ศาสตร์ของการยิ้ม นอกจากเพื่อสังคมแล้ว การยิ้มคือยาขนานหนึ่งที่จะบรรเทาปัญหาสุขภาพ มายิ้มกันเถอะ...
วันนี้นับเป็นอีกวันหนึ่ง...ที่ต้องนอนซมกับการรอพักฟื้นไข้อยู่ที่บ้าน ...และเวลาประมาณ 09.00 น.ไปรษณีย์ได้มาส่งจดหมายฉบับหนึ่งที่หน้าบ้าน พอเปิดดูก็พบว่าเป็น....วารสารสังคมพัฒนา ที่ผมเป็นสมาชิกอยู่นี่เอง เมื่อเปิดเข้าไปดูในเนื้อหาก็พบว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมค่อนข้างประทับใจ และนึกย้อนอดีตครั้นตอนไปเป็น Intern ที่ สคส. ที่ต้องตีความในหนังสือ “ความฉลาดทางสังคม” ซึ่งมีอยู่ตอนหนึ่งที่ได้กล่าวถึงการยิ้ม ซึ่งปกติการที่คนเราจะยิ้มได้นั้นต้องใช้เซลประสาทร่วมเป็นจำนวนมาก และครั้นมาอ่านวารสารเล่มนี้แล้วผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี และน่าจะเป็นประโยชน์ จึงใคร่ขออนุญาตนำมาเล่าสู่กันฟังในวันที่สภาพที่สุขภาพร่างกายและจิตใจกำลังทรุดโทรม เผื่อจะได้สบายใจยิ่งขึ้นครับ
ศ.นพ.วิจิตร บุณยะโหตระ ได้เล่าว่ามีจิตแพทย์ได้จำแนกการยิ้มเป็น 3 แบบ คือ ยิ้มจริงใจ ยิ้มเสแสร้ง และ ยิ้มเศร้า
1. ยิ้มจริงใจ คือ ยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกที่ดีงาม ยิ้มจริงใจเป็นการแสดงความรู้สึก ทางด้านบวกอย่างแท้จริงจะปรากฏขึ้น หลังจากได้รับสภาวะของอารมณ์ซึ่งรวมทั้งความยินดีจากสิ่งกระตุ้นทางตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัส อย่างรักใคร่ก็สามารถเรียกรอยยิ้มอย่างจริงใจออกมาได้ รอยยิ้มอย่างจริงใจนี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อหายจากเจ็บปวดจากแรงกดดันที่อึดอัดได้เหมือนกัน
2. ยิ้มเสแสร้ง คือ รอยยิ้มที่ประดิษฐ์ขึ้นได้โดยเจตนาจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด คิดว่าเรารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ ยิ้มเสแสร้ง คือ การเจตนาที่จะพยายามกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกในด้านดี ยิ้มเสแสร้งจะปรากฏบนใบหน้านานกว่ายิ้มจริงใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจิตหลายคนเห็นว่า การหัวเราะช่วยปรับความสมดุลให้อยู่ในสภาวะปกติ แม้ว่าจริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ตลกเลยก็ตาม เหตุผลที่เราชอบหัวเราก็เพราะเวลาหัวเราะเราต้องยิ้มก่อนและใบหน้าที่มีรอยยิ้มย่อมน่าดูกว่าใบหน้าบึ้งตึงดุร้าย การหัวเราะจึงเป็นอีกขั้นหนึ่งของการยิ้ม คุณสามาระยิ้มไปโดยไม่ต้องหัวเราะ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะหัวเราะโดยไม่ยิ้ม
3. ยิ้มเศร้า มนุษย์เราเป็นทุกข์เพราะเราทำตัวเองเป็นทุกข์และเรายังทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์อีกด้วย คนที่หัวเราะมาก ๆ จะมีชีวิตยืนนาน คนที่มีความสุขจะมีอายุยืนกว่าตนที่อมทุกข์ การที่มีสุขภาพดีอยู่เสมอจำเป็นจะต้องมีการแบ่งปัน คนที่รู้จักหัวเราะ ก็คือ คนที่รู้จักแบ่งปันนั่นเองการหัวเราะมักจะเกิดพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของร่ายกายไปในทางที่ดีที่ใคร ๆ ก็เห็นได้ชัด เช่น นัยน์ตาเป็นประกาย บุคลิกสดใส การร้องไห้จึงนับว่าเป็นการบำบัดอย่างหนึ่งช่วยลบล้างความทุกข์หรือเกิดจากทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้จะมีส่วนผสมทางเคมีแตกต่างจากน้ำตาที่เกิดจากผงเข้าตาน้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ภายในจะมีสารช่วยลดความเจ็บปวดอยู่ด้วยซึ่งจะผลิตออกมาในปริมาณมากเป็นพิเศษเพื่อช่วยให้เราเอาชนะความเจ็บปวดและความโศกเศร้าได้คนที่พยายามยิ้มและหัวเราะอยู่เสมอ แม้จะรู้สึกเป็นทุกข์อยู่ภายในก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์เป็นไปในทางดีได้จะมีความสุขขึ้นทั้งสมองและจิตใจ
ถ้าอยากมีรอยยิ้มที่สดใส ก็หัดยิ้มให้บ่อย ๆ เท่านั้นแหละ ยิ่งคุณยิ้มมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น แต่รางวัลพิเศษแท้จริงก็คือ คุณจะมีความสุขมากขึ้นควบคู่กับการรู้คุณค่าของการยิ้มและวิธีใช้มันให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง รอยยิ้มเปรียบเสมือนดวงประทีป
เห็นไหมครับในการยิ้มทุกอิริยาบถนั้น จะต้องใช้หลักของการจัดการความรู้เข้าไปเป็นส่วนเสริมสร้างกระบวนการด้วยทั้งนั้น ...แล้ววันนี้... “ท่านยิ้มหรือยัง และจะยิ้มแบบไหนดี”
ครับขอบคุณครับ
อุทัย อันพิมพ์
19 เม.ย. 50
อ้าว ครูอู๋ไม่สบายหรอคะ หายไวไวนะคะ
รถแม่หวีหายไปแล้วอ่ะครูอู๋
ท่านอุทัย
วันนี้ยิ้มไม่ค่อยออก
1. ทราบข่าวว่าท่านไม่สบายยังไม่หาย
2. ทราบข่าวว่ารถพ่อครูหาย
3. ทราบข่าวแล้วทำให้ใจหาย
........ฝากท่านเก็บไว้ให้ด้วย สำหรับข้อ 3 คงตกแถว ๆ ป่าบ้านพ่อครูอ่ะค่ะ ........
อ่ะ ไม่ทันน้องหนิง ไวแข่งกามนิตหนุ่มอ่ะนะ
ขอบคุณมากครับทุกท่านที่เป็นห่วงด้วยไมตรีจิตครับ
เรื่องรถหายผมก็เพิ่งทราบเมื่อตอนเจ็ดโมงของเมื่อวานครับ
วันนี้ตอนตี 4 คิดว่าอาการไข้คงดีขึ้นและคาดว่าจะเดินทางไปสวนป่าเพื่อถามไถ่ และลุยงานต่อครับ
อ่านข้อความพี่อุทัยแล้วน่าจะเขียนนานแล้วพี่อุทัยยิ้มแล้วทำให้คนรอบข้างมีความสุข
เห็นด้วยกับการยิ้มค่ะ
แถม....อาจารย์บอกว่า ....ฉันแพ้ยิ้มของเธอ
ขอบคุณ คุณพัทยา มากครับ ผมว่าการยิ้มเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกันที่ลงทุนน้อยที่สุด แต่ทำอย่างไรที่จะให้ทุกคนได้ยิ้มให้แก่กันด้วยความจริงใจ
อาจารย์อ้อยครับ วันที่ 25 เมษายน นี้ ผมจะต้องพบกับทีมอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อรายงานความก้าวหน้า ผมก็ยังไม่รู้ชตากรรมเช่นกันครับว่า รอยยิ้มของผมจะคมเหมือนของอาจารย์อ้อยหรือเปล่าครับ
ขอบคุณมากครับท่านอาจารย์ขจิต ที่เป็นห่วงเป็นใยด้วยความมีไมตรีจิตครับ
ผมชอบการยิ้มแบบจริงใจ เหมือนกับอาจารย์นั่นแหละครับ เพราะมันเป็นการยิ้มที่บริสุทธิ์
สวัสดีค่ะคุณอุทัย กว่าจะได้มาอ่านบันทึกนี้คงหายป่วยสบายดีแล้วนะคะ แวะมาทักทายคิดว่ายังจำกันได้แน่ๆ
ส่งยิ้มมาให้เยอะเลยค่ะ รับรองยิ้มนี้ปลอดสารพิษค่ะ
ขอบคุณมากครับคุณนายดอกเตอร์
ดีใจจริงๆ ครับที่อาจารย์เข้ามาพูดคุยด้วย และหวังว่าคงจะมีข้อเสนอแนะดีๆ ตามมาเช่นเคยนะครับ
ความจำยังฝังตรึงในส่วนลึก ที่อาจารย์ได้มอบแต่สิ่งดีๆ ให้ตลอดมาครับ
ขอบคุณมากครับ