โชคดีมักจะตามมาจากโชคร้าย เหมือนฟ้าหลังฝน แต่มีบางคนก็บอกว่า...นี่เธอโชคดีแล้วอย่าลืมทำบุญนะจะได้ล้างซวย...เป็นอย่างนั้นเสียนี่
เมื่อสองวันก่อน  ขณะที่ครูอ้อยขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านในตอนบ่าย   เสียงโทรศัพท์ที่วางข้างเบาะได้ดังขึ้น  
ครูอ้อยเหลือบตามองนิดหนึ่ง  เพราะกำลังขับรถอยู่  พอดังได้ 2 ที  ก็ขับรถมาจอดอยู่ที่สี่แยกไฟจราจรพอดี  
จึงเอื้อมมือไปกดเพื่อที่จะพูดด้วย  จริงๆเท่าที่ปรากฏมา  หากมีเสียงโทรศัพท์ดัง  ครูอ้อยจะไม่รับเลย 
แต่นี่  เป็นบุคคลสำคัญ  ครูอ้อยต้องรีบรับ  เพราะเป็นโทรศัพท์มาจาก.....พ่อบ้านของครูอ้อย..เองล่ะค่ะ 
เสียงปลายสายบอกว่า.....รีบกลับมาบ้านเร็วเข้า...มีใครส่งกล่องใหญ่มาให้ที่บ้าน...ตำรวจเต็มบ้านไปหมด   เขาพบว่ามีระเบิดอยู่ในกล่อง  
ครูอ้อยตกใจเลยรีบตอบไปว่า...จ๊ะพ่อ  จะรีบกลับ 
แล้วครูอ้อยวางโทรศัพท์  จังหวะ  ไฟเขียวพอดี   ครูอ้อยบึ่งหน้ามาถึงบ้าน  รีบเดินขึ้นบ้าน  ไม่เห็นตำรวจสักคน  ก็รู้ว่าพ่อบ้านหยอกเล่นเท่านั้น 
ครูอ้อนเห็นแต่กล่องพัสดุวางไว้ข้างน้อง acer  ครูอ้อยพักเหนื่อย  จึงเปิดกระเป๋า  หยิบคัตเตอร์ออกมาเปิดกล่องดู  เจอโบร์ชัวร์  ที่เป็นรูปหม้อหุงข้าว  รูปร่างสวยงาม  และน้องขวัญอ่านพบว่า   ครูอ้อยเป็นผู้ที่โชคดี 1 ใน 500 คนที่ได้รับรางวัลสมนาคุณ  เป็นหม้อ... 
แต่เสียดาย  ไม่ใช่หม้อหุงข้าว  กลับกลายเป็นหม้อหุงต้มธรรมดา    ครูอ้อยก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก  
จนกระทั่งวันนี้  นอนนึกถึงเรื่องราวร้ายๆที่เกิดขึ้น  
แต่พอมองเห็นหม้อหุงต้ม  จึงคิดเป็นบวกว่า  .....คนเราก็...ไม่ได้โชคร้ายไปหมดทุกเรื่อง...จริงมั้ย....