วันแรกของการตระเวณทัวร์ในบาหลี  เดนปาซ่าร์คือเป้าหมายแรกของเรา เท่าที่เคยอ่านจากเว็บบอร์ดท่องเที่ยวต่างๆ  ยังไม่พบใครนำเที่ยวเดนปาซ่าร์เลยสักครั้ง อาจจะเป็นได้ว่าไม่ค่อยน่าสนใจเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อย่างคูตาหรืออูบูด แต่การท่องโลกของเรามองมากกว่าการเที่ยวตามสถานที่สวยงามอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ต้องลึกซึ้งถึงวัฒนธรรม ภูมิประเทศ และการปกครองท้องถิ่นด้วย ทริปตะลุย 3 เมืองหลักครั้งนี้จึงพลาดเดนปาซ่าร์ไม่ได้เด็ดขาด

          เริ่มออกตัวจากโรงแรมนิกกิ ด้วยการขับรถทัวร์รอบๆ เมืองตามแผนที่อันสลับซับซ้อนที่ได้จากสนามบิน เสียเวลาอยู่นานพอควร ด้วยด้อยความสามารถในการอ่านแผนที่ แถมถนนแต่ละเส้นก็มีแต่ชื่อแปลกๆ อ่านยาก จำยาก รถราในเมืองเยอะพอสมควร แถมต้องระวังรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ค่อยต่างจากในเมืองไทยสักเท่าไหร่  แต่เป้าหมายของเราถือเครื่องหมายไฮไลต์สถานที่น่าสนใจในแผนที่ Bali Museum

          คนจำนวนไม่น้อยไม่ชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เพราะดูเป็นสิ่งน่าเบื่อ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีลักษณะคล้ายๆ กันทั้งนั้น แต่พิพิธภัณฑ์เป็นสิ่งที่บ่งบอกตัวตนและความเป็นไปของประเทศได้ดีที่สุด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ สไตล์การท่องเที่ยวของเราที่มุ่งเน้นท้องถิ่น แถมข้อมูลท่องเที่ยวยังแทบไม่มี จึงต้องศึกษาจากพิพิธภัณฑ์เป็นอันดับต้นๆ ในทุกประเทศที่ไป

          ด้วยความมุ่งมั่นในการหา Bali Museum ทำให้มองแต่ป้ายและเกรงว่าจะขับรถเลยผ่านไป ก่อให้เกิดความบังเอิญที่เลี้ยวเข้าไปจอดรถใน Place of the Raja (King) หรือบ้านของกษัตริย์ที่อยู่ในเขตเดียวกับวัด เรียกว่าPURI (วัด) PEMECUTAN (ปูริ เปเมจูตัน)ปกติแล้วสถานที่นี้ไม่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ก็มีชาวบ้านส่วนหนึ่งเข้ามาทำบุญในวัด พอเข้าไปคุยกับรปภ.ของสถานที่เพราะนึกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ บอกว่าเป็นนักท่องเที่ยวมาจากเมืองไทย คุณลุงแกก็เลยพาทัวร์บ้านกษัตริย์เสียเลย 

          ระบบการปกครองของอินโดนีเซียถูกนำโดยประธานาธิบดี แต่ในเมืองหรือเกาะต่างๆ นั้น แยกย่อยเป็นทั้งการปกครองโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐและกษัตริย์ ทำให้ทราบว่าระบบกษัตริย์ในประเทศเค้านั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนเรา แต่มีลักษณะคล้ายๆ กัน คือเป็นผู้ปกครองเมืองและสืบต่อกันตามเชื้อสาย บริหารตัวเองตามแนวนโยบายของประธานาธิบดี แล้วรายงานความเป็นไปให้ทราบ เท่าที่ทราบในบาหลีมี 3 เมืองที่ปกครองโดยระบบกษัตริย์ คือ คูตา เดนปาซ่าร์ และอูบูด ดังนั้นเราจึงเห็นบ้านของกษัตริย์เป็นแหล่งท่องเที่ยวใน 3 เมืองนี้ (เนื่องจากภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงทั้งคู่ เลยจับใจความได้ตามนี้ หากใครมีข้อมูลมาเพิ่มเติมให้ ก็จะขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ)

          กษัตริย์ของเดนปาซ่าร์ชื่อ IDA COKORDAPEMECUTAN XI (อิดา จอกคอดาเปอเมอจูตันที่ 11) เราไม่ได้พบกษัตริย์ เพราะคาดว่าคงเป็นการยากที่จะเข้าพบ ได้แต่บังเอิญสวนกับญาติท่านเท่านั้น แต่ดูจากหน้าแล้วพิมพ์เดียวกันกับรูปที่ติดอยู่ทั่วไปเลย ดูหน้าตาเค้าแล้วคงคล้ายๆ กันหมด ภายในพระราชวัง (ใช้คำนี้ดูจะเหมาะกับกษัตริย์มากที่สุดค่ะ) ค่อนข้างกว้างขวาง มีสถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ประทับ ที่ว่าราชการ ลานพักผ่อนที่มีเครื่องดนตรีพื้นเมืองนานาชนิด รวมถึงศาลาที่เคยใช้เป็นที่ขัดฟันด้วย  บอกตามตรงอันนี้แปลไม่ถูกจริงๆ ตอนไปพิพิธภัณฑ์เค้าอธิบายก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง รู้แต่ว่าจะมีพิธีสำหรับกษัตริย์ที่นอนอยู่บนเตียงแล้วมีคนมาขัดฟันให้ ไม่แน่ใจว่าเพื่อทำความสะอาด หรือจัดแต่งฟันให้ดูสวยงาม ใครมีข้อมูลช่วยกรุณาเข้ามาอธิบายด้วยเถอะค่ะ

  

          เดินทั่วพระราชวังแล้วก็เลยต่อไปที่วัดซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันค่ะ เป็นสถานที่ประกอบพิธีทำบุญ ชอบคนบาหลีมากที่สุดก็ตรงที่เค้าชอบทำบุญนี่แหละค่ะ ทำบุญกันเกือบทุกวัน ตอนเช้าอันดับแรกก็ต้องนำกระทงดอกไม้พร้อมธูปหนึ่งดอกไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้านหรือสถานที่ สิ่งที่เสียดายมากคือไม่ได้บทสวดที่เค้าใช้ตอนบูชากระทงดอกไม้ คงคล้ายๆ กับบทสวดมนต์ นะโม ตัสสะ บ้านเรากระมังคะ

          สัญลักษณ์ของบาหลีที่เราเห็นทั่วไปคือ หนุมาน ที่เป็นรูปปั้นตั้งอยู่ทั่วเมือง แต่สัญลักษณ์ของเมืองเดนปาซ่าร์จริงๆ แล้ว คือมังกรและเต่า เราจึงเห็นรูปสัตว์สองชนิดนี้ตามเจดีย์ที่บูชาของชาวเดนปาซ่าร์  วันที่มานี้เป็นวันก่อนบุญใหญ่ เค้าจึงจะมีการเตรียมพิธีต่างๆ สำหรับวันรุ่งขึ้น  คนบาหลีน่ารักและมีน้ำใจมาก ไม่ต่างจากคนไทยเท่าไหร่ค่ะ เจอคนที่มาทำบุญเลยขอเข้าไปถ่ายรูปพิธีกรรมของเค้าเสียหน่อย นอกจากได้รับรอยยิ้มที่จริงใจแล้ว ยังได้รับคำแนะนำอย่างละเอียดเสียด้วย (เออๆ ออๆ ตามไป เพราะเค้าพูดภาษาอินโด ฟังไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ)

                พิธีกรรมของศาสนาฮินดูนั้น ค่อนข้างเยอะและยุ่งยากพอสมควร เอาเป็นว่าจะเล่าเฉพาะสิ่งที่น่าสนใจเท่านั้นแล้วกันค่ะ หลังจากจัดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เค้าก็จะจุดธูปหนึ่งกำ ประมาณ 11 ดอก แล้วเอาควันธูปรมในโหลแก้วใสเล็กๆ จากนั้นเอาโหลไปตักน้ำ เราก็จะเห็นควันลอยขึ้นมาจากน้ำพร้อมกลิ่นหอมของควันธูป แล้วจึงนำดอกไม้โรยใส่ไปในโหล ชอบขั้นตอนนี้ค่ะเพราะดูสวยและหอมด้วย จากคำบอกเล่าที่ฟังไม่รู้เรื่องจริงๆ และท่าใบ้ประกอบ เลยเข้าใจเอาว่าเป็นการทำความสะอาดภาชนะที่ใส่ดอกไม้บูชา พร้อมทั้งช่วยเสริมให้มีกลิ่นหอมยิ่งขึ้น ทำให้เหมาะกับการบูชาค่ะ แล้วก็สวดมนต์ พรมน้ำมนต์  ต่างๆ นานา ตามสไตล์ฮินดูไป               

 

          แยกจากกันด้วยความประทับใจ ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาเดียวกัน คนเอเชียก็สามารถสื่อสารกันเข้าใจด้วยความจริงใจค่ะ จากนั้นก็เดินทางต่อไปหาจุดหมายแรกที่ตั้งใจ แต่กว่าจะไปถึงเราก็ไปแวะได้อีก 2 ที่ใกล้ๆ กัน ที่แรกแวะเพราะชอบความยิ่งใหญ่อลังการ เป็น Government house (บ้านของผู้ปกครองเมือง เดาว่าเป็นจวนผู้ว่าฯ ค่ะ) ไม่ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกเช่นกัน และวันศุกร์ก็เป็นวันหยุดราชการ (ดีจังเลยหยุดตั้งสามวัน) รปภ.คงเห็นว่าเป็นผู้หญิงไปคนเดียว ไม่น่าจะเข้าไปทำอะไรได้ เลยอนุญาตให้เข้าไปเดินชมและช่วยถ่ายรูปให้อีกต่างหาก

          กลับมามีแต่คนสงสัยว่าทำไมไปคนเดียวแล้วได้รูปถ่ายตัวเองติดมาด้วย..ปากเป็นเอก เลขเป็นโทค่ะ  เจอใครก็ยิ้มแล้วขอให้เค้าช่วยถ่ายให้ ไม่อย่างนั้นไม่ได้รูปตัวเองกลับมาแน่ค่ะ

          ออกมาก็ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม แวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์นักรบที่ “Puputan Square” อยู่ติดกับสนาม ฟุตบอลที่มีเด็กมาเล่นกลางวันแสกๆ แล้วก็ใกล้กับBali Museum และ Pura Agung Jagatnatha และ ค่ะ จอดรถที่เดียวเดินไปเที่ยวได้ทั่วเลย ไม่ต้องเสียค่าจอดรถหลายรอบ เอ! รู้สึกจะยาวไปแล้ว ยังไม่ออกจากเดนปาร์ซ่าเลย งั้นไปต่อที่หาดคูตาเลยดีกว่าค่ะ

<p style="text-align: center"></p>

 อนุสาวรีย์นักรบ

</a></span></span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">Bali Museum</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">Pura Agung Jagatnatha </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify">          เราตั้งใจว่าคืนนี้จะไปนอนที่อูบูด แต่ต้องย้อนกลับไปทางคูตา ทานาล็อต แล้วก็อูลูวาตูก่อน ถึงเวลาเข้าจริงกว่าจะออกจากเดนปาซ่าร์ ไปแวะกินข้าวที่คูตา ช็อปปิ้ง SuperNova เดินเล่นชายหาดคูตาที่มีแต่คนเล่นเซิร์ฟบอร์ดอีกนิด แล้วไปชม Tanah Lot วัดที่ล้อมรอบด้วยทะเล ก็ไปได้ไกลสุดแค่หาดจิมบาราน เลยต้องแปะโป้งไว้ก่อน รอมาอีกครั้งวันสุดท้ายก่อนไปต่อที่จาการ์ต้า (ที่ไปแล้วก็รู้สึกเสียดายเวลา รู้อย่างนี้อยู่บาหลีต่อจนจบโปรแกรมดีกว่า)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify">          หาดคูตา มองไปทางไหนก็มีแต่เซิร์ฟบอร์ด วิวทะเลสวยๆ ไม่ค่อยเห็นหรอกค่ะ นอกจากดูนั่งท่องเที่ยวอาบแดดแล้วก็เพ้นท์ตัว แต่เห็นแล้วก็ แหม! ถ้ามีโอกาสคงต้องลองเล่นดูสักครั้งล่ะค่ะ  <div align="center">   </div>

หาดแห้งๆ อย่างนี้แหละค่ะ มองไปทางไหนก็มีแต่เซิร์ฟบอร์ด

</span></span></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify">           ทานาล็อตเป็นวิหารกลางมหาสมุทรอินเดียที่สร้างในศตวรรษที่ 16 โดยนักบุญดายังระวาดี ที่บำเพ็ญศีลภาวนาและศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นที่นับถือของชาวบาหลี เชื่อกันว่ามีงูลายศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักษ์รักษาอยู่ภายใต้วิหาร            </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify">         เดินเล่นที่ทานาล็อตท่ามกลางแดดอันร้อนระอุ จุดที่ประทับใจที่สุดกลับเป็นนักท่องเที่ยวที่แอบไปตกปลาอยู่ตรงหน้าผามหัศจรรย์ ทำให้จุดชมวิวเด็ดๆ ต้องมีพวกเค้าติดมาด้วยทุกรูป และนักเล่นเซิร์ฟบอร์ดเท่ห์ๆ ที่ลอยมากับคลื่นซึ่งกระหน่ำเข้ามายังฝั่ง ถือว่าฝีมือพี่แกสุดยอดมากค่ะ</p><div> </div>

  ให้ดูว่าคลื่นแรงมากจริงๆ ค่ะ
 เห็นมนุษย์ตัวเล็กๆ สองคนนั่งตกปลามั้ยคะ

</span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify">          เมื่อถ่ายรูปจนหนำใจแล้ว ก็รีบขับรถไป Uluwatu ต่อ และเมื่อคาดว่าจะไม่ทันดูพระอาทิตย์ตกดินที่นั่นแน่ๆ เลยแวะที่หาดจิมบารานก่อนซะเลย จากสี่หาดที่มีโอกาสได้ไป บรรยากาศที่จิมบารานดีที่สุดค่ะ มองขึ้นไปบนเขามีแต่ไฟเต็มไปหมด แสดงว่ามีที่พักอยู่เยอะมาก ได้ข่าวว่ามีแต่แพงๆ เลยไม่กล้าเข้าไปสืบราคา ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีคนใจร้ายมาวางระเบิดหาดสวยๆ อย่างนี้ได้ลงคอ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify">          เมื่อเดินไปตามชายหาด จะเห็นร้านอาหารและโต๊ะวางเรียงอยู่เต็มไปหมด ใจหนึ่งก็คิดว่า โห!..ต้องแพงแน่ๆ เลย เท้าแทบจะจุ่มในน้ำทะเลอยู่แล้ว บรรยากาศก็สุดแสนจะโรแมนติค แถมไปคนเดียวสั่งอะไรจะกินหมดเนี่ย รู้อย่างนี้ขนพรรคพวกมาเยอะๆ จะดีกว่า แต่ใจหนึ่งก็สั่งว่า แหม! ทำงานเหนื่อยมาทั้งปีนะยะ มาจนถึงนี่แล้วเธอจะพลาดโอกาสดีๆ อย่างนี้ได้ยังไง เมื่อสติหลุดไป ความอยากก็เข้ามา จึงเดินไปเลือกมุมที่สุดแสนจะโรแมนติคที่สุด ใกล้ทะเลที่สุด ห่างไกลจากชาวบ้านที่สุด จะได้ไม่อายใครเค้าที่มานั่งอยู่คนเดียว (มีแต่คู่สวีทเต็มชายหาดเลย..เฮ้อ)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify">           แล้วก็ดูเมนูอาหาร เอ๊ะ! ไม่แพงเท่าไหร่นี่หว่า แต่อ่านไม่ออกนี่แหละเรื่องใหญ่ แล้วจะสั่งอะไรดีน๊า…ปัญหาใหญ่เลยนะคะไอ้การเลือกของกินเนี่ย ถ้าเข้าใจผิด อ่านไม่ออก สั่งมั่วๆ ได้ของแย่ๆ มานี่เสียหายใหญ่หลวงเลย แล้วเค้าก็ให้ไปเลือกวัตถุดิบถึงที่ค่ะ เล็งแล้วเล็งอีกก็ใจไม่ถึงให้เค้าฆ่าสัตว์เป็นๆ ค่ะ เลยเลือกปลาสดๆ ตัวนึงที่ตายแล้วน้ำหนัก 1 กก. กับหมึกตัวเขื่องขนาด 1 กก…อย่างน้อยเราก็ไม่ได้สั่งให้เค้าฆ่าล่ะค่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify">          รายละเอียดไปอ่านใน รายการอาหารที่บาหลี นะคะ ขอบอกว่าถูกสุดๆ และคุ้มมากจริงๆ เมื่ออิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มอารมณ์แล้ว ก็พร้อมออกเดินทางขับรถไปอูบูดอีกครั้ง ระยะทางแค่ 40 กว่ากม. แต่กว่าจะไปถึงก็ปาเข้าไป 2 ชม.ทีเดียวค่ะ…เพราะมัวแต่หลงและถามทางซะนาน…อีกแล้วคร้าบบบบท่านผู้ชม</p>