ระหว่างที่เสียงมากระทบหู (รูป) หูเราก็รับเสียงเข้าสมอง สมองเปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นความเข้าใจ...เกิดอารมณ์ (นาม) ตอนนี้แหละค่ะ ดิฉันส่งจิตออกไปแล้ว ไปอยู่กับชายหนุ่มและเพื่อนเขานี้แหละค่ะ..

ขออนุญาตบอกกันก่อนว่า เรื่องที่เขียนนี้เป็นเรื่องจริงที่ประสบด้วยตนเอง ในเรื่องที่จะเล่ามีคำหยาบและตัวอย่างไม่ดีค่อนข้างมาก  ต้องขออภัยถ้าทำให้ผู้อ่านรู้สึกแย่ คิดเสียว่าเรามาเจริญสติไปด้วยกันก็แล้วกันนะคะ 

เมื่อตอนบ่าย ๔ โมงเย็นกว่าๆ ดิฉันออกไปซื้อของที่ห้างสะดวกซื้อแถวๆ บ้าน   เอ...  แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเจริญสติล่ะนี่   ก็ระหว่างที่ขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อเข้าห้างที่ชั้น ๒ ดิฉันขึ้นมาไล่เลี่ย ก่อนชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งตามมาติดๆ ดูแล้วอายุประมาณ ๒๐ นิดๆ กำลังคุยกับเพื่อนผ่านมือถือด้วยน้ำเสียงที่เป็นสุข รื่นเริง และดังชนิดที่ว่าดิฉันได้ยินสิ่งที่หนุ่มคนนี้พูดทุกประโยค ระหว่างที่ขึ้นบันไดเลื่อนไปพร้อมๆ กัน .... 

ชายหนุ่ม:   เฮ้ย...มึง กูเพิ่งติดเน็ทเว้ย... ๑ เม็ก วันหยุดกูไม่ได้ทำห่..อะไรเลย เล่นเน็ทมันส์ ฉิ..ห.. โปรเจคก็ไม่ได้ทำ หนังสือก็ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ทำเหี้.. อะไรเลย นอนแม่.. ทั้งวัน ๒๔ ชั่วโมง

เพื่อนชายหนุ่มในโทรศัพท์: ..................

ชายหนุ่ม: ก็จริงสิวะ..... ไม่ได้ทำห่.. อะไรเลย

เพื่อนชายหนุ่มในโทรศัพท์: ..................

ชายหนุ่ม: ไอ้ห่... เรียนโทเหรอ... มึงก็ไปที่ ยูเค (หมายถึงอังกฤษ) สิวะ เรียนแค่ปีเดียว แล้วบอกแม่มึงว่าเรียน ๒ ปีสิจะได้อยู่เล่นๆ ปีนึง......

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่เกิน ๑๐-๑๕ วินาที ถึงตรงนี้ก็ถึงชั้น ๒ พอดี ดิฉันก็เดินแยกออกมา ชายหนุ่มก็เดินแยกไปอีกทาง...

หลังจากนั้น ดิฉันก็ได้ idea คิดว่าน่าจะเอาเรื่องนี้เขียนบันทึกเรื่องการส่งจิตออกนอก แต่คราวนี้ไม่ได้ส่งไปในอดีต หรืออนาคต ตามที่เคยเขียนไว้ในบันทึกเก่า แต่ส่งจิตออกนอกอยู่กับปัจจุบันขณะที่กำลังได้ยินการสนทนาของชายหนุ่มคนนี้แหละค่ะ

ระหว่างที่เสียงมากระทบหู (รูป) หูเราก็รับเสียงเข้าสมอง สมองเปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นความเข้าใจ...เกิดอารมณ์ (นาม)   ตอนนี้แหละค่ะ ดิฉันส่งจิตออกไปแล้ว ไปอยู่กับชายหนุ่มและเพื่อนเขานี้แหละค่ะ

ดิฉันก็ไวพอควรค่ะ เกิดความรำคาญและทุกข์ใจแป็บเดียว เพราะจิตถูกรบกวนด้วยเสียงและเนื้อหาการสนทนา

แล้วสติก็คืนมา ได้สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มคนนั้น เพราะระหว่างที่เขากำลังคุยกับเพื่อนนั้น นอกจากชายหนุ่มจะเสียงดัง น้ำเสียงยังแสดงอาการรื่นเริง มีความภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตนกระทำและเล่าให้เพื่อนฟังเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากแยกออกมาแล้ว ก็สอบอารมณ์ตัวเองค่ะ ว่ารู้สึกอย่างไร ก็พบว่ามีกระทบบ้าง แต่ไม่มาก เพราะคำหยาบเลื้อยเข้าหูเยอะมาก แถมไม่ชอบและไม่สนับสนุนพฤติกรรมทุกประการที่ชายหนุ่มแสดง

แต่อกุศลจิตไม่เกิดเลย .... ดีจริงๆ  แต่กลับคิดเอาเรื่องนี้มาเล่า เป็นตัวอย่าง เอาไว้ให้คนที่สนใจฝึกเจริญสติ ว่าการส่งจิตออกนอกนั้น ไม่ได้มีเฉพาะส่งไปในอดีตหรืออนาคต แต่ส่งออกในขณะนั้นนั่นแหละ

อีกตัวอย่างนะคะ (อันนี้เรื่องสมมติค่ะ)

สมมติว่าท่านเห็นซองสีน้ำตาลใบหนึ่งตกอยู่ เป็นซองที่ดูแล้วมีเอกสารใส่อยู่ข้างใน ท่านเก็บขึ้นเปิดดู แล้วพบว่ามีเงินมัดปึกละแสนอยู่ ๓-๔ ปึกด้วยกัน ไม่มีใครอยู่แถวนั้น ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ และท่านมาคนเดียว ....

อ่านแล้วเห็นกิเลส เห็นโลภะ เกิดขึ้นในใจบ้างไหมคะ .....  นี่แหละค่ะ ส่งจิตออกในตอนนั้นไปที่เงินแล้ว   ดิฉันยอมรับเลยค่ะ สำหรับตัวเอง ว่าจะต้องเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นในใจแน่นอน อย่างน้อยต้องมีสักแว๊บหนึ่งแน่นอนค่ะ   ดิฉันคิดออกเลยว่าหลังจากนั้นดิฉันก็จะเกิดความกังวลและรู้สึกเดือดร้อนทันที เพราะต้องไปหาที่คืน ต้องแจ้งตำรวจ ต้องให้ปากคำ เสียเวลา.... คนที่เขาทำหายเขาต้องมาตาม เขาต้องเสียดายและเป็นทุกข์   มาถึงตรงนี้ก็ส่งจิตออกนอกไปเรื่องที่ยังไม่เกิด (อนาคต) อีกแล้ว.....

<blockquote><h4> อ่านบันทึกนี้แล้วเจริญสติโดยดูสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตของท่านไว้ค่ะ หวังว่าดิฉันคงไม่ได้กระทำบาปทำให้คนเกิดทุกข์จากการอ่านนะคะ ; ) </h4></blockquote>