สำหรับสังคมไทย วิถีชีวิตที่ใช้ ว&ท อย่างเหมาะสมน่าจะถือว่าเป็นวิถีชีวิตอุบัติใหม่ได้ อ่านบันทึกที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่ (click)
คนที่มีวิถีชีวิตที่ใช้ ว&ท อย่างเหมาะสม น่าจะมีอยู่ทั่วไปในสังคมไทย แต่เป็นชีวิตเล็ก ๆ ที่ถูกละเลย ถูกมองข้ามไป
กระทรวงวิทย์ฯ มีขีดความสามารถที่จะค้นให้พบคนเหล่านี้ไหม
- ชาวประมงพื้นบ้านชายฝั่งที่มีวิถีชีวิตแบบใช้ ว&ท อย่างเหมาะสม
- ชาวนาที่มีวิถีชีวิตแบบใช้ ว&ท อย่างเหมาะสม
- ชาวสวนยางที่มีวิถีชีวิตแบบใช้ ว&ท อย่างเหมาะสม
- ช่างปูนที่รู้จักใช้ ว&ท อย่างเหมาะสม
- พนักงานเก็บขยะที่รู้จักใช้ ว&ท อย่างเหมาะสมในชีวิตของตน
- พนักงานธนาคารที่รู้จักใช้ ว&ท อย่างเหมาะสมในชีวิตของตน
- พยาบาลที่รู้จักใช้ ว&ท อย่างเหมาะสมในชีวิตของตน
- ศาสตราจารย์สาขาวิทยาศาสตร์ ที่รู้จักใช้ ว&ท อย่างเหมาะสมในชีวิตของตน
ถ้ากระทรวงวิทย์ฯ พร้อมที่จะทำงานค้นหานี้ ก็จะมี IC (Intellectual Capital) ในการสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ขึ้นในประเทศไทย ที่จะยกระดับความรู้ความเข้าใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสังคมไทยขึ้นโดยเร็ว โดยใช้คนในสังคมกันเองนั่นแหละเป็นผู้ยกระดับความเข้าใจนั้น ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์
พูดอย่างนี้อาจจะผิด เพราะนักวิทยาศาสตร์จะมีหน้าที่สำคัญมากในการรร่วมกันคิดว่า "วิถีชีวิตที่ใช้ ว&ท อย่างเหมาะสม" ในบริบทต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร และจะมีวิธีไปค้นหากลุ่มคนเหล่านั้นได้อย่างไร รวมทั้งมีหน้าที่ค้นหาด้วย
ถ้าทำจริง หาได้จริง เราจะทำ KM เรื่อง "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับความสุขของคนไทย" ได้อย่างสนุกสนาน อาจทำเป็นรายการ Edutainment หรือ Scientainment ได้
วิจารณ์ พานิช
26 เม.ย.50
สวัสดีค่ะอาจารย์ เพิ่งกลับจากพิษณุโลกเมื่อคืน ที่ไปเก็บข้อมูลเครือข่ายเบาหวานของร.พ.พุทธชินราชกับดร.วัลลา สนุก ได้ความรู้ ความประทับใจมากมายจะทยอยเขียนเล่า
ที่จริงตามอ่านงานเขียนของอาจารย์ตลอดแม้ไม่ได้อ่านทุกเรื่อง เรื่องวิถีชีวิตกับการใช้ความรู้ว&ท.ในแนวคิดที่อาจารย์เสนอนั้นจะเป็นประโยชน์มากหากระดับนโยบายของประเทศเข้าใจในเบื้องต้นเสียก่อนในบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสังคมที่เป็นไป โดยลดอัตตาของความเป็นคนวิทยาศาสตร์ว่าเป็นผู้นำ ว่าเหนือกว่า
ในประเทศที่พัฒนามากๆเขาพูดกันถึง Science and Society และ Science in Society มีเรื่องให้เรียนรู้มาปรับใช้มากมาย หรือแม้แต่วิธีคิดของนักวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนไปจากเมื่อ20-30ปีที่แล้ว เช่น การพูดถึงPublic Understanding of S&T ว่าควรคิดกลับมาเป็นScientists Understanding of Publics หรือการส่งเสริมบทบาทของนักวิทยาศาสตร์ให้เป็น Civic Scientists
นักวิทยาศาสตร์ไม่ควรจะเป็นผู้ "คิดแทน" หรือคิดให้ประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องเป็นผู้มีความกระตือรือล้นที่จะต้องพัฒนาตนเองด้วยประกอบกัน
กระบวนการKMสามารถนำมาใช้ในเรื่องนี้ได้อย่างดี
ขออภัยนะคะอาจารย์เขียนซะยาว พอดีเป็นศาสตร์ในสายที่ศึกษามาอย่างลงลึก
สวัสดีคะ อาจารย์ ( ทั้ง 2 ท่าน )
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยว่าวิทยาศาสตร์และสังคมและวิทยาศาสตร์ในสังคม ชุมชน สามารถเรียนรู้และถ่ายทอดออกมาได้อย่างมาก ๆ เพราะเคยไปเผยแพร่สารสนเทศทางวิทย์กับชุมชนในภูมิภาค นโยบายของรัฐ วท.ที่จะสร้างความตระหนักรู้ทางวิทยาศาสตร์แก่สังคนไทย จนกระทั่งบัดนี้ได้มีโครงการต่างๆ ที่จะให้สังคมไทยได้รู้จักและได้รู้ เห็นเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากขึ้น การทำ KM กับวิทยาศาสตร์ วท.เองไม่ได้หันมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก แต่ดิฉันสนใจมากๆๆ คะ และใคร่จะเรียนเชิญผู้สนใจทำKMทางวิทย์ ได้มาพบ ปะและลปรร ร่วมกัน ติดต่อได้ที่ โทร 022017256 หวังว่าคงมีผู้ที่ร่วมเสวนาเรื่องที่ดร.วิจารณ์ สนใจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับความสุขของคนไทย ยินดีที่จะเป็นคุณอำนวยคะ