
เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุครบรอบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายยม นาคสุข
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
ในวโรกาสที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์สมบัติครบ 60 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา และการที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุ ครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค. พ.ศ. 2550 นี้ กระผมขอแสดงความรัก และเทิดทูนพระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน ด้วยการเขียน Blog เกี่ยวกับ “พระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางด้านพัฒนามนุษย์”

ด้วยเหตุผลที่ศึกษา เพื่อเรียนรู้ถึงพระราชกรณียกิจ และพระอัจฉริยะภาพของพระองค์ทางด้านพัฒนามนุษย์ ว่ามีแนวทางอย่างไร เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยะภาพของพระองค์ทางด้านพัฒนามนุษย์ ให้ประจักษ์แก่นักศึกษา เยาวชน นักบริหารทรัพยากรมนุษย์ นักบริหารองค์การภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคนอย่างยั่งยืนตามแนวทางของพระองค์ท่าน และเพื่อใช้ประกอบการทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ในโครงการปริญญาเอก รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ที่ผมศึกษาอยู่

<p style="margin: 0in 0in 10pt" class="MsoNormal">
นอกจากนี้ ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ปราถนาที่ขอร่วมแสดงความยินดีกับชาวโลกระดับนานาชาติ ที่องค์กรระหว่างประเทศโดยองค์การสหประชาติ โดยมีนายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์” (UNDP Human Development Lifetime Achievement Award) ของโครงการพัฒนาแห่งองค์การสหประชาชาติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 ยิ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า พระองค์ท่านทรงมีพระอัจฉริยะภาพในการพัฒนามนุษย์สูงส่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก </p><p style="margin: 0in 0in 10pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0in 0in 10pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 10pt" class="MsoNormal">เป็นสิ่งที่พวกเราชาวไทย ควรร่วมแสดงความยินดี จดจำ ศึกษาแนวทางของพระองค์ท่าน เพื่อนำไปบูรณาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร หน่วยงาน สถาบันครอบครัว ให้เจริญก้าวหน้าสถาพร อย่างที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายให้พวกเราชาวไทย</p>
<p style="margin: 0in 0in 10pt" class="MsoNormal">
คนเป็นทรัพยากรมนุษย์ เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากว่าทรัพยากรใด ๆ การพัฒนาคนหมายถึงลำดับความสำคัญประชาชนเป็นอันดับแรก ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกแล้วที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการพัฒนาคน ภายใต้แนวทางการพัฒนาคนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว </p><p style="margin: 0in 0in 10pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0in 0in 10pt" class="MsoNormal">จากพระปฐมราชโองการ "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา พระองค์ได้ทรงอุทิศพระวรกาย และทรงงานมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อพัฒนาชีวิตให้ปวงชนชาวไทย โดยมิเลือกเชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา จึงทรงได้รับการขนานนามจากชาวโลกว่า "ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา" </p><p style="margin: 0in 0in 10pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 10pt" class="MsoNormal"></p>ในการเขียนและรวบรวมบทความลง Blog นี้ ด้วยเหตุผลหลักใหญ่ด้วยสำนึกในพระมากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อปวงชนชาวไทย เพื่อเป็นหนทางหนึ่งในการร่วมเฉลิมฉลองที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุครบรอบ 80 พรรษา และปรารถนาที่จะให้เยาวชน นักศึกษา และผู้สนใจได้ศึกษาแนวทางในการพัฒนามนุษย์ของพระองค์ท่าน เพื่อนำมาบูรณาการใช้สืบต่อไป จึงได้ทำ Blog นี้ขึ้น หากมีตัวอักษร หรือข้อความใด ผิดพลาดประการใด ผมขออภัยทุกท่านไว้ในที่นี้ หากท่านผู้สนใจ มีบทความ มีเนื้อหาสาระ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าจะส่งมาร่วมแชร์ในสังคมการเรียนรู้นี้ ขอเชิญท่านผู้สนใจ ติดตามสาระได้ใน blog ข้างล่างนี้ สวัสดี <p> </p>
หมายเหตุ:นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมน ตรีและรัฐบุรุษ ได้ร่วมอภิปรายหัวข้อ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการพัฒนามนุษย์" พร้อมกล่าวสุนทรพจน์เพื่อถวายสดุดี ในโอกาสที่นายโคฟี่ อันนัน เดินทางมาทูลเกล้าฯถวายรางวัล "ความ สำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ที่ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม มีเนื้อหาดังนี้
ในบ่ายวันนี้ ผมจะได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ในการทูลเกล้าทูลฯถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และผมมีความรู้สึกปิติยินดีอย่างยิ่งในเกียรติที่ผมได้รับ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติถวายรางวัลดังกล่าวแด่พระองค์ ในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบหกสิบปี
สำหรับองค์การสหประชาชาติ พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรตินี้มีความหมายสำคัญยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่องค์การสหประชาชาติได้จัดทำรางวัลเกียรติยศนี้ เพื่อมอบแด่บุคคลดีเด่น ที่ได้อุทิศตนตลอดช่วงชีวิตและสร้างคุณค่าของผลงานอันเป็นที่ประจักษ์และเป็นคุณูปการที่ผลักดันความก้าวหน้าในการพัฒนาคน
การพัฒนาคน โดยแก่นแท้แล้ว เป็นแนวทางเรียบง่าย การพัฒนาคน เป็นเรื่องของการสร้างเสริมขีดความสามารถแก่ประชาชน มิใช่เพื่อเพียงคนสองสามคน มิใช่เพื่อคนจำนวนมาก แต่เพื่อคนทั้งปวงโดยถ้วนทั่ว การสร้างเสริมขีดความสามารถทำได้ โดยผ่านทางการศึกษา การขยายโอกาสและทางเลือก สุขอนามัย และโภชนาการ การพัฒนาคนเป็นเรื่องของการสร้างเสริมขีดความสามารถในการขยายโอกาสแก่ปัจเจกชน ที่จะเลือกให้มีชีวิตยืนยาวด้วยการมีสุขพลานามัยที่แข็งแรง เป็นบุคคลากรที่มีความรู้ และความคิดที่สร้างสรรค์
การพัฒนาคน เป็นการพัฒนาที่ให้คนเป็นเป้าหมายศูนย์กลางในการพัฒนา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความเติบโตทางเศรษฐกิจและอย่างยั่งยืน สิทธิมนุษยชนและความมั่นคงในชีวิต ความเท่าเทียมกัน และ การมีส่วนรวมทางการเมือง
องค์การสหประชาชาติ ได้ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาคนเป็นลำดับแรก และเราคงเพียรพยายามอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคน โดย ผ่านรายงานการพัฒนาคนของยูเอ็นดีพี (Human Development Report) ทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ ผ่านโครงการพัฒนาต่างๆ ภายใต้ทีมงานองค์การสหประชาชาติประจำประเทศต่างๆ ใน 166 ประเทศทั่วโลก และโดยผ่านรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์นี้ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ หากการพัฒนาคน หมายถึง การให้ลำดับความสำคัญประชาชนเป็นอันดับแรก ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกแล้วที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการพัฒนาคน ภายใต้แนวทางการพัฒนาคน ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงบรมราชาภิเษกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติในปีพุทธ ศักราช 2489 พระองค์ได้ทรงพระปฐมราชโองการไว้ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา พระองค์ได้ทรงอุทิศพระวรกายและทรงงานโดยมิรู้หน็ดเหนื่อย เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของปวงชนชาวไทย โดยมิได้เลือก เชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับการขนานนามจากชาวโลกว่า "ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา" พระองค์ทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรที่ยากไร้และด้อยโอกาสทั่วทุกภูมิภาค ทรงสดับรับฟังปัญหาทุกข์ยากของราษฎร และทรงมีพระเมตตาพระราชทานแนวทางการดำรงชีพ เพื่อให้ประชาชนของพระองค์สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงงานด้านการพัฒนาชนบท ยังประโยชน์นานัประการต่อประชาชนนับล้านในประเทศ อาทิ โครงการที่มุ่งเน้นการเกษตรขนาดเล็ก ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมและภัยแล้ง
นอกจากนั้น โครงการพัฒนาในพื้นที่สูงในภาคเหนือ ภายใต้โครงการในพระราชดำริ ได้เปลี่ยนสภาพพื้นที่ปลูกฝิ่นให้กลายเป็นแหล่งปลูกพืชทดแทน โครงการต่างๆในพระราชดำริเพื่อพัฒนาชนบท ทำให้คนในพื้นที่มีสุขอนามัยดีขึ้น มีโอกาสในการศึกษา และยังประโยชน์สุขแก่ประชาชนในพื้นที่และผู้อยู่อาศัยบริเวณเขตชายแดนไทยแถบพม่าและลาวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขี้น
ในดัานการพัฒนาสังคมภายใต้โครงการพระราชดำริต่างๆ พระองค์ท่านได้ทรงสนับสนุนด้านสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก มีการรณรงค์ลดภาวะการขาดไอโอดีน รวมทั้งส่งเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา และการยกระดับพัฒนาชีวิตของประชาชนชาวไทย ด้วยพระปรีชาสามารถในการเป็นนักคิดของพระองค์ท่าน ทำให้นานาประเทศตื่นตัวในการปรับรูปแบบการพัฒนาภายใต้แนวคิดใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งชี้แนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นความสมดุล องค์รวม และยั่งยืน โดยเน้นหลักการ ความพอประมาณ และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอที่จะต้านทาน และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากกระแสโลกาภิวัฒน์ ปรัชญาดังกล่าวซึ่ง เน้นแนวทาง "การเดินสายกลาง" ทำให้องค์การสหประชาชาติมีปณิธานมุ่งมั่นพัฒนาคน ให้ประชาชนเป็นเป้าหมายศูนย์กลางในการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนต่อไป
โครงการพัฒนาและปรัชญาแนวความคิดของพระบาทสม เด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เป็นแนวทางในการพัฒนาของพระองค์ท่าน และสำหรับประชาชนทุกหนแห่ง
รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์นี้ องค์การสหประชาชาติมีปณิธานที่จะส่ง เสริมประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติ ในการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันทรงคุณค่าอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน เพื่อจุดประกายแนวความคิดการพัฒนาแบบใหม่สู่นานาประเทศ
เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ความสำเร็จสูงสุดและความมุ่งมั่นในพระราชหฤทัยในการพัฒนาคนสำหรับประชาชนของพระองค์ บ่ายวันนี้ผมมีความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับพระราช ทานโอกาสทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์ แด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในฐานะข้าราชบริพาร ที่ได้รับสิทธิอันทรงเกียรติในการเฝ้าติดตามพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด มีความปลื้ม ปิติยินดีในการเฉลิมฉลองของพสกนิกรทั่วแผ่นดินไทยในวันที่ 9 มิถุนายน ที่ทรงครองสิริราชสม บัติครบ 60 ปี ทรงเป็นที่รักยิ่งของชาวไทย และเป็น "พระมหากษัตริย์ที่ครองราชนานที่สุดในโลก" มีความยินดีที่สหประชาชาติ โดยนายโคฟี อันนัน มาเยือนประเทศไทย และจะเป็นผู้ทูลเกล้าฯถวายรางวัลความสำเร็จด้านการพัฒนามนุษย์ ทำให้แนวคิดเกี่ยวกับการให้ความสำคัญต่อประชาชนของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้แพร่กระจายไปสู่ประชาคมระหว่างประเทศ
เมื่อ 60 ปีที่แล้วใน พ.ศ.2489 ในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ได้ประทานพระปฐมบรมราชโองการในการครองราชย์ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงยึดพสกนิกรชาวไทยไว้กลางพระราชหฤทัยตลอดรัชสมัยแห่งการครองราชย์ที่ผ่านมา นับระยะเวลา 60 ปีล่วงเลยมาแล้ว คำมั่นสัญญาดังกล่าวได้ถ่ายทอดผ่าน "พระราชกรณียกิจ" ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้เสด็จไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย เพื่อทรงศึกษาปัญหาที่เหล่าประชา ราษฎร์ต้องประสบด้วยพระองค์เอง และทรงช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
ข้าพเจ้ายังจำได้ถึงการเสด็จบุกเบิกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จเยือนพื้นที่ชนบทยากจน ห่างไกลและทุรกันดารในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อ พ.ศ.2498 ตลอดระยะเวลา 22 วันที่ยากลำบาก ทั้ง 2 พระองค์ได้ทรงเสร็จเยือนหมู่บ้านต่างๆและทรงพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อเรียนรู้ถึงปัญหาและข้อห่วงใยต่างๆ และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาการเยี่ยมชาวบ้านในลักษณะดังกล่าวได้กลายเป็นราชธรรมเนียมปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยปกติของพระองค์
นับจากนั้นมาก็ได้มีพระราชดำริต่างๆตามมาอย่างนับไม่ถ้วนในการนำการพัฒนาไปสู่พื้นที่ห่างไกลความเจริญ "มูลนิธิชัยพัฒนา" ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือสนับสนุนทางการเงินขั้นต้นแก่โครงการพัฒนาต่างๆ พระราชดำริในเรื่องการพัฒนาต่างๆของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว มุ่งเน้นไปยังความต้องการของประชาชน ดังสะท้อนอยู่ในพระราชดำรัสที่ว่า.....
"การจัดทำโครงการเพื่อช่วยประชาชนเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องรู้จักประชาชนที่เราประ สงค์จะให้ความช่วยเหลือเสียก่อน".....
พระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีมากมายเหลือคณานับ การอภิปรายในหนึ่งวันคงไม่สามารถครอบคลุมผลงานตลอดระยะเวลา 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ ข้าพเจ้าใคร่ขอสะท้อนถึงหลักแนวทางสำคัญๆที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทานให้ประ ชาชนชาวไทยในการดำรงชีวิตและการพัฒนา ดังที่ข้าพเจ้าได้สังเกตเห็นดังต่อไปนี้.....
"ประการที่หนึ่ง" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญต่อการรู้จักประมาณตนในการครองชีพ "ทางสายกลาง" หรือ "มัชฌิมาปฏิปทา" ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้สะท้อนอยู่ในแนวคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งปรากฎให้เห็นผลที่ชัดเจนภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินใน พ.ศ.2540 นอกจากนั้นแนวคิดดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างศีลธรรมให้กับประเทศชาติโดยการส่งเสริมสนับสนุนความซื่อสัตย์และคุณธรรม
"ประการที่สอง" สิ่งท้าทายใดๆต่อความมั่นคงทางมนุษยชาติที่มนุษย์เราต้องเผชิญ ล้วนสามารถพิชิตได้ทั้งสิ้น หากแต่เราต้องมีความมุมานะในการเอาชนะอุปสรรคและสิ่งท้าท้ายดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้สามารถนำไปใช้ได้กับการพัฒนา ไม่มีปัญหาใดๆในโลกที่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีง่ายๆ หรือในระยะเวลาอันรวดเร็ว พวกเราต้องรู้จักพึ่งพาตนเองเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นที่มาของพระราช ดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มุ่งเน้นช่วยเหลือประชาชนให้สามารถช่วยเหลือตนเอง
"ประการที่สาม" ประชาชนควรรักษาไว้ซึ่งความเป็น "เอกัตภาพ" หรือ "ปัจเจกชน" ในการระบุปัญหาและเลือกวิธีการแก้ไข อันเป็นการแสดงถึงอิสรภาพในการเลือกของแต่ละบุคคล หากแต่ต้องรู้จักเลือกอย่างฉลาดด้วย ซึ่งการเลือกอย่างฉลาดดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความตระหนักรู้ ในขณะเดียวกันประชาชนควรมีความตั้งใจที่จะเสียสละเพื่อช่วยเหลือชุมชน หมู่ บ้าน หรือประเทศชาติ ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีร่วมกันและทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ตรัสไว้ว่า "เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีร่วมกันไม่ได้หมายความว่าพวกเราทุกคนต้องเสีย สละจนหมดตัว หากแต่หมายความว่าเราควรเสียสละในสิ่งที่เราเสียสละได้เพื่อให้ส่วนรวมอยู่รอด"
และ "ประการที่สี่" ประชาชนควรยึดมั่นในความเป็นคนไทย เราเป็นชาติที่เก่าแก่ ซึ่งเต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม และร่ำรวยไปด้วยภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมาหลายชั่วอายุคน ประชาชนชาวไทยไม่ควรเพียงแต่ภาคภูมิใจในสิ่งเหล่านี้ หากควรต้องรู้จักนำภูมิความรู้เหล่านี้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตด้วย ความรู้จากภายนอกก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเตือนให้เรารู้จักนำความรู้ ไม่ว่าจากแหล่งใดก็ตาม ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยพวกเราก็ต้องรู้จักเลือกในสิ่งที่พวกเราจะนำมาใช้ปฏิบัติด้วย
"การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะได้รับการเทิดพระเกียรติทั่วทั้งสากลให้เป็นพระ มหากษัตริย์ ผู้มีพระวิระยะอุตสาหะและพระมหากษัตริย์นักพัฒนา คงไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าในพระราชหฤทัยของพระองค์ทรงมีแต่พสกนิกรชาวไทย ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ และเป็นภูมิพลังต่อการพัฒนาคนบนผืนแผ่นดินไทยนี้ ซึ่งพวกเราประชาชนชาวไทยมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น"
รางวัล "ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์" (UNDP Human Development Lifetime Achievement Award) เป็นรางวัลเกียรติยศด้านการพัฒนา ซึ่งจะมอบแก่ National Human Development Report ที่มีผลงานดีเด่น อุทิศตนตลอดช่วงชีวิต ในการสร้างความกระจ่างต่อสาระสำคัญของการพัฒนาและแสดงรูปธรรมในทางปฏิบัติ อันเป็นคุณูปการที่ผลักดันความก้าว หน้าในการพัฒนาคนทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคหรือระดับโลก โดยจะมอบทุกๆ 2 ปี และแบ่งเป็นประเภทต่างๆรวม 6 ประเภท โดยรางวัลเกียรติยศที่จะทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นความคิดริเริ่มของสำนักเลขาธิการสห ประชาชาติที่ริเริ่มขึ้นใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่ได้รับรางวัลดัง กล่าว
26 พฤษภาคม 2549
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์โดย เลขาธิการสหประชาชาติ
วันที่ 26 พฤษภาคม 2549
ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล "ความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์" ซึ่งเป็นรางวัลชิ้นแรกของโครงการพัฒนาแห่ง
สหประชาชาติ (UNDP) จัดทำขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบหกสิบปี
ชนชาวไทยอยู่เป็นนิจศีล เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก จึงต่างกล่าวขานพระนามพระองค์ว่าทรงเป็น "พระ
มหากษัตริย์นักพัฒนา" ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรผู้ยากไร้
และผู้ด้อยโอกาส โดยไม่ทรงแบ่งแยกสถานะ ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือหมู่เหล่า ทรงสดับรับฟังปัญหาความทุกข์
ยากของราษฎรและพระราชทานแนวทางการดำรงชีวิตเพื่อให้ประชาชนของพระองค์สามารถพึ่งพาตนเองได้
อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
และนวัตกรรมที่เอื้อต่อความก้าวหน้าในการพัฒนา ยังประโยชน์ให้แก่พสกนิกรทั่วหล้า อาทิ โครงการที่มุ่งเน้น
การเกษตรขนาดเล็กด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม โครงการที่มีการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่าง
ยั่งยืน รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมและภัยแล้ง
นานาประเทศตื่นตัวในการปรับรูปการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดใหม่ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของใต้ฝ่า
ละอองธุลีพระบาทที่มีต่อประชาราษฎร์ ที่ได้พระราชทานปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งชี้ถึงแนวทางการ
พัฒนาที่เน้นความสมดุล ความพอประมาณ ความมีเหตุผล สำนึกในคุณธรรม และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี พอที่
จะต้านทานและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ จากกระแสโลกาภิวัตน์ ด้วยปรัชญาดังกล่าวนี้ สห
ประชาชาติจึงมุ่งเน้นเพียรพยายามและส่งเสริมการพัฒนาคน ให้ความสำคัญต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน
เป็นเป้าหมายศูนย์กลางในการพัฒนา
และนำแนวทางการปฏิบัติในการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันทรงคุณค่าอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน
มาช่วยจุดประกายแนวความคิดในปรัชญาดังกล่าวสู่นานาประเทศต่อไป ในโอกาสนี้ ข้าพระพุทธเจ้ามีความ
ปลื้มปีติและภาคภูมิใจ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ใต้ฝ่า
ละอองธุลีพระบาท
<div>
<hr>
</div>
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายโคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เข้าเฝ้าในวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2549[1]
25 เมษายน 2549 <div align="center"><table border="0" cellpadding="0" width="740" class="MsoNormalTable" style="width: 555pt"><tbody>
</tbody></table></div> <div>
<hr><div id="ftn1"> [1] http://www.cps.chula.ac.th/html_th/pop_base/pop_dev/pop_dev_008.htm </div> </div>
รวมกันทำความดีถวายแด่ในหลวง ด้วยการมุ่งมั่นทำความดี อยู่ในศีล ธรรม อันดีงาม ซื่อสัตย์ มีเมตตา ช่วยเหลือกันและกัน
ดีใจและขอบใจที่แวะมา สวัสดีปีใหม่ใน Blog นี้ ผมกำลังทำวิจัย ป.เอก เกี่ยวกับพระอัจฉริยะภาพของพระองค์ท่าน
ผมไม่ได้เป็นข้าราชการ แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ท่าน
ที่สำคัญคืออยากให้เป็นแบบอย่างแก่ศิษย์ และเยาวชน ในการมีความเป็นชาตินิยม
ใส่เสื้อเหลืองอย่างเดียว ไม่สามารถช่วยชาติได้ ถ้าไม่ปฏิบัติ ไม่เจริญลอยตามพระองค์ท่านอย่างจริงจัง
ขอบใจอีกครั้งที่แวะมาเยี่ยม สวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุขมาก ๆ
ระวังงูด้วยเน้อ!!!!
ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้(16 เม.ย.) ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายจาดุร อภิชาตบุตร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการ (เฉพาะกิจ) ดำเนินการจัดงาน “รวมพลังไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ร่วมกับนายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา และตัวแทนจากกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ตรวจความพร้อมสถานที่จัดงาน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
นายจาดุร กล่าวภายหลังมอบนโยบายกับคณะจัดงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศอยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่จัดงาน หลังจากได้รับพื้นที่คืนจากการจัดงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ เบื้องต้นคาดว่าการเตรียมงานจะเสร็จสมบูรณ์ทันงานในวันที่ 17 เม.ย.
“คณะผู้จัดงานขอเชิญชวนประชาชนที่ไม่ได้เดินทางออกนอกกรุงเทพมหานครมาร่วมพิธี และร่วมทำบุญตั้งแต่วันนี้ ประชาชนทุกศาสนาสามารถเดินทางมาร่วมงาน ซึ่งจะมีพิธีมงคลของศาสนาพุทธ, ศาสนาอิสลาม, ศาสนาคริสต์, ศาสนาซิกข์ และศาสนาฮินดู และประชาชนทุกศาสนาสามารถทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้านนายเรืองศักดิ์ โหราเรือง ผู้อำนวยการเขตพระนคร กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่ท้องสนามหลวง ซึ่งจะเป็นพื้นที่จัดงาน “รวมพลังไทย เทิดไท้องค์ราชัน” นั้น จะมีการเร่งทำความสะอาด ทั้งนี้ บริเวณสนามหลวงไม่มีปัญหาเรื่องคราบแป้งสกปรกจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่จะมีขยะมูลฝอยค่อนข้างมาก ทางเขตพระนครได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดแล้ว พร้อมทั้งยังเตรียมเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดเก็บขยะมูลฝอยในระหว่างการจัดงานฯ ทุกวัน วันละ 2 รอบ เช้าและบ่าย โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดรอบละ 40 คน
ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันพรุ่งนี้ นายวิชัย ศรีขวัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จะเป็นประธานฝ่ายฆราวาสนำคณะข้าราชการ และประชาชนร่วมพิธีเจริญจิตเพื่อร่วมทำบุญประเทศ ให้ร่มเย็นเป็นสุข ถวายราชสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยจะจัดงานตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น.เป็นต้นไป ที่ลานวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีและน้อมจิตภาวนาเพื่อความเป็นสิริมงคลทั่วกัน
[1] http://news.sanook.com/social/social_121844.php
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ที่เกี่ยวข้องกับ
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๑๒
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากร
วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๔
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา
วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๓๐
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๐
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๓๓
ทุกคนจำเป็นต้องศึกษาทางแนวกว้างควบคู่กันไปด้วย.การศึกษาตามแนวกว้างนี้ หมายถึงการศึกษาให้รู้ ให้ทราบ ถึงวิทยาการสาขาอื่น ๆตลอดจนความรู้รอบตัวเกี่ยวกับสภาวะและวิวัฒนาการของบ้านเมืองและสังคมในทุกแง่มุมเพื่อช่วยให้มองเห็น ให้เข้าใจปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนถูกถ้วนและสามารถนำวิชาการด้านของตนประสานเข้ากับวิชาการด้านอื่น ๆ ได้โดยสอดคล้อง ถูกต้องและเหมาะสม . . .
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๓
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล
วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๐
ด้วยความเมตตาอารีและความไม่มีอคติ เพื่อให้สามารถร่วมงานประสานประโยชน์กันได้อย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ . . .
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล
วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๓๓
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๔๙๗
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖
พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในการสัมมนาของ
มูลนิธิช่วยเหลือเด็กกำพร้าของสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทยฯ
วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๐
ในวงสังคมนั้นเล่าท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้างมีความอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวมวางตนให้ดีเพื่อเป็นแบบอย่างให้สมเกียรติที่เป็นบัณฑิตและพยายามบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อเป็นกำลังแก่ชาติบ้านเมืองเป็นทางส่งเสริมเกียรติคุณของตนเองและของสถานศึกษาอันมีเกียรติของท่าน . . .
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๔๙๖
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๗ .
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๙
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๒๑
พระราชทานแก่สามัคคีสมาคมฯ
ในการเปิดประชุมประจำปี ๒๕๒๕
ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ เมษายน ๒๕๒๕
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา
วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๑๗
ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีเฝ้าฯ
ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่
วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๓
[1] http://www.onec.go.th/khamphorson/p123.htm