พระผู้เป็นที่สุดของคนไทย พระผู้เป็นที่สุดของแผนดิน ได้ทรงหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความอยู่รอดของสังคมไทยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540 นั่นคือ ทรงพระราชทานเมล็ดพันธุ์พืช ชื่อ “พอเพียง”

 ในช่วงปี พ.ศ. 2510-2520 เราทำงานพัฒนาชุมชนภายใต้คำศัพท์หนึ่งว่า การยืนอยู่บนขาของตนเอง ก็เป็นที่ถกเถียงกันตลอดเวลาที่ยาวนานว่า ยืนบนขาอย่างไรจึงจะอยู่ได้ในกระแสพายุของบริโภคนิยม  ขณะที่ระบบโครงสร้างหลักของการพัฒนาประเทศกำลังนำเข้าทฤษฎีความทันสมัยในการเกษตรและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีประชาธิปไตย   

 พ่อแสน อธิบายการเกษตรผสมผสาน

งานพัฒนาชุมชนโดยองค์กรพัฒนาเอกชนได้ขุดเอาข้อเท็จจริงขึ้นมาจากซากส่วนความหายนะของงานพัฒนาแบบทันสมัยนั้น นับแต่การเกิดขึ้นของการเปลี่ยนแปลงพันธุ์พืชใหม่ๆโดยเฉพาะข้าว การใช้ปุ๋ยเคมีและสารพิษกำจัดศัตรูพืช ความตายของปัฐพี การขยายตัวของพืชเชิงเดี่ยว ฯลฯ แล้วทั้งหมดก็มีส่วนสำคัญในการสร้างภาวะหนี้สินของเกษตรกรที่ถมทับทวีขึ้นจากการหลงใหลไปกับความทันสมัยในการผลิต อันเป็นผลมาจากแนวคิดการ ปฏิวัติเขียว เกิดขึ้นในโลกนี้    

<p style="text-align: center"></p>

 การสรุปบทเรียนร่วมกันถึงการทำกิจกรรมที่ผ่านมา

</span><p>กว่าจะมีสติคิด ไตร่ตรองได้ รัฐบาลก็ต้องใช้เวลาจำนวนมากลงมารับมือกับคลื่นความล้มเหลวทางการผลิตนั้น   ที่ซัดเข้าหาชายฝั่งแถบหน้าทำเนียบรัฐบาล หน้ากระทรวงเกษตร และรัฐสภาอันเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของความรับผิดชอบ ขบวนแล้วขบวนเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่าจวบจนปัจจุบัน   </p><p align="center"></p><p align="justify">คนทำงานพัฒนาชุมชนต้องตอบคำถามมากมายให้กับตัวเองและพี่น้องเกษตรกรผู้เป็นผลพวงหายนะของ “ToM”(Tsunami of Modernization)  ท่ามกลางคลื่นความทันสมัยที่ยังซัดกระหน่ำอยู่(จนถึงปัจจุบัน) กระแสคลื่นนี้ทำให้ชายฝั่งชีวิตพังทลายลง เช่น การผุกร่อนของระบบครอบครัว การร่อยหรอของทุนสังคมเดิม ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ครอบครัวขาดความอบอุ่น ชุมชนแกว่งไกวไม่สมดุล เกิดการแตกร้าวของการอยู่ร่วมกันในความหลากหลาย ประเทศชาติสะสมความขัดแย้งมากขึ้น     </p><p>แต่แล้วสังคมก็ปรากฏแบบอย่างของความมั่นคงของการอยู่รอดท่ามกลางพายุทันสมัย(ToM) นี้ขึ้น แต่แปลกมาก ความมั่นคงนี้กลับผุดขึ้นในพื้นที่ที่มีปัญหาที่สุด เป็นกลุ่มคนชั้นล่างสุด ที่ยากจนที่สุด  นั่นคือ ชุมชนชนบท นั่นเอง    </p><p>แต่ความมั่นคงท่ามกลางกระแสดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นมาจากผลของการสร้างโดยตรงของเครื่องมือต่างๆของรัฐ แต่เกิดขึ้นมาจากการดิ้นรนหาทางออกของปัจเจกบุคคลเอง ซึ่งมิมีปริญญาแห่งความสำเร็จทางการศึกษาใดๆอันเกิดจากการเรียนรู้ในห้องเรียนโชว์หรูไว้ที่ตู้ในห้องรับแขก  </p><p><div style="text-align: center"></div></p><p align="center">เราปลูกต้นไม้เสริมความอุดมสมบูรณ์ของป่าร่วมกัน</p><p align="center"></p><p>แต่เกิดขึ้นโดยการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำมาหากินที่เคยตกอยู่ใน กระแสคลื่นความทันสมัยท่านเหล่านั้นหันกลับไปพิจารณารากเหง้าเดิมของการดำรงชีวิต แล้วกลั่นเอาหลักความอยู่รอดออกมา และสร้างขึ้นมาใหม่ภายใต้สภาพแวดล้อมใหม่ เงื่อนไขใหม่ ปัจจัยใหม่    </p><p>มิใยที่ผู้กุมอำนาจสูงสุดของประเทศจะมองเห็น มิมีกลุ่มนักวิชาการผู้มีภูมิปัญญาสูงส่งที่ได้รับการประทับตรามาจากต่างประเทศจะเฉียดใกล้  ยิ่งนักการเมืองผู้ประกาศตนรับใช้ชุมชน ประเทศชาติ จนน้ำลาย ไหลหลั่งท่วมเมือง เสียงแห่งการรับใช้ที่ซ่อนด้วยการตักตวง ใบหน้าที่กล้าเผชิญกลุ่มชนแต่ซ่อนด้วยหน้ากากของผู้แสวงหาอำนาจและผลตอบแทน มิมีใครมองเห็น มิมีใครคิดอ่านหนทางแห่งการอยู่รอดที่ปลอดภัยและยั่งยืน   </p><p>ก่อนที่สายเกินไปพระผู้เป็นที่สุดของคนไทย พระผู้เป็นที่สุดของแผนดิน ได้ทรงหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความอยู่รอดของสังคมไทยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540 นั่นคือ ทรงพระราชทานเมล็ดพันธุ์พืช ชื่อ พอเพียง แก่ผสกนิกรของพระองค์ท่าน ให้ทุกคนนำไปปลูกแล้วจะเป็นกำแพงกั้นคลื่น ToM นั้นได้  เราและท่านได้โปรดใช้เวลาแห่งชีวิตน้อมเกล้าพิจารณากันเทอญ..</p>