายผมจะรบกวนขอความคิดเห็นในเรื่องนี้นะครับ
ผู้เขียนเอง มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ไม่บอกก็คงรู้ใช่ไหมครับว่าอยู่ภาคอีสาน ก่อนอื่นขอโปรโมทของดีจังหวัดอุบลก่อนนะครับ อุบลมีหลายอย่างที่อร่อยครับ ที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ หมูยอ ตามด้วย ก๋วยจั๊บญวณ(แต่ที่โคราชมี หมี่โคราชครับ อร่อยมาก ส่วนใหญ่จะเจอแต่เส้นครับ) และสถานที่ท่องเที่ยวอุบล ก็มีเยอะครับ อาทิ ผาแต้ม น้ำตกสร้อยสวรรค์ ซึ่งตอนบนของน้ำตกจะเป็นทุ่งดอกหญ้าที่สวยมาก ๆ ซึ่งทุ่งดอกหญ้านี้สมเด็จพระราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพฯ เคยเสด็จมาหลายครั้ง และทรงตั้งชื่อดอกหญ้าเหล่านั้นไว้หลายชนิด ไว้โอกาสต่อไปผู้เขียนจะนำรูปและชื่อดอกหญ้าแต่ละชนิดมาให้ดูกันครับ และตอนนี้ทุ่งดอกหญ้านี้ก็มีคนดูและเป็นประจำ เวลาดอกหญ้าแต่ละชนิดออกดอกพร้อมกันจะสวยมาก ๆ ยิ่งตอนเช้าที่มีน้ำค้างเกาะอยู่ปลายยอดหญ้า เหมือนกับอัญมณีเลยครับ (ไม่ได้โม้นะครับ สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองครับ)
เชื่อว่าแต่ละภาคก็จะมีภาษา ศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามแตกต่างกันออกไป เช่นภาคใต้ก็จะมีโนรา ... ภาคกลางมีโขน ลิเก... ภาคเหนือ ไม่แน่ใจแต่ที่เห็นชัดคือท่วงท่าลีลาที่อ่อนช้อย (ท่านใดที่ทราบข้อมูล เพิ่มเติมได้ครับ)แต่ถ้าเป็นของภาคอีสาน อันนี้ผู้เขียนเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ของภาคอีสานก็จะมี วงโปงลาง ที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็เป็นหมอลำ และสำหรับเครื่องดนตรี ก็มีเยอะครับ เช่น พิณ แคน โหวด โปงลาง …


จากที่กล่าวมาทั้งหมด ขอตั้งคำถามดังนี้นะครับ
- คุณอายหรือไหม ถ้าเราจะพูดภาษาถิ่น(ที่ไม่ใช่ภาษากลาง)
- คุณอายหรือไม่ถ้าเปิดเพลงพื้นบ้าน(ที่ไม่ใช่เพลงสากล)
ยกแค่สองคำถามแล้วกันครับ (คิดไม่ออกแล้วครับ)ที่พูดในเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการให้เลิกพูดภาษากลางแล้วมาพูดภาษาถิ่น และเลิกฟังเพลงสากลแล้วหันมาเปิดเพลงพื้นบ้านฟัง แต่แค่อยากสื่อว่าให้ “พูดภาษาถิ่นอย่างภูมิใจ และมีวัฒนธรรมอย่างไทยโดยไม่ต้องอาย” และเราจะทำอย่างไรให้ “ไม่ทอดทิ้งวัฒนธรรมท้องถิ่น และไม่ปฏิเสธวัฒนธรรมของโลกที่หมุนไปอย่างไม่รู้จบ”
ในความคิดของผู้เขียนภาษาถิ่นของแต่ละที่จะมีความเป็นเอกลักษณ์ มีความน่ารักเป็นของตัวเอง เช่นภาษาเหนือผมเคยได้ยิน น้อง ป.ตรี ที่มหาวิทยาลัย พูดคำเมืองกันตอนไปเล่นกีฬาน่ารักดีครับ ภาษาใต้ก็น่ารักดีครับรวดเร็วทันใจดี (คุยกับพี่ปริญญาเอกที่มาจากตรัง หลังเล่นกีฬา) และที่น่ารักมาก ๆเป็นเรื่องตลกที่ผมอยากจะเล่าให้ฟัง คือพี่ ๆ ปริญญาเอก (มทส) ไปประชุมเชิงวิชาการ ที่ กทม. ก็พูดภาษาอีสานกันคนก็มอง(นึกว่าเรามาจากต่างดาวรึเปล่าน้อ) พอถึงเวลาพูดพี่เขาก็พูดเป็นภาษาอังกฤษ ในขณะที่ทุกคนสัมมนาเป็นภาษาไทย ก็เลยมีคนถามว่าแล้วทำไมไม่พูดภาษากลาง พี่เขาก็เลยตอบว่าพูดได้ 2 ภาษาคือ อีสานกับ อังกฤษ (เนื่องจากมีคนเคยบอกว่ามหาลัยเราเป็น International 5555) แล้วก็หัวเราะกัน 5555+++ (แค่โจ๊กนะครับ)
“พูดภาษาถิ่นอย่างภูมิใจ และมีวัฒนธรรมอย่างไทยโดยไม่ต้องอาย”,“ไม่ทอดทิ้งวัฒนธรรมท้องถิ่น และไม่ปฏิเสธวัฒนธรรมของโลกที่หมุนไปอย่างไม่รู้จบ” เป็นเรื่องที่ดี เพราะปัจจุบันนี้แม้แต่ พรบ.การศึกษา ยังเน้นให้สถานศึกษาจัดหลักสูตรเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และภูมิปัญญาท้องถิ่น
จะเห็นว่าคุณนางฟ้า กับพี่ขจิตจะรู้เรื่องการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่างดี สนใจสอบถามได้ ก็ขอบคุณมากครับ
พี่ก็ชอบพูดภาษาถิ่นนะคะ สมัยเรียนที่มช. เพื่อนๆในห้อง มักจะบอกว่า พี่พัชราภานี่ล๊าวว ลาว... 555 เพราะนอกจากจะชอบพูดอีสานแล้ว ชอบชวนเพื่อนๆไปกินอาหารอีสานอยู่ประจำ แต่นัยมีอยู่ว่า… ตอนนั้นร้าน ลาบอุบล ที่ฟ้าฮ่าม และลำปางอ่ะ เพื่อนคุณพ่อ(หลวงพ่อพี่เอง)
อยากบอกว่าอาหารอุบลอร่อยครับพี่หนิง อร่อยทุกอย่างเลย แน่ะ โม้อีกแล้ว
โอกาสต่อไปจะนำเสนอ
นะครับ
ขอขอบคุณอาจารย์รานีครับ สำหรับความคิดเห็นดี ๆ การจะอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นต้องมีการปลูกฝังให้กับเยาวชนครับ อย่างที่คุณนางฟ้า บอกว่าปัจจุบัน มี พรบ.การศึกษา ว่าด้วยการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ถ้าเป็นไปได้ก็คงจะทำให้วัฒนธรรมที่ดีงามไม่ถูกกลืนหายไปกับวัฒนธรรมจากต่างชาติ
ใจเย็น ๆ ครับ พี่ชาย
ตอบ คุณแผ่นดิน