สงกรานต์ : 1,100 กิโลเมตร .. บันทึกการเดินทางของชีวิตในเทศกาลน้ำ.. ค่ำคืนที่พ่อทำแผลให้กับผม (3)

ต่อให้ผมมีอายุมากแค่ไหน ร่างกายเติบใหญ่สักปานใด ผมก็ยังเป็น "ลูกหล่า" ที่พ่อกับแม่ยังต้องดูแลอย่างไม่เปลี่ยนแปลง..

ผมออกเดินทางจากบ้านหนองทับม้า อ.เสนางคนิคม  จ.อำนาจเจริญในช่วงบ่าย 4 โมงเย็น (13  เมษายน)  โดยใช้เส้นทางหลัก คือ อำนาจเจริญ -  ยโสธร - ร้อยเอ็ด - กาฬสินธุ์  ซึ่งมี "บ้าน" ..และ "คนที่บ้าน"  เป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางในวันนั้น

ผมชื่นชอบเส้นทางสายนี้เป็นพิเศษ  ถึงแม้เส้นทางดูจะแคบเล็กไปบ้างแต่ต้นไม้รายทางแถว ๆ  อ.ป่าติ้ว  (ยโสธร)  ก็ร่มรื่น - ชื่นเย็น,  ชวนให้ขับรถอย่างสุขใจและรื่นรมย์ต่อวิถีการเดินทางเป็นยิ่งนัก

 

ผมเคยเปรยบ่นกับตัวเองและเพื่อนชีวิตเสมอว่า  หากแม้นอนาคตอันใกล้และไกลนี้มีการสร้างถนน หรือขยายช่องถนนให้กว้างขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ -  ต้นไม้ใหญ่หลายต้นคงมิวายถูกโค่นทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย  และคงยากยิ่งที่จะเสกสร้างสิ่งอื่นใดมาประดับเส้นทางให้รื่นรมย์และเย็นตาได้เหมือนเดิมเป็นแน่ ! 

ผมทุกข์โศกเสมอกับการสูญเสีย .. หากแต่เป็นการทุกข์โศกที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการเปิดรับการเปลี่ยนแปลงที่ชีวิตไม่อาจทัดทานได้ 

 

และเมื่อวันนั้นเดินทางมาถึง  ถนนเส้นนี้อาจดูกว้างใหญ่ขึ้น  ริมทางอาจร้างไร้ซึ่งไม้ใหญ่ให้ร่มอันงามตา    แต่ยังไง - ผมก็ยังคงต้องสัญจรผ่านเส้นทางสายนี้อย่างไม่รู้จบ -

 

ตลอดเส้นทางจากอำนาจเจริญมาถึงตัวเมืองกาฬสินธุ์ถูกห่มคลุมและตกแต่งด้วยฟ้าอุ้มฝน  บางห้วงถนนมีสายฝนโปรยปรายอย่างไม่ขาดสาย  ...

ผมไม่มีโอกาสได้จอดรถเที่ยวท่องตามรายทางนัก  เพราะความมืดของท้องถนนได้คืบคลานมาอย่างกระชั้นชิด  กอปรกับ "บ้าน"  อันเป็นจุดหมายปลายทางของผมในวันนี้ดูยิ่งใหญ่และมีความสำคัญเป็นที่สุด

 

ผมขับรถช้ากว่าที่เคยเป็น....ตลอดเส้นทางหวนคิดถึง "บ้าน"  ที่มีพ่อ, แม่ ลูกชายและพี่น้องอีกหลายคนรอคอยอยู่ที่นั่น 

 

เป็นความคิดถึงที่เกิดขึ้นและดำเนินไปอยู่ทุกห้วงขณะจิต  แต่ไม่รุกเร้าให้ผมสูญเสียสมาธิในการขับรถ  ตรงกันข้ามกับเป็นพลังอันสงบที่ย้ำคิดและย้ำเตือนให้ผมมีความเพียรที่จะนำพาตัวเองกลับไปที่นั่นอย่างปลอดภัย...

 

ผมกลับถึงบ้านตอนเกือบ ๆ จะ 5  ทุ่ม...   ฟ้าฝนที่บ้านเกิดสงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ  พ่อและแม่ยังไม่นอน - ลูกชายคนเล็กหลับฝันอย่างมีความสุข  ส่วนคนโตที่เพิ่งลาสิกขาออกมาแววตายังใสแจ๋วไม่มีท่าทีว่าจะง่วงเหงาเลยแม้แต่น้อย   เพียงเพราะกำลังรอคอยการกลับมาของผม  และรอที่จะเล่าเรื่องการเล่นน้ำของวันนี้ให้ผมได้ร่วมรับฟังอย่างใจจดใจจ่อ

 

ผมอ่อนล้าและเหนื่อยอ่อนมาก ... พ่อและแม่เข้าใจในสภาพอันอิดโรยนั้นดีโดยไม่ต้องร้องถามด้วยถ้อยคำใด ๆ อีกแล้ว   ขณะที่ลูกชายคนโตไม่เข้าใจต่อภาวะการณ์เช่นนั้นของผม  หากแต่ยังมีความสุขที่เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ผมได้ฟังอย่างไม่ลดละ...มิหนำซ้ำยังชวนให้ผมร่วมวาดภาพนานาจิปาถะอีกยกใหญ่

 

วิถีระหว่างผมกับลูกชายดำเนินไปสักระยะเราทั้งสองจึงกลับเข้าไปนอนรวมกันกับลูกชายคนเล็ก  และผมค่อยข้างมั่นใจว่าคืนนั้นผมเผลอหลับไปก่อนพ่อและแม่  หรือแม้แต่ลูกชายคนโตก็ดูเหมือนจะหลับทีหลังผมเลยด้วยซ้ำไป

 

ผมไม่รู้ว่าหลับไปนานสักแค่ไหน... มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็เหมือนเคลิ้มฝัน - กึ่งหลับกึ่งตื่น  ...   รู้สึกเหมือนกับมีใครกำลังแตะสัมผัสริ้วรอยบาดแผลที่บริเวณหน้าแข็งของตนเองอย่างอ่อนละมุน

ผมยันศรีษะขึ้นมาชะโงกดูแต่เพียงเสี้ยวสั้น ๆ  คลับคล้ายว่า "พ่อ"  กำลังเช็ดแผลและทายาแดงให้กับผม...

ผมเหนื่อยเกินกว่าจะฟื้นสติขึ้นมารับรู้อะไรได้มากไปกว่านั้นอีกแล้ว...แต่ก็มั่นใจและรับรู้อยู่อย่างสุขใจว่า "พ่อกำลังทำแผลให้กับผม !"

 

รุ่งเช้าถัดมา...ผมตื่นมาพร้อมกับอาการครั่นเนื้อครั่นตัว  และมีอาการเจ็บแผลที่บริเวณหน้าแข็ง  และเหลือบมองเห็นสีแดงของยาปะพรมอยู่บริเวณบาดแผล

นั่นก็เท่ากับยืนยันได้ว่า  ค่ำคืนที่ผ่านมานั้น  พ่อได้ทำแผลให้กับผมจริง ๆ ....

 

หวนย้อนกลับไปสู่วัยเด็ก  -  ผมมีความทรงจำที่แจ่มชัดและมีชีวิตเสมอเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ...

มันช่างนานและแสนนานเหลือเกินที่ร่างกายของผมเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผล  ซึ่งพ่อจะเป็นผู้ทำแผลและพาตัวผมไปหาหมออยู่อย่างไม่ว่างเว้น... รวมถึงการไปรับหมอมาทำการรักษาผมที่บ้านของเราเอง

พ่อมักเล่าให้ฟังเสมอว่าผมมีปัญหาเรื่อง "ต่อมน้ำเหลือง"  สมัยที่ยังเป็นเด็กก็มักมีผื่นแผลผุพองอยู่มาก   ..มันมากเสียจนพ่อและแม่จำต้องไม่ปล่อยให้ผมมีโอกาสทอดน่องลงแรงปักดำกับพี่ ๆ  ในทุ่งนา  แต่จะมอบหมายให้ผมทำหน้าที่เลี้ยงวัวแทนการปักดำในฤดูฝน !

 

การที่พ่อลงแรงใจทำแผลให้กับผมในค่ำคืนแห่งความเหนื่อยล้านั้น..กลายมาสะกิดเตือนให้ผมได้หวนรำลึกถึงเรื่องราวของชีวิตที่ล่วงผ่านมาอย่างแสนนาน ...อบอุ่น  ละมุนละไม  และเต็มไปด้วยสายใยแห่งชีวิต

และวันนี้ หรือเช้าวันนี้ผมยังต้องออกเดินทางกลับไปยังอำนาจเจริญอีกครั้ง...หากแต่ครั้งนี้จะมีเด็กชายแดนไทนั่งไปเป็นเพื่อน

 

ก่อนการออกเดินทางเพียงเล็กน้อย ...พ่อเพิ่งกลับจากวัดและเดินตรงมายังผม  พร้อมกับสอบถามอาการว่าปวดแผลหรือเปล่า ?  และไม่วายที่จะอำนวยอวยพรให้ผมกับลูกชายแสนซนเดินทางโดยสวัสดิภาพ.....

 

ทุกครั้งที่กลับมายังบ้าน - ผมจะยังเป็นลูกของพ่อและแม่เสมอ  .. เป็นน้องของพี่ ๆ  อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ....   เป็นคนที่ใครต่อใครยังต้องดูแลอย่างไม่รู้จบ...

ทุกครั้งที่กลับบ้าน....   ต่อให้ผมมีอายุมากแค่ไหน  ร่างกายเติบใหญ่สักปานใด  ผมก็ยังเป็น "ลูกหล่า"  ที่พ่อกับแม่ยังต้องดูแลอย่างไม่เปลี่ยนแปลง..

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (27)

แวะมาเยี่ยมครอบครัวอบอุ่น ค่ะ

หากมีโอกาสแวะมาเที่ยวโคราช  แล้วท่านจะเห็นถนนสายหนึ่งได้ชื่อว่า "ถนนสีเขียว"  กว้างและมีต้นไม้เขียวชอุ่มสมชื่อค่ะ

เขียนเมื่อ 

 แวะมาเยี่ยมค่ะ เรามีครอบครัวอบอุ่น เหมือนๆกันเลย

เขียนเมื่อ 
พ่อและแม่อย่างไรก็ยังห่วงใยลูกเสมอ คุณพ่อ คุณ แผ่นดิน น่ารักมากเลยค่ะ
เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P
  • ขอบพระคุณครับที่แวะมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ
  • โคราช...เป็นเมืองใหญ่ที่น่าอยู่และกำลังเติบโตอย่างเต็มที่
  • และการเติบโตดังกล่าวก็ยังต้องรักษาสิ่งแวดล้อมไว้อย่างเต็มกำลัง...
  • ถนนที่อาจารย์กล่าวถึงนั้น...อยู่ตรงไหนของโคราชครับ  เพราะถ้ามีโอกาสผมจะได้แวะไปเยี่ยมชมจริง ๆ สักครั้ง

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีกลางดึกครับ..
P

จะพานพบเรื่องร้ายแรงแค่ไหน...อบอุ่นเสมอเมื่อนึกถึงบ้าน...

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

มีบ้างเหมือนกันนะครับที่กลับบ้านแล้วไม่ค่อยได้ทำอะไร เพราะใคร ๆ ก็มีความสุขที่จะทำให้กับเรา...แต่ยังไงก็หาอะไรทำบ้างตามแต่จะทำได้....

มีความสุขเสมอที่ได้กลับบ้าน...ขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 

มาเยี่ยม...

แต่ก็มั่นใจและรับรู้อยู่อย่างสุขใจว่า "พ่อกำลังทำแผลให้กับผม !"

คุณมีความรับผิดชอบทำหน้าที่ความเป็นพ่อดีที่สุดแล้ว...

แผลของร่างกายคงหายได้ตามวันเวลา...แผลทางใจต้องใช้รสแห่งธรรมะดีแล...

ฮา ๆ เอิก ๆ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีตอนดึกครับ
P

วันนี้ผมเพิ่งมีเวลาที่ "นิ่ง"  จึงพาแฟนและลูก ๆ  รดน้ำขอพรคุณพ่อกับคุณแม่...สุขกาย สบายใจเป็นไหน ๆ ...

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 
  • ความรักของพ่อ-แม่  ยิ่งใหญ่เหลือเกินครับ
  • ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้าน  แม่ดูแลหาข้าวหาน้ำให้กิน  ราวกับเด็กสามขวบ...รู้สึกดีจริง ๆ ครับ

ขอบุคฯครับ 

  • ตามมารับบรรยากาศครอบครัวอบอุ่น
  • เราได้รับสิ่งต่างกับพ่อแม่อย่างไร เราก็ได้มอบสิ่งเหล่านั้ให้กับลูกของเราค่ะ น้องแผ่นดิน
ยืนยันครับ เพราะพึ่งกลับมาจากโคราช
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน

ตามมาซึมซับความอบอุ่น ละมุลจากแง่งามของบันทึกนี้ค่ะ..

อ่านแล้วยิ้มเพราะสุขใจที่ได้เห็นความสุขของครอบครัวอบอุ่น..ในวันสงกรานต์ที่ไม่ร้อนแล้งเหมือนอากาศ

และมารดน้ำถึงบ้านเลยค่ะ..ขอให้อยู่ดี..มีแฮงเด้อค่า..^ ^

เขียนเมื่อ 
  • เป็นครอบครัวที่อบอุ่นจังเลยครับ
  • มาทักทานดูการเดินทางครับผม
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

P

  • ล่าสุดผู้บริหารท่านหนึ่งเพิ่งถามผมเมื่อไม่นานว่า  "มีลูกแล้ว - ตอนนี้รู้สึกรักพ่อแม่มากขึ้นมากหรือเปล่า"
  • ผมก็ตอบด้วยความสัตย์ว่า "ครับ..."
  • ท่านบอกกับผมอีกว่า "เพลา ๆ งานลงบ้างก็ได้  และหันไปให้เวลากับคนที่บ้านมากขึ้น, ทั้งลูกเมียและพ่อแม่"
  • ผมก็ยังตอบว่า "ครับ...- ขอบคุณครับ"

 

เขียนเมื่อ 
  • มาอีกรอบครับ
  • ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ พี่อัมพร
P

หลายคนทักว่าทำไมสอนให้ลูกพูดภาษาอีสาน...ผมก็ตอบด้วยความสุภาพว่า  เขาเป็นคนไทย แต่ก็อยากให้พูดภาษาอีสาน เพราะรากเหง้าของพวกเขาเป็น "ลูกอีสาน"  ...ผมไม่อยากให้ลูกพูดภาษาอีสานไม่ได้  ...แต่ชื่อของพวกเขาก็บอกถึงความเป็น "ไทย"  หรือ "ชาติไทย"  อย่างเข้มข้นเสมอ...

ตอนนี้ก็พร่ำบอกเขาเสมอว่า ปู่กับย่า...คือ  ฮีโร่ที่ควรเอาแบบอย่าง

ขอบคุณครับ....

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ ครูเสือ
P

ที่ยืนยันนั้นหมายถึง "ขับรถอย่างระมัดระวัง"  ใช่ไหมครับ...หรือยืนยันว่าการเดินทางในเทศกาลสงกรานต์ไปเยือนญาติมิตร คือ การเดินทางอันแสนอบอุ่น...

แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับ..ที่แวะมาทักทาย...ขอให้มีความสุขมาก ๆ  (ทั้งครอบครัว นะครับ)

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะพี่พนัส
  • เป็นไงบ้างคะเจ็บมากไหม
  • "ลูกชายหล่า" พ่อกะฮัก แม่กะฮัก เบิ่งคักๆ คือ...
  • ไม่มีภาพน้องดินกะแดนตอนเล่นน้ำให้ชมบ้างเหรอคะ  คิดถึงมากๆเลย
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะพี่พนัส
  • อ่านแล้วซึ้งค่ะ
  • ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน ลูกก็คือลูกวันยังค่ำ
  • ขอบคุณที่สื่อสารออกมาได้อย่างอบอุ่นจริง ๆ ค่ะ
เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P
  • วันที่ 13  ฟ้าครึ้มฝนและอากาศดูจะออกหนาว ๆ ด้วยซ้ำไป  แต่จากนั้นอากาศก็ร้อนแล้งเหมือนที่เคยเป็นมาอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
  • ผมเชื่อว่าครอบครัวคุณเบิร์ดก็อบอุ่นไม่ต่างไปจากผมนัก...หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป
  • ผมยังเป็นเด็กในสายตาของพ่อแม่เสมอ...ท่านยังอาทรห่วงใยและดูแลอย่างใกล้ชิด
  • ภาพความรักที่ท่านมีต่อหลาน ๆ  ยิ่งทำให้ผมเรียนรู้คุณค่าของความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกได้อย่างมากมายมหาศาล....
  • ขอบคุณนะครับ...ขอบคุณที่แวะมาทักทายและนำความอบอุ่นมาเยือนอยู่อย่างสม่ำเสมอ

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ อ.ขจิต..
P
  • กลับจากบ้านพร้อมพลังชีวิตอันยิ่งใหญ่เป็นแน่เลยใช่ไหมครับ
  • บ้าน.....มีความรักเสมอ...
  • ผมเชื่อว่าอาจารย์รู้สึกเช่นนั้น
  • ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 

ว่าไงนะครับ น้องนุ้ย..เบิ่งคัก ๆ  คือผู้ได๋..

P

ช่วงนี้ยังไม่มีภาพน้องดินน้องแดนให้ชมหรอกนะครับ..แต่บันทึกต่อไปมีแน่นอน...โดยเฉพาะเจ้าจุกที่อ้อนจะเอา "เป็ดน้อย"  จากชาวเสนางคนิคม...

ติดตามตอนต่อไปแล้วกันนะ

สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน

  • อ่านไป ยิ้มไป
  • ซาบซึ้งมากค่ะ กับสัมผัสถึงความรักของพ่อที่มีต่อลูก
  • ดิฉันเสียพ่อไปแล้ว
  • ดิฉันจึงรู้ว่าเราควรดูแลพ่อแม่ให้ดี ขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่
  • ก่อนที่จะรู้สึกเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลพ่อแม่
  • ตอนนี้ดิฉันยังมีแม่อยู่ เราจึงปรับปรุงบ้านใหม่ให้แม่อยู่ค่ะ
  • แม่มีความสุขมาก
  • ตอนสงกรานต์ มีหลานมาจากลำปาง หลานรดนำคุณยายและบอกคุณยายว่า คุณยายขอให้มีชีวิตอยู่จนหนูโตนะคะ (ตอนนี้แม่อายุ 80 ปี)ค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

P

  • ขอบคุณ อ.ราณีมากครับสำหรับถ้อยคำง่าย ๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายแห่งชีวิต "ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน ลูกก็คือลูกวันยังค่ำ"
  • ไม่รู้เป็นยังไง ระยะหลัง - หลังจากที่บริหารจัดการเรื่องเวลางานลงตัวแล้วก็หวนคิดแต่อยากจะกลับบ้าน หรือแม้แต่พาลูก ๆ  กลับบ้าน..
  • เหมือนรู้ว่า  มีอะไรที่เป็นความสุขที่เราต้องทำที่บ้านมากมายเหลือเกิน...
  • ขอบคุณครับ

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

ผมยังคงแวะไปเยี่ยมชมภาพถ่ายบ้านใหม่ของคุณแม่อาจารย์เสมอ...อบอุ่นและน่ารักมาก..

สมัยที่ผมกลับมาจากกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมเข้าทำงานที่มหาวิทยาลัยฯ  ผมกดเงินจากธนาคารไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นยื่นให้กับพ่อเพื่อสมทบค่าใช้จ่ายในการปลูกบ้าน...นั่นคือความสุขที่ผมสัมผัสได้ด้วยใจอย่างไม่รู้เลือน.

ทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าทำให้ท่านน้อยมาก....

ขอบพระคุณครับ

 

เขียนเมื่อ 

ถึงพี่พนัส

  • ลองคิดกันเล่นๆดูนะครับ วิชาง่ายๆที่เราเคยเรียนกันมาตั้งแต่ประถม มัธยม "ถ้าเราขยายถนนให้กว้างกว่าเดิม อีก 20 เมตร เป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร ถามว่าจะต้องใช้พื้นที่ไปเท่าได้?"
  • วิธีทำ ง่ายๆ คือ กว้าง x ยาว
  • แปลง 100 กิโลเมตร = 100 x 1000 = 100,000
  • เข้าสูตร กว้าง x ยาว = 100,000  x 20 = 2,000,000 ตร.ม.
  • เอาแบบเห็นกันชัดๆเลยก็ได้ แปลงเป็น ตร.ว. โดยเอา 4 หาร ได้เท่ากับ 2,000,000 / 4 = 500,000 ตร.ว.
  • สรุปแล้ว ก็ประมาณพื้นที่บ้าน 5,000 หลังครับ

ขอให้มีความสุขนะครับ และทุกๆคนในครอบครัวด้วยครับ

กัมปนาท

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ น้องแจ๊ค
P
  • ขอบคุณมากเลยที่ช่วยวิเคราะห์คิดแปลงระยะทางออกมาในมิติเหล่านี้ให้น่าสนใจมากขึ้น
  • อันที่จริงก็เหนื่อยนะกับการเดินทางอันแสนไกล..ไปและกลับ วกไปวนมา...แต่ก็ไม่เบื่อ
  • ช่วงนี้มีความสุขกับการกลับบ้านเสมอ...
  • เสาร์ - อาทิตย์นี้ก็จะกลับอีกแล้ว....
  • ดีใจจริง ๆ
  • ขอบคุณครับ