สมัยที่ผมกำลังเรียนอยู่ชั้นม.ปลาย มีช่วงหนึ่งของชีวิตที่ออกนอกลู่ไปมาก จนใครจะฉุดไว้ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าจดหมาย 1 ฉบับ จำนวน 2 แผ่น ที่เขียนด้วยลายมือของพี่สาวของผม (ดูน่าตา) ที่ขณะนั้นเรียนอยู่ที่กรุงเทพ เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้ผมเริ่มที่จะหวนมาเดินตามลู่ เป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้าง
ผมยังเก็บมันไว้ตอนนี้เป็นเวลา12 ปีแล้ว จะมาเปิดอ่านเพื่อระลึกความหลังถึงชีวิตแบบลูกผีลูกคน และจะเก็บมันไว้ตลอดไปครับ จึงนำมาฝากผู้ที่กำลังจะหลงทางชีวิต โดยเฉพาะวัยรุ่นสมัยนี้ครับ
: เขียนเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2538 ณ หอพักวิทยาลัยพยาบาลทหารบก
<table border="0" align="center"><tbody>
</tbody></table></span></span><p> </p><p>KPN</p>
ตามมาอ่านครับ...
บางครั้งคนเราก็แปลกครับ จุดเปลี่ยนของชีวิตมักมาจากเรื่องที่เราคาดไม่ถึงครับ....
อ่านแล้วทำให้ย้อนถึงชีวิตตัวเองตอนนั้น...
ขอบคุณครับ...
ตามมาอ่านบันทึกค่ะ
อ่านแล้วทำให้นึกถึงเว็บไซต์รุ่นของเอกคอมค่ะ มีเพื่อนคนหนึ่งเอาบันทึกที่เขียนเกี่ยวกับเพื่อนๆ ลงในเว็ยไซต์ให้ได้อ่านกัน อ่านแล้วขำๆค่ะ ว่าเราทำไปได้ อิอิอิ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณแจ๊ค
อ่านแล้วนึกถึงน้องชายตัวเอง ยิ้มๆ
^___^
ขอบคุณคุณดิเรก
เห็นด้วยครับว่าจุดเปลี่ยนของชีวิตนั้นคาดเดาได้อยาก เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในสังคม ซึ่งนั้นย่อมมีอะไรเข้ามาในชีวิตบ้าง ทั้งดีและไม่ดี สิ่งสำคัญคือ ภูมิคุ้มกันจากครอบครัวครับ
ถึงน้องนุ้ย
บ้างครั้งก็นั่งคิดเล่นๆว่าอยากจะกลับไปแก้ไขชีวิตส่วนที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นที่ทราบดีว่าไทแมทชีน (เครื่องย้อนเวลา) ยังสร้างไม่เสร็จ
เอาเป็นสรุปว่าเราทำวันนี้ พรุ่งนี้ให้เต็มที่แล้วกันครับ
สวัสดีครับ
ถ้าจำไม่ผิดเป็นครั้งแรกที่ได้ทักทายกัน
รักน้องชายให้มากๆนะครับ
ถึงคุณพิชชา
สิ่งดีดีเราเก็บไว้เป็นตัวเสริม
สำหรับสิ่งไม่ดีเราเก็บไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับรุ่นหลังๆ ใช้ได้ดีเชียวครับ
โชคดีนะค่ะมีพี่สาวที่น่ารักและแสนดีอย่างนี้ จริง ๆตัวคุณเองก็มีจิตสำนึกที่ดีอยู่ในใจแล้ว เพียงแต่อยากให้มีคนสนใจเท่านั้น(ไม่รู้ใช่หรือไม่) ไม่งั้นคิดไม่ได้หรอกค่ะ ดีในค่ะที่คุณมีสติที่ดีคุณจึงมีวันที่ดีในวันนี้
ขอบคุณท่านอาจารย์
ผมถือว่าโชคดีที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุขพอสมควรครับ จึงเป็นส่วนที่ช่วยดึงผมจากหลุมพรางได้ครับ
อ่านแล้วก็ให้นึกถึงอดีต สมัยที่เขียนจดหมายคุยกับเพื่อนๆ
ตอนนั้น Email คืออะไรยังไม่รู้จัก Internet คืออะไรยังไม่เคยเห็น (บ้านนอกว่างั้นเถอะ)
เดือนๆ นึงหมดเงินไปกับกระดาษเขียนจดหมายมิใช่น้อย
ผมโชคดีอย่างนึงตรงที่มีอาเป็นครู จึงถูกสอนเรื่องต่างๆ อยู่เสมอ
เห็นเด็กสมัยนี้แล้วน่าสงสาร สิ่งยั่วยุต่างๆ มีมากมาย
ลูกของใครบางคน ออกจากบ้านตอนเช้า แต่กลับมาในเช้าอีกวัน
ไปกินนอนอยู่ร้านเกมส์ซะงั้น...
ขอบคุณ
เมื่อปี 38 เป็น อีเมล อินเทอร์เน็ต มือถือ เป็นเช่นไรก็ไม่ทราบเช่นกัน
อย่างมากที่สุดก็มีเพียงโทรศัพท์บ้าน แต่บังเอิญช่วงนั้นผมไม่ค่อยอยู่บ้าน และกลับดึก จึงไม่มีโอกาสได้คุยกับพี่สาว
ดังนี้จดหมายจึงเป็นทางเดียวที่จะสามารถสื่อสารความรู้สึก ความห่วงใยผม ได้
สำหรับในประเด็นเกี่ยวกับวัยรุ่นสมัยนี้ เท่าที่เห็นนั้นโอกาสที่จะเสียคนมีเยอะ อย่างที่ว่ามันมีอะไรล้อใจเยอะ ดังนั้นการคบเพื่อน การดูอย่างห่างๆจากผู้ปกครอง รวมทั้งครู จะช่วยได้มากครับ
กัมปนาท
ครอบครัวที่แสนดี ไม่เคยพูดถึงอดีต มองแต่อนาคตที่จะเป็นไป
ขอบคุณ
ชีวิตคนเราก็เหมือนกับต้นไม้ ถ้าขึ้นในที่อุดมสมบูรณ์หรือมีคนคอยดูแลเอาใจใส่ก็จะเจริญงอกงามมีค่า ถ้าหากไปขึ้นในที่แห้งแล้งหรือไม่มีคนคอยดูแลเอาใจใส่ก็จะไม่เจริญงอกงามนานวันเข้าก็เหี่ยวเฉาและไร้ค่า