จัดการความรู้ คือ นำสิ่งที่ทำ มาพินิจพิจารณา ให้คนที่ทำนั้นเอง มาพินิจพิจารณา แล้วเรียนรู้จากที่ทำ ประมวล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ออกมาเป็นความรู้ บันทึกไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในภายหลัง และเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มอื่น ๆ หน่วยงานอื่น ๆ

     วันนี้อ่านปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การสร้างองค์การแห่งคุณธรรม จริยธรรม โดย นายไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม   รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2550 และท่านได้นำมาลงไว้ใน Blog   http://gotoknow.org/blog/paiboon/92847     ได้รับข้อคิดดี ๆ มากมาย จึงขอตัดบางส่วนมาบอกต่อดังนี้ครับ…
            การสร้างองค์การแห่งคุณธรรมและจริยธรรม ในความเห็นของผมไม่ใช่เรื่องยาก คำว่าคุณธรรมจริยธรรมก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่บางทีคนไปตีความให้ยากไปเอง ง่าย ๆ คุณธรรมจริยธรรมมี 3 อย่างที่สำคัญ…..คือ 1. ความดี 2. ความถูกต้อง  3. ความเป็นธรรมเพื่อจะได้เห็นชัดและนำไปปฏิบัติได้ นี่คือส่วนสำคัญนะครับ หลักการ ปรัชญา ถ้าเรานำมาปฏิบัติไม่ได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร คุณธรรมจริยธรรมเป็นหลักการ เป็นหลักคิด จะเรียกว่าเป็นปรัชญา เป็นธรรมะ ก็ได้นะครับ แต่เราต้องแปลมาเป็นปฏิบัติให้ได้ ผมจึงคิดว่าถ้าแปลอย่างที่ผมว่ามานะครับ คือ ความดี ความถูกต้อง ความเป็นธรรม น่าจะปฏิบัติได้ไม่ยาก 
          
…..อะไรคือความดี อะไรคือความถูกต้อง อะไรคือความเป็นธรรม แต่ละหน่วยงาน ผู้บริหารหน่วยงาน พนักงานในหน่วยงาน คิดได้
  และควรเป็นคนคิด คิดแล้วมาทำความตกลงกันภายในหน่วยงานแล้วทำตามนั้น เมื่อทำไปก็สร้างระบบติดตามประเมินผลตามไปด้วย ติดตามประเมินผลได้อย่างไร นำมาเรียนรู้และจัดการความรู้ การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ที่ภาษาเทคนิคอาจจะใช้คำว่า After Action Review  AAR  ก็เป็นคำที่ใช้กันนะครับ พัฒนามาจากวิธีการของกองทัพอเมริกัน เมื่อทำสงครามกับที่ต่าง ๆ เขาก็ใช้เทคนิคที่เรียกว่า AAR  แล้วธุรกิจก็ได้นำไปประยุกต์ใช้กันมาก โดยเฉพาะในกระบวนการที่เรียกว่า การจัดการความรู้ ก็คือ ทำไปแล้วเรียนรู้จากการกระทำ ไม่ใช่ทำแล้วก็ทำไป แล้วพรุ่งนี้ก็ทำอีกโดยไม่เรียนรู้จากเมื่อวาน ถ้านำเรื่องคุณธรรมจริยธรรมมาคิดเองทำเอง ทำไปแล้วติดตามประเมินผลแล้วเรียนรู้จากที่เราทำ นั่นเรียกว่า AAR เป็นส่วนหนึ่งของคำว่าการจัดการความรู้
 
            คำว่า จัดการความรู้ จะมากกว่านั้น คือนำสิ่งที่ทำ มาพินิจพิจารณา ให้คนที่ทำนั้นเอง มาพินิจพิจารณา แล้วเรียนรู้จากที่ทำ ประมวล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ออกมาเป็นความรู้ บันทึกไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในภายหลัง และเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มอื่น ๆ หน่วยงานอื่น ๆ ในแต่ละฝ่ายมีหลายหน่วยงาน แต่ละหน่วยงานก็ไปประยุกต์การสร้างคุณธรรมจริยธรรมตามที่ได้ไปคิดเองทำเอง แล้วหลาย ๆ หน่วยงานนอกจากจะเรียนรู้จากสิ่งที่ตนทำแล้ว ก็มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันโดยมีระบบที่มานั่งคุยกัน ล้อมวงคุยกัน เอาข้อมูล เอาการปฏิบัติจริงมาพูดกัน แล้วให้คนที่ทำนั่นแหละมาพูด ไม่ต้องเอาวิทยากรที่ไหนมาพูด ถ้ามีวิทยากร ก็มาเป็นผู้เอื้ออำนวย ที่เราเรียกว่า คุณอำนวย ภาษาอังกฤษคือ Facilitator  เอื้ออำนวย ให้เกิดการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการวิเคราะห์สังเคราะห์จัดระบบความคิด มีการบันทึกเป็นระบบข้อมูลไว้ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ต่อไป พูดถึงการบันทึกและการทำระบบข้อมูล 
            ผม…ประทับใจมาก ที่มีชาวบ้านในหมู่บ้านนะครับ มีระบบข้อมูลและระบบความรู้ น่าประทับใจมาก เขานำข้อมูลต่าง ๆ ความรู้ต่าง ๆ บันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ แล้วก็มาฉายดูกันเป็นระยะ ๆ แล้วใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ผู้ใหญ่บ้านมานำเสนอเป็น Power Point ซึ่งทำเอง และทำได้ดีกว่าผมอีก แล้วได้ใช้ความรู้ที่เขามีใส่คอมพิวเตอร์ไว้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์ต่อหมู่บ้านอย่างเป็นรูปธรรม แล้วหมู่บ้านเขามีการพัฒนาน่าชื่นชม เขาพัฒนามาประมาณ 5 ปี โดยการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน…แล้วระบบข้อมูลและความรู้ที่หมู่บ้านนี้ได้ขยายไปหมู่บ้านอื่น ๆ หลายหมู่บ้านในตำบล และหลายตำบลในจังหวัด… ผมเองได้ใช้ความพยายามที่จะส่งเสริมระบบข้อมูลและความรู้ขึ้นทั่วทุกท้องถิ่น จะเป็นประโยชน์มหาศาล
 
            นี่ก็เล่าให้ฟัง ให้เห็นว่าเรื่องการใช้ข้อมูลและความรู้ให้เป็นประโยชน์นั้น ชาวบ้านทำแล้วนะครับ ทำแล้วก้าวหน้าด้วย ฉะนั้น…ไม่ควรจะน้อยหน้ากว่าชาวบ้าน ที่จะมีระบบข้อมูลและความรู้ ในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม นอกเหนือไปจากเรื่องอื่น ๆ ถ้าใช้ระบบข้อมูล ระบบความรู้ แล้วมีการจัดการความรู้ภายในหน่วยงานย่อย ระหว่างหน่วยงานย่อย ภายในหน่วยงานใหญ่ ระหว่างหน่วยงานใหญ่ และต่อไปครับ…