วันที่ ๒๔ เม.ย. ๕๐   สภามหาวิทยาลัยมหิดลไปเยี่ยมชื่นชมวิทยาลัยการจัดการ   (CMMU - College of Management, Mahidol University)   เราได้เรียนรู้ลักษณะจำเพาะของ CMMU หลายประการ

          ๑. เป็นวิทยาลัยด้านการจัดการเพียงแห่งเดียวในเอเซียที่จัดการเรียนรู้แบบ PBL (Problem - Based Learning) หรือ Case-Based Learning
          ๒. จัดการเรียนการสอนแบบชั้นเล็ก ไม่เกินชั้นละ ๓๐ คน
          ๓. ลักษณะการเรียนการสอนเป็นแบบ student-centered สุดๆ    อาจารย์ที่เคยสอนในต่างประเทศหลายคนให้ความเห็นตรงกัน  และทางวิทยาลัยเชื่อว่าในด้านการเรียนการสอนไม่เป็นที่สองรองใคร   ดังนั้นที่สกอ. จัดให้เป็นอันดับที่ ๗ จึงมีอาจารย์ผู้ใหญ่ไม่เชื่อว่าเป็นความจริง
          ๔. มีระบบ IT และห้องสมุดที่ทันสมัย
          ๕. คณาจารย์ประจำมีคุณภาพและแรงบันดาลใจสูงมาก   วันนี้ผมประเมินเองและท่านเหล่านี้มาทำงานที่ CMMU ก็เพราะต้องการเชื่อมพลังด้านการจัดการเข้ากับความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ  และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของมหาวิทยาลัยมหิดล
          ๖. มีความมุ่งมั่นที่จะค่อยๆ นำความรู้สากล  มาสร้างศาสตร์ด้านการจัดการขึ้นมาจากสภาพสังคมไทย ไม่ใช่ลอกมาจากต่างประเทศเต็มเหนี่ยว  คณาจารย์จึงภูมิใจมากที่ได้รวบรวม case studies ของไทยไว้ประกอบการสอนมากขึ้นเรื่อยๆ
          ๗. นักศึกษาเข้าแข่งขัน Business Plan Competition ในหลากหลายเวที   ได้รับรางวัลที่ ๑ ทั้งเวทีในประเทศและต่างประเทศ
          ๘. หลักสูตรของ CMMU เป็นหลักสูตรด้านการจัดการ (MM = Master of Management) ไม่ใช่ MBA

          รายละเอียดดูได้จากเอกสารที่แจกในที่ประชุม อ่านได้ที่นี่

          ในช่วงสุนทรียสนทนา   เราคุยกันว่า CMMU น่าจะหารายได้จากบริการที่ปรึกษาและฝึกอบรมได้   และหน่วยงานอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยมหิดลก็สามารถเป็นลูกค้าด้วย  เห็นได้ชัดเจนว่า  หาก CMMU มีความใกล้ชิดกับคณะ/หน่วยงาน อื่นๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดลมากขึ้น  ก็อาจมีความร่วมมือเกิดขึ้นได้มากมาย

          CMMU กำลังร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์  ร่างหลักสูตร BS - MM   นักศึกษาเรียน ๕ ปีได้ ๒ ปริญญา   คือ วิทยาศาสตร์บัณฑิต กับ Master of Management   ทำให้ผมเกิดความคิดว่า   น่าจะเกิดหลักสูตรควบแบบนี้ได้อีกมาก  เช่น Pharm D - MM, B Eng - MM เป็นต้น

          เราถกเถียงกันเรื่องการเพิ่มคุณภาพของนักศึกษา โดยลดจำนวนนักศึกษาลงครึ่งหนึ่ง   และทำงานหารายได้จากงานที่ปรึกษาที่ใช้เป็นกรณีเรียนรู้ของนักศึกษาและเป็นผลงานวิจัยได้ด้วย   แต่ก็มีอาจารย์บางคนบอกว่า  ดูจะหวังให้อาจารย์เป็น superman เกินไป   รวมทั้งงานที่ปรึกษากับงานวิจัยมีธรรมชาติต่างกันในเรื่อง bias-free

          ตกลงกันว่าสภามหาวิทยาลัยจะให้โอกาส CMMU ไปเสนอประเด็นเชิงนโยบายและความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ   เพื่อให้ประชาคมมหาวิทยาลัยมหิดลรู้จัก CMMU มากขึ้น   เป็นโอกาสแสวงหาความร่วมมือไปในตัว

วิจารณ์   พานิช
๒๔ เม.ย. ๕๐

 

๑. บรรยากาศในห้องประชุม

 

๒. อีกมุมหนึ่งของห้องประชุม

 

๓. อีกมุมหนึ่ง