วันนี้ต้องไปทำบุญที่วัด เตรียมอาหารและขนมไปใส่บาตร

   วันนี้ตอนเช้าก็ถึงเวลาไปวัดครับ หลังจากเมื่อวานนี้ทำขนมและอาหารที่จะไปถวายที่วัดแล้วเรียบร้อย

  เมื่อวานที่บ้านเราช่วยกันทำ ขนมจ๊อก และ แกงฮังเล เพื่อเตรียมจะไปถวายวัด

 ขนมจ๊อก หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า ขนมเทียน ทั้งใส้เก็ม (ไส้เค็ม) และใส้หว๋าน (ไส้มะพร้าวเชื่อม)

  วิธีการทำเหรอครับ แป้งข้าวเหนียว (ยี่ห้อช้างชูกระดิ่ง อิอิ) แล้วนำ น้ำอ้อย (น้ำตาลน้ำอ้อยแบบที่ทานกับกาแฟสด หอมๆๆ นำมาละลายและเคี่ยวซักพัก) มาเทลงบนแป้งข้าวเหนียว จากนั้นก็นวดๆๆๆๆๆ จนเหนียวดีแล้วนำไปห่อไส้ต่างๆครับ แล้วนึ่งเป็นอันเรียบร้อย

  แกงฮังเล เป็นแกงทางเหนือที่ใครๆก็น่าจะรู้จัก วิธีการทำเหรอครับ ไม่รู้สิครับเป็นความลับทางการค้า อิอิ แต่ว่ามีน้ำพริกแกงฮังเล (ยี่ห้อพระเจดีย์อินแขวน) หมูสามชั้น และขาหมู กระเทียม หอมแดง และอื่นๆ

  ตอนเช้านี้เราก็เตรียม กั๊วเข้า หรือ กั๊วข้าว นั่นคือ ปิ่นโตอาหารไปถวายพระนั่นเองครับ พร้อมดอกไม้และ น้ำหยาด (น้ำไว้ให้พระกรวดน้ำ อุทิศให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้วและเจ้ากรรมนายเวร)

  ที่วัดคนเยอะมาก เป็นช่วงที่ทุกคนพร้อมใจกันไปวัดอย่างแท้จริง น่าชื่นใจจริงๆครับ สำหรับอาหารที่เรานำไปถวายพระ ท่านไม่ได้ฉันท์หรอกครับ เพราะมันจะกลายสภาพเป็นแกงชนิดใหม่ที่เรียกว่า แกงโฮ๊ะ ซึ่งคำว่า โฮ๊ะ แปลว่าเอามารวมๆกัน ปนกันไปหมด

   สมดังชื่อครับ แกงที่ว่าเป็นแกงที่ผสมกับข้าวทุกอย่างที่คนนำมาถวายที่วัด คนๆๆๆแล้วก็เสร็จครับ ชาวบ้านจะไปบูชามาทำแกงที่บ้านต่อ โดยนำมาเติม หน่อไม้ส้ม (หน่อไม้ดอง) จะไค (ตระใคร้) ใบบะคูด (ใบมะกรูด) ใบบะตาเสือ (ใบยอ) เป็นต้น

  เท่านี้ก็ได้แกงโฮ๊ะ อร่อยๆไว้ทานที่บ้านแล้วครับ ว่ากันว่าที่มาของแกงโฮ๊ะมาจากการฉันท์อาหารของพระสายวิปัสนา ที่ต้องนำอาหารทุกชนิดผสมกันแล้วเติมน้ำต้มสุก ไม่เว้นแม้กระทั่งของหวานก็ใส่ลงไปด้วย เพื่อไม่ให้ยึดติดในรสชาติของอาหาร แต่เท่าที่ผมได้ทานตอนสมัยบวชเณรที่วัดป่า ก็อร่อยดีนะครับ ไม่ท้องเสียแต่อย่างใด