สงกรานต์ปีนี้ได้ไปทำบุญกระดูกคุณตา
และฟังพระท่านแสดงธรรมเทศนาเกี่ยวกับเรื่องการทบทวนตัวเองในรอบปีที่ผ่านมา
ว่าใครได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง เกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนและแก่ท่านอย่างไร
สุดท้ายคือต้องใส่ใจในปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์ว่า
ให้มีชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท
เมื่อทบทวนดูชีวิตของตนในรอบปีที่ผ่านมา
ดิฉันก็ได้พบว่าการได้อยู่ในอาชีพครูถือได้ว่าได้เป็นการประกอบสัมมาอาชีวะที่จำเป็นต้องรักษาศีล
และในที่สุดก็เอื้อให้เกิดภาวะ"ศีลรักษาคน"
เพราะครูต้องหมั่นทำดีอยู่ตลอดเวลา ด้วยหน้าที่บังคับ
จนในที่สุดหน้าที่ที่ทำนั้นก็บ่่มเพาะให้กลายเป็นคนดีไปเอง
เพราะ "เด็กเป็นอย่างที่ครูเป็น ไม่ได้เป็นอย่างที่ครูสอน"
และห้ามครูสอนในสิ่งที่ครูเองก็ไม่ได้เป็น
เพราะเด็กเรียนรู้จากการเรียนรู้
รวมถึงการเลียนแบบในสิ่งที่ตนมีความศรัทธา
จึงนับเป็นโชคดีอย่างยิ่งที่ได้ประกอบอาชีพที่ต้องฝึกตนเช่นนี้
ทุกครั้งที่ได้ไปวัดในเทศกาลงานบุญ
สิ่งที่ดิฉันรอคอยคือการได้ไปชิมรสมือของแม่ครัวฝีมือเยี่ยม
ที่คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาปรุงรสชาติให้กลมกล่อม
จนกลายเป็นเครื่องคาวเครื่องหวานสารพัน
ที่ผู้ปรุงมั่นใจว่าตนนั้นเป็นยอดฝีมือ เพื่อให้พระได้ฉันมากๆ
คนทำจะได้ๆบุญมาก
แล้วโยมก็ได้มาคุยอวดกันว่าของใครอร่อยกว่าใคร เป็นที่สนุกสนาน
เป็นการสร้างความสามัคคีในครัวเรือน ที่บ้างก็ยืดเป็นอาชีพไปเลย
เพราะทุกคนที่ได้ชิมรสล้วนลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าต้องฝีมือแม่ครัวคนนี้เท่านั้น
จึงจะอร่อยเหาะ บางทีเจ้าตัวไม่รับเงินเพราะถือว่าเป็็นการช่วบงานกันด้วยน้ำพักน้ำแรง
และน้ำใจ
ที่ช่วยยึดโยงความสัมพันธ์ที่ผู้คนมีต่อกันไว้ได้อย่างแน่นแฟ้น
นอกจากอาหารแล้วยังมีตัวภาชนะที่คนรุ่นเก่าๆทำกันอย่างไว้ฝีมือ
มีกระทงใบตองรูปแบบต่างๆ
ที่กว่าจะได้มาก็ต้องผ่านขั้นตอนในการทำมากมาย ตั้งแต่การตัดใบกล้วย
การทำความสะอาด ฉีกให้ได้ขนาด แล้วเจียนให้ได้รูป
แล้วยังต้องมีแผนกทำไม้กลัดจากก้านมะพร้าว
ซึ่งงานเหล่านี้ต้องเตรียมการ และทำคนเดียวไม่สนุก ลูกหลาน บริวาร
ในบ้านต้องมาล้อมวง แล้วช่วยกันคนละไม้ละมือ คุยเล่น หยอกล้อกันไปพลาง
จนงานเสร็จไม่รู้ตัว
และเป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติที่จริงที่สุด
ระหว่างที่รอฉัน ฟังพระสวด จากนั้นก็ต้องฟังเทศน์
ทั้งๆที่ท้องร้องจ๊อกๆอยู่นั้น ก็สอนให้เรารู้จักกับคำว่าอดทน
และรอคอยได้อย่างดีที่สุด
เมื่อก่อนดิฉันเคยคิดว่าทำไมคนต้องมาทำบุญพร้อมๆกันให้อาหารเหลือมากมายอย่างนี้
แต่เมื่อได้มาทบทวนแล้วก็จึงได้คิดว่า
ก็งานวัดนี่แหละที่ทำให้คนได้มีีโอกาสมารวมตัวกันทำอะไรดีๆ
ได้มองเห็นพลังด้านบวกของสังคม ได้เห็นความสามารถของคน
ที่จะกลายเป็นขุมทรัพย์ของชุมชนแต่ละแห่งอย่างใกล้ชิด
หากใครเคยได้ไปทำบุญในบรรยากาศที่ทั้งพระทั้งโยมรู้จักกันทั้งศาลา
นับความเกี่ยวโยงกันได้หมด
รู้จักหน้าค่าตากันอย่างทั่วถึงว่าบ้านคนไหนอยู่ที่ไหน
ได้รวมใจกันทั้งศาลา โดยเฉพาะตอนกรวดน้ำที่ทุกคนต้องเอื้อมมือมาแตะกัน
เพื่ออุทิศส่วนกุศล หรือตอนที่เปล่งคำว่าสาธุเพื่อน้อมรับพร
บ้านแต่ละหลังที่เมื่อรวมกันแล้วกลายเป็นชุมชน
เป็นที่ที่มนุษย์เราจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด
และแม้โรงเรียนจะไม่มีอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป
มนุษย์ก็ยังสามารถเรียนรู้จากเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตได้อยู่เสมอ
การทำบุญสามารถนำมาซึ่งการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีให้เกิดขึ้น เป็นการวัดจิต วัดใจระหว่างกัน เพื่อนำพาซึ่งกิจกรรมดี ๆ ระหว่างกัน ในชุมชนที่ ที่ ชาวชุมชนอยู่รวมกัน