บทบาทของเจ้าโคตรคือ เมื่อมีการเจ็บไข้ได้ป่วยก็ดี ขัดแย้งกันในครอบครัวก็ดี จะต้องมีการเรียกประชุมญาติทั้งสองฝ่าย มาจัดการไกล่เกลี่ยให้ดีกัน หรือปฏิบัติการต่างๆเพื่อให้เรื่องยุติกัน แม้กรณีแบ่งมรดก

ทำไมต้องมีตำรวจ ? ก็เอาไว้จับผู้ร้าย เอาไว้โบกรถกลางถนน เอาไว้เฝ้าบ้านเวลาคนไปต่างจังหวัดหลายวัน ฯลฯ และเมื่อคนทะเลาะเบาะแว้งกัน ตีรันฟันแทงกันก็มักจะไปหาตำรวจ  ในสังคมเมืองจะเป็นเช่นนี้ ผู้บันทึกก็เคยขึ้นโรงพักกลางเมืองหลวงเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เพราะนั่งแท็กซี่กลับที่พักแล้วพบสร้อยคอเส้นหนึ่งจึงชวนคนขับไปแจ้งความไว้ให้ตามหาเจ้าของที.? ไม่รู้ป่านนี้แล้วมาเอาหรือยัง..??  

แต่ในชนบทหลายพื้นที่ อย่างดงหลวงก็เช่นกัน ตำรวจมักไม่ค่อยมีบทบาทเท่าใดนักในเรื่องคดีต่างๆในชุมชน ยกเว้นเป็นเรื่องราวใหญ่โตจริงๆ เช่นมีการฆ่ากันตายเป็นต้น นอกนั้น ชุมชนจัดการกันเองครับ  แบบไหนหนอ...  

ในพื้นที่ทำงานโครงการ จะเช่าบ้านชาวบ้านหลังหนึ่งเพื่อให้เจ้าหน้าที่สนามพักอาศัย  เจ้าหน้าที่ก็เป็นวันรุ่น ทั้งรุ่นเล็กกลางใหญ่มักจะมารวมกันที่บ้าน เพื่อคุยกันตามประสาวัย  และก็มักจะลงเอยด้วยการดูรายการแข่งฟุตบอลด้วยกันทางโทรทัศน์ บางวันก็จะซื้อเหล้ามาดื่มกัน ตามประสาคนหนุ่มแน่น วัยห้าว  เวลาเราไปพบก็จะเหนียมอาย เพราะผมไม่ชอบการดื่มเหล้า และจะบอกกล่าวเสมอถึงการประพฤติตัวในชุมชนต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ใช่เป็นหัวโจกนำพาวัยรุ่นไปในทางที่ไม่เหมาะไม่ควร ดังนั้นต่อหน้าเขาก็จะไม่พยายามทำให้ผมเห็น    

แล้วก็เกิดเรื่องชกต่อยจนได้ อย่างที่ผมระแวง แต่ไม่ถึงกับใช้เครื่องทุ่นแรงทำร้ายกัน การชกต่อยเกิดขึ้นเพราะเหล้าเข้าปากแล้วควบคุมสติไม่อยู่  

แล้วเอาเรื่องเอาราวกันอย่างไร..??  เอาเรื่องกันครับ แต่เป็นเรื่องราวตามฉบับของชาวบ้าน คือ พ่อแม่ของฝ่ายเด็กชาวบ้านก็มาเรียกเจ้าหน้าที่ของโครงการไปคุยกัน แล้วก็ว่า ให้มา ผู้ข้อต่อแขน กัน เรียกค่าทำขวัญกันตามประเพณี ต่อหน้า เจ้าโคตร   แล้วให้ เจ้าโคตรอบรมสั่งสอนแล้วเป็นอันจบกัน..??  (งานแบบนี้ตำรวจไม่เกี่ยว)

 เจ้าโคตรคือใคร..??  : คือ ญาติผู้ใหญ่สูงสุดของตระกูลที่มีชีวิตอยู่ ที่เป็นที่เคารพ กราบไหว้ของลูกหลานในสายสกุล  ถ้ากล่าวในระบบครอบครัว  ก็คือ ญาติผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง    

บทบาทของเจ้าโคตรคือ เมื่อมีการเจ็บไข้ได้ป่วยก็ดี ขัดแย้งกันในครอบครัวก็ดี จะต้องมีการเรียกประชุมญาติทั้งสองฝ่าย มาจัดการไกล่เกลี่ยให้ดีกัน หรือปฏิบัติการต่างๆเพื่อให้เรื่องยุติกัน แม้กรณีแบ่งมรดก   

เจ้าโคตรก็มีบทบาทมากกว่ากฎหมายมรดกบ้านเมืองเสียอีก เช่นโบราณกล่าวว่า     พี่กิน 3 น้องกิน 2 ส่วนน้องหล่า พ่อให้อีก 2 ส่วน  เป็นการบอกว่าการแบ่งมรดกนั้นต้องตามคำของพ่อ  นอกจากนี้ยังมีบทบาทต่อพิธีกรรมต่างๆมากที่สุดคือ พิธีกินดอง หรือแต่งงาน การแบ่งมรดก การทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว และการเจ็บไข้ได้ป่วย ผีเข้า ปลูกบ้านใหม่ ล้วนต้องพึ่งบารมีผู้เป็นสูงสุดของสายสกุลทำหน้าที่   

ในสังคมอีสานจะเป็นที่สังเกตได้เมื่อลูกสาวสุดท้องแต่งงานแล้ว นั่นคือสัญญาณว่าจะมีการแบ่งมรดกแล้ว ลูกสาวสุดท้องจะได้มรดกมากกว่าคนอื่น    

เจ้าโคตรนี้ไม่ใช่ใครแก่ตัวแล้วก็จะได้รับการยอมรับทันทีนะครับ แต่จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้คือ เป็นญาติผู้ใหญ่สูงสุดของแต่ละฝ่าย เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม เป็นผู้อยู่ในศีลในธรรม รักษาศีล เป็นที่เคารพของลูกหลาน  

ผู้เขียนประทับใจระบบนี้มาก ที่ใช้ในการระงับความขัดแย้งในชุมชนชนบทอีสานดังกรณีตัวอย่าง แต่ระบบนี้ค่อยๆจางหายไปเมื่อระบบเมืองรุกคืบเข้าสู่พื้นที่ชนบท ในคราบของความเจริญ ความทันสมัย คนออกนอกหมู่บ้านมากขึ้น ไม่ได้คลุกคลีกับการเคลื่อนตัวของชุมชน และระบบกฎหมายเข้ามาแทนที่   

สำหรับชาวบ้านดงหลวงแล้วยังใช้ระบบเดิมอยู่ดังกล่าว เพราะให้ความเป็นกันเอง ในกรณีความขัดแย้งก็เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างญาติมิตร ซึ่งเมื่อที่สุดก็ยังอยู่ในสังคมเดียวกันอีกนานเท่านาน 

การมีระบบเจ้าโคตรจึงก่อให้เกิดพลัง “ค้ำคูณ ในชนบทอีสาน  เป็นกาวใจ เป็น Social adhesive เป็นทุนก้อนใหญ่ทางสังคมชุมชนที่สำคัญ เป็นความดีงาม เป็นการถนอมน้ำใจกัน ประคบประหงมมิให้ชุมชนบอบช้ำทางด้านจิตใจ เป็นการสมานฉันท์ด้วยสายใยแห่งสำนึกในชีวิต มันงดงามยิ่งกว่า นาตาลี เกียวโปวา อีกเป็นไหน ไหน..  

สังคมที่ร้อนแรงแบบ “ฮิบฮอบ และมี เทพเจ้าเรน มานั่นโด่อยู่ในใจใครๆนั้น ในพื้นที่ที่เรียกว่าทันสมัย ก้าวหน้า ในพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญใช้ระบบปัจจุบันแก้ปัญหา อยู่น่ะ ตรวจสอบดูทีว่ามันค้ำมันคูณ หรือทำให้ไม่มองหน้ากันอีกต่อไป ไม่เผาผีกันอีกต่อไป   

ของดี ดี ที่โบราณท่านสั่งสมเป็นมรดกมาให้ดังกล่าวมานี้มีการเรียนการกู้คืนมากันไหมเล่า หรือไปไกลสุดกู่แล้ว  ความศิวิไลย์ที่กำลังก้าวไปสู่ สังคมนาโน เนี่ยะ มีระบบเจ้าโคตรนั่งอยู่ตรงไหนกันครับ..?   (อ้างอิง งานของ อ.อุดม บัวศรี)