เราจะพูดว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้อยู่หรือ?
เราต้องมองไปข้างหน้า จากฐานปัจจุบัน และอดีต
เมื่อในอดีต ไม่มีสิ่งนี้ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ ทุกศาสนิกอยู่กันอย่างดีพอสมควร
ซึ่งหลักศาสนาที่ถูกต้องดีงามนั้นมันสูงส่งเลยกว่ารัฐธรรมนูญ หรือ สถาบันใดๆทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของรัฐ การปกครองอาณาบริเวณวัตถุ และทางการเมือง
ศาสนาเป็นเรื่องธรรมที่ปกครองจิตใจคน ซึ่งไร้เขตแดน มันสูงส่งกว่าที่จะลงไปเป็นลายลักษณ์อักษรเสียด้วยซ้ำ
แม้จะลงไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด หากไม่ได้เข้าครองใจคนส่วนใหญ่นั้น ซึ่งจะบังคับด้วยเหตุใดใดก็ไม่ได้
วิธีคิดที่ว่าคนส่วนใหญ่กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่น่าจะเป็นแนวที่คิดได้
หากพี่น้องมุสลิมซึ่งเป็นคนส่วนในจังหวัดภาคใต้กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ (หากเป็นแนวคิดนี้)ขอเป็นศานาประจำจังหวัดขึ้นมาบ้าง จะทำอย่างไร เพราะใช้วิธีคนส่วนใหญ่เหมือนกัน
ประเทศที่มีบรรจุให้ศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ในโลกปัจจุบันนี้ ก็มิได้มีบรรกาศที่ดีงามด้านศาสนาในประเทศของเขาเลยนะครับ
หากบรรจุ ก็เป็นการเริ่มต้นให้คนต่างศาสนิกคิดทันทีถึงความแปลกแยก ทั้งๆที่ผ่านมาไม่เคยคิด หรือมีความรู้สึกด้านนี้เลย
เราพูดและท่องคำว่า ประเทศไทยมี ชาติ ศาสนา(ทุกคนจะคิดในใจตนเองว่าเป็นศาสนาที่ตนเชื่อถือศรัทธานั้น) พระมหากษัตรย์ คงจะคิดอย่างเดิมไม่ได้อีก หากจำกัดความลงไปว่าเป็นศาสนานั้น ศาสนานี้
ประเด็นของความขัดแย้ง ทางศานานั้น หากใครรู้แล้วก็ต้องบอกว่า มันอ่อนไหวเหลือเกิน เป็นเหตุให้ฆ่ากันได้ง่ายที่สุด ขยายวงกว้างและกินเวลาอย่างยาวนานแทบทั้งสิ้น
คริสต์ด้วยกันคนละนิกาย ที่ไอร์แลนด์เหนือ ฯลฯ
อิสลามด้วยกันแต่คนละนิกาย ที่อิรัก อิหร่าน ฯลฯ
พุทธด้วยกัน แต่คนละเชื้อชาติ ที่ศรีลังกา ฯลฯ
ใกล้บ้านเราก็มี กระเหรี่ยงพุทธ กระเหรี่ยงคริสต์ ซึ่งรัฐบาลทหารพม่าทำอย่างไร ก็สู้กับกองกระเกรี่ยง เค เอ็น ยู ไม่ได้
เมื่อใช้ศาสนาเข้ายุ จึงได้ผลเกินคาด กระเหรี่ยงพุทธกับกระเหรี่ยงคริสต์ กระเหรี่ยงฆ่ากันเองยังไม่หยุดจนบัดนี้
บางคนอาจเถี่ยงว่าไม่ใช่ศาสนา
แต่อย่าลืมว่าผู้นำเหล่านั้นใช้ความเชื่อทางศาสนาเป็นเครื่องปลุกเร้าให้สมาชิกฆ่ากัน ซึ่งมันง่าย สะดวก และลงทุนน้อยที่สุด
นี่เป็นเพียงมุมมองมุมหนึ่ง และข้อคิดเห็นของผม
ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยน เพิ่มเติมครับ ขออภัยที่มาล่าช้า ติดธุระครับ
ผมก็วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลำบากจริง ๆ ครับ
บางทีอาจเป็นตามข่าวที่บอกว่าไม่ใช่เรื่องศาสนา เป็นเรื่องการเมืองอำนาจ ที่ไม่ยอมกันและลากศาสนาเข้ามาเหมือนกรณีทั่ว ๆ ไป คนที่ทำคงคิดว่าให้ประเทศพังกันไปข้างนึง คนที่เป็นเครื่องมือโดยไม่รู้ตัวก็มี แย่ครับ ทางออกเรื่องนี้ผมเองก็ได้แค่พยายามเขียนและพูดกับผู้คนที่พอจะหันฟังผมบ้างนิดเดียวยังดี ที่นี่เองผมยังไม่อยากเขียนด้วยซ้ำกลัวเป็นประเด็นขัดแย้งกัน แต่ก็นั่นผมสบายใจที่ได้แสดงความคิดเห็นเช่นกัน อย่างไรซะอาจารย์ประเวศ ก็ได้พูดเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้คิดแล้วว่า
ศาสนานั้นอยู่เหนือความขัดแย้งใด ๆ ไม่ใช่สิ่งจะเป็นความขัดแย้งซะเอง
ผมสมัครเป็นเครือข่าย TAFS เลยได้ไหมครับ
ธรรมะสวัสดีครับ
ฉบับก่อน ๆ มีไหมครับ โดยเฉพาะในฉบับที่ใช้ก่อน 16 ตุลา และ พฤษภาทมิฬ นะ มีบัญญัติไว้หรือเปล่า ถ้าสมัยนั้น มันมี ก็เอาออกเถอะครับ อย่าใส่ไว้ให้อุจาดเลย เมืองที่มีศาสนาดี ๆ เขาไม่ฆ่าแกงกันเป็นว่าเล่นหรอก เพราะ ศาสนาเขาสอนให้คนเป็นคนดี อยู่อย่างสงบ และ สันติ มันจะบัญญัติหรือไม่ ก็ ไม่ทำให้ดีขึ้น หรือเลวลงหรอก มันอยู่ที่ผู้นับถือมากกว่า ว่าจะช่วยกันทำนุบำรุงอย่างไรให้ดีกว่้านี้ มาช่วยกันทำหน้าที่ที่เราท่านมีต่อศาสนา ดีกว่าการเรียกร้อง
ช่วยกันทำตัวอย่างดี ๆในสังคม ให้ผู้ที่พบเห็น เกิดศรัทธา เลื่อมใส ดีกว่าไหม?
ช่วยกันกำจัดเหลือบ ไร ยุง ริ้น เสนียด จัญไร ที่แอบแฝงอยู่ในพระศาสนาให้หมดไป น่าจะดีกว่าไหม ?
นำหลักธรรมคำสอน ไปปฏิบัติให้เกิดมรรคผล ในวงกว้างขึ้นกว่านี้ ดีกว่าไหม?
เป็นนักพรต ทำตัวเยี่ยงผู้ครองเรือน พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นสิ่งไม่สมควร ผิดพระธรรมวินัย สนใจการเมืองได้ แต่ไม่สมควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ปล่อยให้ปุถุชน เขาทำกันเถอะ ท่านสมควรหมั่นท่องบ่น ภาวนา ทำคำสอนขององค์พระสัมมาให้แจ้ง แล้วสั่งสอน ผู้หลงผิด ดีกว่า นะท่านผู้เจริญ
ขอบคุณอาจารย์ขจิต ที่พยายามช่วยที่จะนำเพลง มาลงบล็อคนี้ให้ประสบผล พอสนุกหอมปากหอมคอ ประสาชายหนุ่ม(น้อย)ด้วยกันขอบคุณครับ
<table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table>
</span>
เห็นด้วยครับว่าไม่ควรระบุในรัฐธรรมนูญว่าศาสนาใดเป็นศาสนาประจำชาติ